Analysis

เศรษฐีกำมะลอ? : เผยเบื้องหลังมิลานยุคเศรษฐีแดนมังกร

ช่วงตลาดนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา บรรดาสาวกของ “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน ต่างตื่นเต้นกับการเสริมทัพของทีมรักด้วยงบประมาณมหาศาลจากนายทุนใหม่สัญชาติจีน เวลาผ่านไป ไม่เพียงแต่ทีมจะยังไปไม่ถึงไหนเหมือนเดิมเท่านั้น แต่สโมสรยังโดนสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ตรวจสอบเรื่องการทำผิดกฎไฟแนนเชียลแฟร์เพลย์อีกด้วย ... เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?

We are part of The Trust Project What is it?

ปิดฉาก อาณาจักร แบร์ลุสโคนี่

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1986 ที่ ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ เจ้าพ่อธุรกิจสื่อเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร เอซี มิลาน เขาก็ได้สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการลูกหนังด้วยการกว้านซื้อนักเตะชั้นนำที่ตบเท้าเข้าสู่ถิ่น ซาน ซิโร่ มากมายตลอดยุคของเขา ไม่ว่าจะเป็น สามทหารเสือดัตช์ อย่าง มาร์โก แวน บาสเท่น , รุต กุลลิต และ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด , จอร์จ เวอาห์ , โรแบร์โต้ บาจโจ้ หรือจะเป็นพวกรุ่นใหม่ ๆ อย่าง อังเดร เชฟเชนโก้ , ฟิลิปโป้ อินซากี้ , กาก้า

เรียกได้ว่าเมื่อคุณมาที่ มิลาเนลโล่ คุณก็จะได้เห็นนักเตะระดับโลกมากมายที่นี่อย่างไม่ต้องสงสัย , แบร์ลุสโคนี่ ช่วยให้ มิลาน ที่กำลังล่มสลาย กลายมาเป็นมหาอำนาจลูกหนังของวงการลูกหนังโลก ที่สามารถกวาดแชมป์ได้ทุกรายการที่ลงแข่งตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

แต่ปัญหาสภาพเศรษฐกิจในประเทศอิตาลีซึ่งแย่ลงเรื่อย ๆ ในช่วงกลางยุค 2000 ที่ บริษัทฟินอินเวสต์ แหล่งเงินหลักของสโมสรประสบกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก มันก็เลยทำให้ทีม มิลาน ช่วงนั้นเริ่มขายนักเตะตัวหลักออกไปจากทีมเพื่อแลกเงินก้อนโต ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เราไม่มีทางได้เห็นอย่างแน่นอนในยุครุ่งเรืองของพวกเขา

ยุคสมัยของ ป๋าแบร์ ได้ผ่านพ้นแล้ว

เราจึงได้เห็นการขาย อังเดร เชฟเชนโก้ ที่ได้ชื่อว่าเป็นดาวยิงระดับตำนานออกไปให้กับ เชลซี แม้ว่ามันจะมีเหตุผลที่สวยหรูว่า เชฟเชนโก้ อยากจะไปหาความท้าทายใหม่ ๆ แต่ความจริงก็คือหาก มิลาน ไม่ประสบปัญหาทางการเงิน เราก็คงไม่มีทางได้เห็น เชว่า ไปเล่นที่อังกฤษอย่างแน่นอน

จากนั้นก็ตามด้วย กาก้า ที่ย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลกเมื่อปี 2009 แต่ว่าที่หนักที่สุดก็คือการต้องปล่อยตัวหลักของทีมอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ ติอาโก้ ซิลวา เมื่อปี 2012 โดยที่ไม่สามารถซื้อนักเตะระดับบิ๊กเนมเข้ามาได้ นอกจากการยืมตัวเข้ามา มันจึงเป็นจุดเริ่มต้นของความตกต่ำดำดิ่งเข้าสู่ยุคมืดของ เอซี มิลาน อย่างเป็นทางการ

