เสียน้อยเสียยาก...เสียมากเสียง่าย : 10 ทีมที่ซื้อตัวแบบเน้นปริมาณ แต่พังแทบทุกดีล

เพราะการจ่ายเงินก้อนโต ทำให้สโมสรเหล่านี้คิดเเล้วคิดอีกจนตัดสินใจว่า "ไม่ดีกว่า" และเชื่อว่าของดีราคาถูกยังมีอยู่จริง... อย่างไรตามการเลือกที่จะ “เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย” บางครั้งผลที่ออกมามันก็ร้ายจนพวกเขาอาจคิดว่า "รู้แบบนี้ทุ่มหมดบัญชีไปตั้งแต่แรกเสียดีกว่า"

ควีนพาร์ค เรนเจอร์ส (ฤดูกาล 2012-13)

ผู้เล่นนำเข้า 16 คน / ใช้เงิน 40 ล้านปอนด์

การรอดตกชั้นอย่างหวุดหวิดในฤดูกาล 2011/12  ทำให้ทหารเสือราชินี ที่มี โทนี่ เฟอร์นันเดซ  เป็นเจ้าของทีมพร้อมลุยแหลกซื้อนักเตะมากองรวมกัน เพื่อสานฝันของพวกที่ไม่ใช่แค่การอยู่รอดเท่านั้น แต่การเสริมทัพของพวกเขาในปีดังกล่าว  ทำให้ถูกมองว่าดีพอสำหรับการอยู่ครึ่งบนของตารางเลยทีเดียว หากเตะครบ 38 นัด

QPR จบซัมเมอร์อย่างดุดันพวกเขาคว้านักเตะมาร่วมทีมถึง 16 คน อย่างไรก็ตาม แซมบ้า เป็นคนเดียวเท่านั้นที่มีค่าตัวเกินหลัก 10 ล้านปอนด์ เพราะนอกจากนั้นล้วนแต่เป็นนักเตะฟรี และนักเตะที่ค่าตัว 3-9 ล้านปอนด์

มันก็คงไม่แปลกนักที่ใครจะคิดเช่นนั้น...ชื่อของนักเตะระดับเเชมเปี้ยนส์อย่าง พาร์ค จี ซอง,โจเซ่ โบซิงวา, ทาล เบน ฮาอิม ที่เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด เเละ เชลซี, ฮูลิโอ เซซ่าร์ นายทวาร  3 แชมป์กัน อินเตอร์ และ เอสเตบัน กราเนโร่ กองกลางจาก เรอัล มาดริด  นอกจากนี้พวกเขายังคว้าตัว โรอิค เรมี่, คริสโตเฟอร์ แซมบ้า และ เจอร์เมน จีนาส ที่ทั้งหมดเเล้ว ล้วนเป็นนักเตะดีกรีไม่ใช่ธรรมดาทั้งสิ้น

QPR จบซัมเมอร์อย่างดุดันพวกเขาคว้านักเตะมาร่วมทีมถึง 16 คน อย่างไรก็ตาม แซมบ้า เป็นคนเดียวเท่านั้นที่มีค่าตัวเกินหลัก 10 ล้านปอนด์ เพราะนอกจากนั้นล้วนแต่เป็นนักเตะฟรี และนักเตะที่ค่าตัว 3-9 ล้านปอนด์ รวมเเล้ว ทหารเสือราชินี จ่ายเงินไปร่วม 40 ล้านปอนด์และยังไม่รวมค่าเหนื่อยที่แสนจะมหาศาลของแต่ละคน ทั้งหมดที่กล่าวมาดูเหมือนว่าจะเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ของเหล่าผู้บริหาร

หากถามว่าการเดิมพันครั้งนี้ QPR คุ้มแค่ไหนและพวกเขาได้อะไรกลับมาบ้าง? ... นี่น่าจะเป็นโจทย์ที่ยากที่สุดในปี 2013 เพราะในฤดูกาลดังกล่าว QPR จมบ๊วยตั้งแต่ต้นจนจบฤดูกาลพวกเขาชนะแค่ 4 เกม ยิงได้น้อยที่สุดในลีกเพียง 30 ประตู และมี 25 แต้มโบกมือตกชั้นไปก่อนใครเพื่อน ซึ่งจากรายจ่ายมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์น่าคิดว่าหากพวกเขาทุ่มซื้อกองหน้าที่ผลิตสกอร์ได้ซักคนเรื่องมันคงไม่จบเเบบโหดร้ายเช่นนี้แน่

นับตั้งแต่นั้น QPR ก็ไม่เคยเลื่อนชั้นกลับมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกเลย และนับวันยิ่งจะดูห่างไกลความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆ ... คงอีกนานโขกว่าที่เหล่าทหารเสือราชินีจะได้กลับมาแก้ตัว

ลิเวอร์พูล (ฤดูกาล 2010-2011)

ผู้เล่นนำเข้า 10 คน  / ใช้เงิน 82 ล้านปอนด์

การได้ รอย ฮอดจ์สัน อดีตกุนซือจากฟูแล่มมาคุมทีมคงอาจจะพอคาดเดาได้ว่าลักษณะการเสริมทัพของลิเวอร์พูลจะออกมาในรูปแบบไหน มันเป็นการพิสูจน์ปู่รอยอย่างแท้จริง เมื่อเขาได้คุมทีมที่มีความคาดหวังสูงขึ้น เขาจะเริ่มจับต้นชนปลายอย่างไร?

โจทย์นี้ถูกตอบอย่างรวดเร็วและทำเอาแฟนบอลของ หงส์เเดง ส่ายหัวกันเป็นแถบๆชื่อของ จอนโจ้ เชลวี่ย์, มิลาน โยวาโนวิช, เเดนนี่ วิลสัน,โจ โคล, คริสเตียน โพลเซ่น, เเบรด โจนส์, ราอูล ไมเรเลส, และ พอล คอนเชสกี้ คือนักเตะที่เขาดึงมาเสริมทัพ โดยทั้งหมดถูกตีราคารวมเกือบๆ 30 ล้านปอนด์ ซึ่งราคาดังกล่าวสามารถซื้อนักเตะระดับบีบวก ยกระดับทีมได้แบบสบายๆ เลยทีเดียวในยุคนั้น

หากถามว่าจากรายชื่อทั้งหมดใครนั้นใช้งานได้บ้าง? ... คงเหลือแค่ ไมเรเลส คนเดียวเท่านั้น เพราะนักเตะที่เหลือแทบไม่มีใครมีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่แค่การเสริมทัพที่ไม่ตรงจุดเท่านั้น ผลงานของทีมก็แย่ไม่ต่างกัน ลิเวอร์พูล กระเด็นไปถึงที่ 9 ของตารางก่อนจะเข้าสู่ช่วงบ็อกซิ่งเดย์ และหลังจากนั้นอึดใจเดียว ฮอดจ์สัน ก็โดนลงดาบไล่ออกจากตำแหน่ง

ตำนานของสโมสรอย่าง เคนนี่ ดัลกลิช ต้องเข้ามากอบกู้สถานการณ์ที่แสนจะยากลำบากเนื่องจาก เฟร์นันโด ตอร์เรส ก็ย้ายหนีทีมไปในตลาดหน้าหนาว อย่างไรก็ตาม "คิง เคนนี่" ยังไว้ลายทำผลงานได้น่าพอใจ หงส์เเดง กลับมาอยู่ในอันดับที่ 6 เมื่อจบฤดูกาลและยังได้เพชรเม็ดงามที่มาเปล่งประกายในภายหลังอย่างหลุยส์ ซัวเรซ อีกด้วย

Pages