Interviews

เสียงจากนักเตะ : เหตุใดเอเยนต์ถึงทำให้โลกลูกหนังยุ่งยากขึ้น?

ขอขอบคุณเหล่าเอเยนต์ที่ทำให้นักฟุตบอลแทบจะกุมชะตาชีวิตตัวเองไม่ได้อีกต่อไป - คนวงในได้กล่าวไว้

We are part of The Trust Project What is it?

นักเตะผู้นี้ผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาแล้ว 15 ปี ครบทั้ง 4 ลีกอาชีพอังกฤษ รวมถึงเคยเล่นในพรีเมียร์ลีกและรับใช้แผ่นดินเกิดมาแล้ว (ภาพวาดโดย สเปนเซอร์ วิลสัน)

เราจะนำเรื่องราวจากเหล่าพ่อค้าแข้งเหล่านี้มานำเสนอในทุกๆ สัปดาห์

ผมเองก็ไม่ใช่พวกสรรหาน้ำหอมกลิ่นใหม่มาลองอยู่ตลอดหรอกนะ แต่ไหนๆ ก็ต้องฆ่าเวลาในดิวตี้ฟรีก่อนออกทัวร์ปรีซีซั่นที่ต่างประเทศแล้ว ผมก็ว่าจะซื้อน้ำหอมให้คู่หูในการทำธุรกิจเสียหน่อย ในเวลาเดียวกับที่ผู้จัดการทีมชื่อดังในศึกพรีเมียร์ลีกเข้ามาหาพอดี

“เสียดายชะมัดที่เราไม่ได้ตัวคุณในซัมเมอร์นี้” พอเขาเปิดมาแบบนี้ ผมนี่ถึงกับต้องมองไปรอบๆ เลยว่าเขากำลังพูดกับผมอยู่ ซึ่งก็ใช่ซะด้วยสิ

“ไม่รู้เลยครับว่าคุณอยากได้ตัวผมด้วย” ผมก็ตอบเขาไปแบบนี้

“คุยกับเอเยนต์สิ” เขาตอบกลับมา “แ*งลีลาชะมัดยาดเลยคุณว่ามะ”

“เขาก็ไม่ได้บอกอะไรผมนะครับ” ผมนี่ตอบไปอึ้งไปเลย

"ท้ายสุดเราก็ต่างอวยพรให้กันกับฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง และออกจากร้านก่อนที่จะสำลักน้ำหอมดิออร์กลิ่นใหม่ไปมากกว่านี้"

Perfume Shop

ปิดบังความจริง

สัญชาติญาณบอกว่าผมควรต้องเชื่อเขา เพราะมีบางสิ่งดูแหม่งๆ เกี่ยวกับการย้ายทีมในซัมเมอร์นี้ ในทางหนึ่งผมได้รับข้อเสนอสัญญาใหม่ 3 ปีแถมได้ค่าเหนื่อยมากกว่าเดิม แถมได้ย้ายไปอยู่กับทีมใกล้บ้านมากขึ้นและยังอยู่ในลีกเดิมอีกด้วย เนื่องจากทีมปัจจุบันกำลังจะเขี่ยผมซึ่งได้ค่าเหนื่อยอันดับต้นๆ ของทีมออกไปอยู่แล้วจากปัญหาทางการเงิน แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือทำไมถึงมีข้อเสนอเข้ามาเพียงทีมเดียวนี่แหละ เพราะตัวผมเองก็ว่าเล่นใช้ได้อยู่ในฤดูกาลที่เพิ่งผ่านไป แถมยังได้รับการบอกกล่าวว่ามีอยู่ 2-3 สโมสรที่สนใจ ซึ่งหากมีมากกว่า 1 ทีมที่สนใจแล้ว ผมจะกุมความได้เปรียบในการเจรจามากขึ้น

เอเยนต์ยืนยันกับผมหนักแน่นว่ามีเพียงสโมสรเดียวที่ต้องการตัวผมอย่างจริงจัง แถมเวลาที่ผมอ้างถึงข่าวลือตามสื่อว่ามีทีมอื่นๆ ให้ความสนใจอยู่ด้วยนะ เขาก็หัวเราะร่าบอกว่ามันก็แค่ข่าวลือ แต่มันไม่ใช่ไง