นายทุนจากแดนมังกร

ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเขาก็คือการขายทีม แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะหานายทุนที่กล้าจ่ายเงินตามมูลค่าของสโมสร เอซี มิลาน ที่แบร์ลุสโคนี่ ฟูมฟักมากับมือ การที่จะทำให้ชายคนนี้ยอมคาย เอซี มิลาน ออกมานั้นมันไม่มีทางจบลงด้วยเงินก้อนเล็กอย่างแน่นอน

สิ่งที่ แบร์ลุสโคนี่ ต้องการจากคนที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์เป็นเจ้าของคนใหม่ของ มิลาน ก็คือ ต้องกล้าจ่ายตามที่เขาเรียกร้อง และที่สำคัญก็คือต้องพา มิลาน ที่เขารักกลับไปเป็นทีมระดับชั้นนำให้ได้อีกครั้ง นั่นทำให้แม้ว่าจะมีมหาเศรษฐีเข้ามามีข่าวมากมายกับการเป็นเจ้าของคนใหม่ของ มิลาน แต่ว่าหลายคนก็ไม่ได้ไปต่อ

เจ้าของใหม่จากเเดนมังกร

จนกระทั่งการเข้ามาของกลุ่ม ชิโน่ ยุโรป สปอร์ต อินเวสต์เมนต์ ลักซ์ ที่นำโดย นาย หลี่ หย่งฮง นักธุรกิจชาวจีน โดยมีบริษัทอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก  เข้ามาติดต่อซื้อเจรจาซื้อขายกับ แบร์ลุสโคนี่ จนมีข่าวว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้แล้ว แต่ว่าต้องรอการลงนามและเรื่องของการเจรจาในรายละเอียดอีกเล็กน้อย

แต่ไอ้เล็กน้อยที่ว่านี่ล่ะซึ่งทำให้การ เจรจายืดเยื้อ มันเริ่มมีกลิ่นไม่ดีจากทีมงานคุณภาพแดนมังกร ที่ตั้งถิ่นฐานในลักเซมเบิร์ก พอสมควร เพราะว่าการเจรจานั้นมันล่าช้ากว่าที่หลายคนคาดเอาไว้

ของจริงหรือของปลอม ?

มิโน่ ไรโอล่า เอเย่นต์คนดังของวงการที่มี จานลุยจิ ดอนนารุมม่า นายด่านดาวรุ่งเป็นมือหนึ่งของทัพ “ปีศาจแดงดำ” ก็กล่าวว่า “ผมไม่ค่อยเชื่อพวกเขาสักเท่าไหร่ เพราะถ้าคนกลุ่มนี้รวยจริงทำไมการเทคโอเวอร์ถึงยืดเยื้อ”

มิโน่ ไรโอล่า ผู้มีดีลผูกกับ มิลาน มากมายในหลายปีหลัง

ไม่ใช่ ไรโอล่า เท่านั้นที่คลางแคลงใจในทีมงานของ หลี่ และแน่นอนว่าทีมงานของพวกเขาก็ไม่ได้โง่ที่จะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังโดนตั้งข้อสงสัยต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือหาคนที่จะมาเป็นกระบอกเสียงให้กับพวกเขา เพื่อที่จะลดแรงเสียดทานและลดเรื่องเครดิตต่าง ๆ ที่โดนตั้งแง่

ชื่อของ เปาโล มัลดินี่ ตำนานของสโมสรจึงผุดขึ้นมา โดยมีรายงานจาก กัซเซตต้า เดลโล่ สปอร์ต สื่อชั้นนำของประเทศอิตาลีว่า ทางกลุ่ม ชิโน่ นั้นได้นัดคุยกับ มัลดินี่ หลายต่อหลายครั้งหวังจะดึงเขามาอยู่ในทีม แต่มันกลับกลายเป็นการเดินเกมที่พลาด เพราะว่า มัลดินี่ นอกจากจะปฏิเสธ แล้ว ยังออกมาให้สัมภาษณ์โจมตีพวกเขาอีกต่างหาก

“ผมไม่ค่อยเชื่อพวกเขาสักเท่าไหร่ เพราะถ้าคนกลุ่มนี้รวยจริงทำไมการเทคโอเวอร์ถึงยืดเยื้อ”

- มิโน่ ไรโอล่า

“ผมยังรัก มิลาน แต่ว่าหลังจากที่เราได้คุยกันเรื่องแนวทางแล้ว ผมรู้สึกว่าไม่ได้รู้สึกอยากมีส่วนร่วมกับมันสักเท่าไหร่ มันไม่มีความชัดเจน ไม่มีอะไรเลย สิ่งที่พวกเขาปฏิบัติต่อผม มันเป็นสิ่งที่ผมไม่รู้สึกโอเคสักเท่าไหร่” ตำนานคนดังกล่าว

ที่สำคัญที่สุดก็คือการเทคโอเวอร์ที่มันล่าช้าไปนานหลายเดือนนั่นล่ะ ที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของพวกเขาดูลดลงไปยิ่งกว่าเดิม สาเหตุก็เพราะว่ามีคนหนึ่งในทีมงานดันถอนหุ้นออกไป นั่นทำให้ หลี่ ต้องหาเงินหลายส่วนมาโปะในส่วนที่ขาดซึ่งมันกินเวลา

ผ่านมาหนึ่งเดือนก็แล้ว , สองเดือนก็แล้ว จนสามเดือนก็ยังไม่มีวี่แววว่าการ เทคโอเวอร์จะเรียบร้อย เสียงวิจารณ์ในด้านลบที่มี่ต่อหลี่ และ ทีมงานก็หนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ เพราะว่าถึงตอนนี้ก็ไม่มีอะไรชัดเจนสักอย่างจนกระทั่งในช่วงกลางเดือนเมษายน หลังจากเจอโรคเลื่อนมานานกว่าครึ่งปี การเทคโอเวอร์ก็เกิดขึ้นจนได้ด้วยมูลค่า 740 ล้านยูโร ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของการเทคโอเวอร์สโมสรฟุตบอลในประเทศอิตาลี

แต่มันก็ยังมีหลายสิ่งที่พวกเขาต้องพิสูจน์ว่าจะทำ มิลาน กลับมายิ่งใหญ่ได้ตามที่ประกาศหรือไม่

การเสี่ยงเพื่อเรียกศรัทธา

เมื่อโดนกดดันขนาดนี้ สิ่งที่กลุ่ม ชิโน่ ลักซ์ ต้องทำก็คือสร้างอะไรที่มันฮือฮา อะไรที่พวกเขาสามารถพิสูจน์ได้ว่าการเข้ามาของพวกเขาคือการพัฒนาทีมให้ดียิ่งขึ้น

นั่นจึงเป็นที่มาของการที่ มิลาน จ่ายเงินไปมากกว่า 200 ล้านยูโร ในการปรับโฉมทีมใหม่แบบแทบยกชุด เรียกได้ว่ามีข่าววันไหน วันรุ่งขึ้นก็ได้เห็นนักเตะคนใหม่ชูเสื้อทีมกันทันที

อังเดร ซิลวา , ฮาคาน ชัลฮาโนกลู , เลโอนาร์โด โบนุชชี่ , ลูคัส บีย่า , อันเดรีย คอนติ , ฟรองค์ เคสซี่ และอีกหลาย ๆ คนต่างตบเท้าเข้ามาเป็นนักเตะคนใหม่แห่งแคมป์ ซาน ซิโร่ แบบไม่มีใครคาดคิดว่าจะมากันแบบยกเซ็ตแบบนี้

โบนุชชี่ มาพร้อมกับความเชื่อมั่นครั้งใหม่

มันเป็นการเรียกศรัทธาที่ได้ผลของ หลี่ หย่ง ฮง เพียงแต่ว่ามันก็ทำให้คนไปโฟกัสเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาไม่อยากจะถูกพูดถึงมากนักนั่นก็คือความเสี่ยงที่ทีมต้องแบกรับเอาไว้

มิลาน ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทีมที่มีเจ้าของรวย แต่พวกเขาไม่ได้เหมือนกับ เปแอสเช , แมนเชสเตอร์​ ซิตี้ หรือว่า เชลซี ซึ่งมีเจ้าของเป็นอภิมหาเศรษฐีที่สามารถอัดฉีดเงินของตัวเองเข้ามาในธุรกิจของสโมสรได้ เพราะพวกเขาคือกลุ่มนักลงทุน และเงินส่วนใหญ่นั้นก็มาจากการกู้ธนาคาร

นั่นหมายความว่าหากเกิดเหตุไม่คาดคิด พวกเขาจะมีปัญหาให้รับมืออย่างแน่นอน โดยล่าสุดนั้นทาง หลี่ ก็ได้ทำการ รีไฟแนนซ์ หนี้ของกลุ่มพวกเขาไปแล้ว เพื่อปรับโครงสร้างเสียใหม่ แม้ว่ามันจะยังไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่ว่ามันก็ไม่ได้สร้างความพึงพอใจให้กับแฟน ๆ ของ มิลาน อย่างแน่นอน

อนาคตที่อยู่บนปากเหวของรอสโซเนรี่

ข่าวที่ไม่ดีเกี่ยวกับกลุ่มเจ้าของ มิลาน ออกมาเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าผลงานที่ย่ำแย่ เพราะว่าพวกเขาคาดหวังเอาไว้สูงมากกับการกลับไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง ซึ่งจากนักเตะที่มีอยู่ มันก็ควรจะเป็นแบบนั้น ยิ่งในซีซันนี้ ลีก อิตาลี ได้โควตาไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวม 4 ทีม และนั่นคือเป้าหมายของ มิลาน ว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

สถานการณ์ของ มิลาน จะดีหรือร้ายมันก็ขึ้นอยู่กับการได้ไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถ้าได้ไป แผนที่วางเอาไว้ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปได้ การทุ่มเงินซื้อนักเตะก็จะยังมีให้เห็นในซีซั่นหน้า ยิ่งได้ไป แชมเปี้ยนส์ ลีก ชื่อชั้นของนักเตะที่เข้ามาก็จะดีขึ้น

ด้วยผลงานทีมที่ไม่ดี พวกเขาต้องการจุดเปลี่ยน และ ปลด วินเชนโซ่ มอนเตลล่า ออกจากตำแหน่งไปก็ คือ หนึ่งในความต้องการของเหล่าแฟนบอลปีศาจแดง-ดำ แต่ไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะดึง เจนนาโร กัตตูโซ่ อดีตตำนานของทีม ที่ไม่ได้ผ่านร้อน-หนาวในเวทีของกุนซือมามากมายนัก เข้ามารับตำแหน่งแทน มันกลายเป็นผลร้าย เพราะมิลาน ภายใต้การทำทีมของอดีตกองกลางพันธุ์ดุ มีผลงานย่ำแย่ ล่าสุดก็เพิ่งแพ้เวโรน่าไป 0 - 3 

เรื่องในสนามว่าแย่แล้ว... เรื่องนอกสนามยิ่งหนักข้อ ปีศาจแดง-ดำ ในยุคการบริหารทีมของหลี่ หย่ง ฮง ล้มเหลวในการขอทำข้อตกลงเรื่องกฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ (FFP) กับทางยูฟ่า (สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป)

โดยยูฟ่ายังคงเดินหน้าตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป และจะมีการตัดสินบทลงโทษ หากมิลานไม่สามารถเคลียร์ข้อกล่าวหาได้ในช่วงต้นปีหน้า

ซึ่งลองคิดดูว่า...หากท้ายที่สุดแล้วยูฟ่า ได้ตัดสินให้เอซี มิลาน หมดสิทธิ์ลงแข่งขันฟุตบอลถ้วยในเวทีระดับยุโรป... ความเสียหาย มันเกินคณนาเลยจริงๆ 

มีสตาร์เต็มทีมแต่ผลงานยังไม่ดีขึ้น