‘เสือร้าย’ ไม่ยอมตาย : ทำไม 'ฟัลเกา' จึงกลับมาเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง?

Radamel Falcao

จากคนที่ทำท่าว่าจะค่อยๆหายไปจากวงการลูกหนัง ทว่า ราดาเมล ฟัลเกา สามารถกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งกับ โมนาโก และวันนี้ FFT จะมาวิเคราะห์เรื่องนี้ให้ฟัง… 

ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกยกย่องให้เป็น “สไตรเกอร์” ที่ดีที่สุดในโลก

ทว่า ในเวลาเพียงไม่กี่ปี เขาคนนั้นกลับถูกตราหน้าว่า “หมดสภาพ” หลังจากที่มาล้มเหลวใน อังกฤษ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ เชลซี

เขาคนนั้นชื่อ ราดาเมล ฟัลเกา…

อย่างไรก็ตาม ผลงานล่าสุดในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ ดาวยิงทีมชาติโคลอมเบีย พา โมนาโก เข้าถึงรอบรองฯได้

และวันนี้ FFT จะมาพูดถึงชีวิตของ “เขา” กัน…

ย้อนอดีตเจ้าเสือร้าย

ฟัลเกา ร้อนแรงที่สุดในช่วงฤดูกาล 2011/12 ถึง 2012/13 กับ แอตฯ มาดริด โดย “เอล ติเกร” ถูกยกย่องให้เป็นหัวหอกที่มีส่วนผสมของสมัยใหม่และสมัยเก่าที่ลงตัวที่สุดคนหนึ่ง

ในยุคนั้น แผนการเล่นแบบ ฟอลส์ ไนน์ กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้ ฟัลเกา เป็นกองหน้าเบอร์ 9 ขนานแท้ที่เก่งกาจติดอันดับต้นๆของโลก โดยมีหลายคนเปรียบเขากับยอดดาวยิงในอดีตอย่าง โรนัลโด้, อลัน เชียร์เรอร์ หรือ กาเบรียล บาติสตูต้า เลยทีเดียว

Atletico Madrid

ถล่มประตูเป็นว่าเล่น

ฟัลเกา ยิงประตูได้ทุกรูปแบบในทุกระยะ ทั้งยังสามารถเลี้ยงตัดเข้ามายิงได้เหมือนพวกกองหน้ากึ่งปีกอีกด้วย นอกจากนี้ อดีตดาวเตะปอร์โต้ ยังครองบอล พร้อมกับมีร่างกายที่แข็งแกร่งมากๆ

โดยตลอดสองปีดังกล่าว ฟัลเกา ยิงไปถึง 70 ประตูในทุกรายการ พร้อมกับฝากความทรงจำด้วยการฉลองหลังทำประตูได้ด้วยท่าราวกับว่า ตัวเขายิงได้ในรอบชิงฯฟุตบอลโลก

“มันคือค่ำคืนประวัติศาสตร์ ฟัลเกา คือ กองหน้าที่เก่งที่สุดในโลก” ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กล่าวในเดือนธันวาคม ปี 2012 หลังจากที่ ศูนย์หน้าเลือดโคเคน ซัดคนเดียว 5 ลูกจนพาทีมถล่ม เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า 6-0

หลังจากนั้น ฟัลเกา ย้ายไปอยู่กับ โมนาโก ด้วยค่าตัวมหาศาล ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าจนต้องพักยาว และชีวิตของเขาก็ไม่เหมือนเดิม