แต่เอเยนต์ยืนยันกับผมหนักแน่นว่ามีเพียงสโมสรเดียวที่ต้องการตัวผมอย่างจริงจัง แถมเวลาที่ผมอ้างถึงข่าวลือตามสื่อว่ามีทีมอื่นๆ ให้ความสนใจอยู่ด้วยนะ เขาก็หัวเราะร่าบอกว่ามันก็แค่ข่าวลือ แต่มันไม่ใช่ไง ยกเว้นเสียแต่ว่าผู้จัดการทีมคนนั้นโกหกอยู่น่ะนะ

แต่ฟุตบอลมันก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมากมาย มันคือเรื่องของคำพูดจากคนๆ หนึ่งกับคนอื่นๆ น่ะ เมื่อข่าวลือเริ่มก่อตัว ผมเองก็ไม่สามารถโทรหาผู้จัดการทีมที่สนใจผมได้ เพราะผมเองก็ไม่รู้จักเขาและก็ไม่อยากปล่อยไก่ตอนที่ผมบอกว่า “ได้ยินว่าคุณกำลังอยากได้ตัวผมมาร่วมทีมหรือครับ” แล้วโดนปฏิเสธออกมา นั่นแหละคือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีเอเยนต์ แต่หลายครั้งเอเยนต์มันก็ทำเพื่อตัวเองก่อนเนี่ยสิ

Mino Raiola

เรื่องนี้ผมเองก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้หรอกนะ แต่ผมสงสัยอย่างแรงเลยว่าเอเยนต์ของผมมันรับเงินจากทั้ง 2 สโมสรในการย้ายทีมของผมครั้งนี้ ด้วยวิธีนี้ทีมผู้ซื้อก็ไม่จำเป็นต้องลงไปร่วมสมรภูมิประมูลราคา ส่วนทีมผู้ขายก็สามารถปิดบัญชีค่าใช้จ่ายของผมเพื่อแลกกับค่าตัวในการย้ายทีมได้ ผมเลยตัดสินใจไม่ใช้เอเยนต์รายนั้นอีกต่อไป เพราะความเชื่อใจมันหมดไปแล้ว

ผมไม่เชื่อใจเอเยนต์คนไหน 100% เต็ม ย้ำอีกทีเลยว่าไม่เคย เพราะมันมีเรื่องสยองขวัญทำนองนี้เยอะ เรื่องนึงที่พูดได้เลยคือเรื่องที่นักเตะต้องย้ายไปอยู่กับทีมที่ไม่อยากไปด้วยเหตุผลสำคัญข้อเดียว เงินยังไงล่ะ

สงครามจิตวิทยา

ไม่มีนักเตะคนไหนที่ถูกบังคับให้ทำเช่นนี้เลย เพราะเรื่องมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ ผมเคยอยู่กับสโมสรหนึ่งซึ่งตอนนั้นเพิ่งแต่งตั้งผู้จัดการทีมที่สัญญาว่าจะตัดงบค่าเหนื่อยมาคุมทีม เขาสนิทกับเอเยนต์ของนักเตะคนหนึ่งในทีมเราซึ่งเป็นนักเตะหนุ่มที่ไม่ดีพอที่จะเ่นในระดับสูง มีทีมในลีกล่างยื่นข้อเสนอเข้ามาและเอเยนต์ก็เป่าหูเขา (โดยมีผู้จัดการทีมคนนั้นชักใยอยู่เบื้องหลังอีกที) ว่านั่นจะเป็นการย้ายทีมที่ดี

ครั้งหนึ่ง เวย์น รูนี่ย์ เคยอยากย้ายไปร่วมทีม เชลซี แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขัดขวางทุกวิถีทางเพราะไม่อยากเสียตัวหลักให้กับคู่แข่ง สุดท้ายก็ไม่ได้ย้าย เพราะสโมสรกุมความได้เปรียบไว้อยู่แล้ว

เยเยนต์ทำเงินเข้ากระเป๋าในทุกครั้งที่มีการย้ายทีมและผมคิดว่าตัวผู้จัดการทีมเองก็มีส่วนรู้เห็น เมื่อนักเตะคนนั้นไม่สนใจที่จะลดระดับไปเล่นลีกล่าง ผู้จัดการทีมคนนั้นก็เริ่มทำตัวเป็นมารร้ายทันที เริ่มจากการเลิกติดต่อกับตัวนักเตะโดยตรง ก่อนแจ้งว่าจะเขาไม่มีชื่อลงเล่นเกมวันเสาร์และให้มาซ้อมกับทีมในวันอาทิตย์แทน

คือปกติแล้ววันอาทิตย์มักจะเป็นวันหยุดของพวกเรา แต่นักเตะคนนั้นต้องขับรถจากบ้านที่อาศัยอยู่กับครอบครัว ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงมาถึงสนามซ้อมเพื่อพบว่าสนามปิด เขาเลยโทรหาโค้ชทีมชุดใหญ่ซึ่งก็บอกว่าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการซ้อมนั้น ขณะที่ผู้จัดการทีมก็สรรหาข้ออ้างจนได้ในที่สุดแม้รู้ดีว่าจะทำให้ผู้เล่นนั้นหมดกำลังใจที่จะอยู่กับทีมต่อ ซึ่งก็ได้ผล ผู้เล่นคนนั้นคุยกับเอเยนต์ซึ่งรีบชี้ชวนว่าการย้ายทีมนั้นถือเป็นตัวเลือกที่ดีทันที

มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถทำตัวหล่อเลือกได้ว่าอยากจะไปเล่นทีมไหน ซึ่งต้องเป็นผู้เล่นชั้นแนวหน้าเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังยากอยู่ดี ครั้งหนึ่ง เวย์น รูนี่ย์ เคยอยากย้ายไปร่วมทีม เชลซี แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขัดขวางทุกวิถีทางเพราะไม่อยากเสียตัวหลักให้กับคู่แข่ง สุดท้ายก็ไม่ได้ย้าย เพราะสโมสรกุมความได้เปรียบไว้อยู่แล้ว

Kia Joorabchian

สงครามหลังฉาก

แต่นั่นไม่ใช่บรรทัดฐานที่ทำกันเป็นประจำ เพราะปกติพอเกิดเรื่องแบบนี้ ผู้เล่นมักจะถูกจับดองไม่ให้ลงเล่นก่อนที่จะถูกขายออกไปแล้วดึงตัวดาวรุ่งหน้าใสอนาคตไกลมาร่วมทีมแทน ที่สโมสรแห่งหนึ่ง อีโก้ของผู้จัดการทีมคนใหม่ได้ปะทะกับนักเตะหัวโจกแทบจะทันทีเมื่อเข้ามารับงาน เมื่อผู้จัดการทีมได้แปะโน้ตไว้ในห้องแต่งตัว แจ้งว่าหากลูกทีมคนไหนอยากพบต้องนัดกับเลขานุการส่วนตัวของเขาก่อนเท่านั้น และผู้เล่นคนนั้นก็ฉีกโน้ตทิ้ง

ตอนนั้นผู้จัดการทีมถึงกับขอให้คนดูแลชุดแข่งหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อที่ว่าหากหลักฐานออกมาตรงตามที่เขาสงสัยจะได้สั่งปรับให้หนัก

ตอนนั้นผู้จัดการทีมถึงกับขอให้คนดูแลชุดแข่งหาหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อที่ว่าหากหลักฐานออกมาตรงตามที่เขาสงสัยจะได้สั่งปรับให้หนัก ปัญหาคือคนดูแลชุดแข่งนั้นสนิทกับผู้เล่นคนที่ก่อเหตุ ซึ่งเสนอเงินให้เขาถึง 2,000 ปอนด์เพื่อแลกกับการทำลายหลักฐาน และเขาก็ทำเสียด้วย ก่อนจะบอกผู้จัดการทีมว่ากล้องเสียพอดี งานนี้ตัวนักเตะเองก็แสบไม่แพ้กันเลยล่ะ

และท้ายที่สุดผู้เล่นคนนั้นก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ สโมสรจ่ายค่าเหนื่อยให้ครบตามสัญญา ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับทีมใหม่ด้วยเงื่อนไขที่เขาเลือกเอง ถือเป็นเรื่องแปลกและโชคดีโดยแท้

Wayne Rooney

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand