เสือร้องไห้! พญาเสือ "เอล ติเกร" สู่แมวน้อยที่ถูกเมิน

ดาวยิงโคลอมเบียนย้ายมาร่วมทีมปีศาจแดงด้วยสัญญายืมตัว Jonathan Fadugba พาคุณย้อนไปดู 8 เดือนในชีวิตของ "เอล ติเกร" ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลายเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา 

"บางคนบอกว่าการได้เล่นฟุตบอล, การได้เป็นที่รู้จัก และเงิน คือสิ่งที่จะเติมเต็มให้คุณมีความสุข แต่อีกหลายคนยังรู้สึกว่างเปล่าและเหมือนมีช่องโหว่ในหัวใจแม้จะมีชื่อเสียงและทรัพย์สินมากมาย" 

- คำกล่าวของ ราดาเมล ฟัลเกา การ์เซีย

ในนาทีที่ 38 ของเกมเมื่อวันเสาร์ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกไปพ่ายสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี จอห์น เทอร์รี่ และราดาเมล ฟัลเกา มีจังหวะกระทบกระทั่งกันกลางสนาม

หากเป็นก่อนหน้านี้ จังหวะปะทะแบบนี้คงจะสะใจคนดู และในที่สุดก็เป็นเทอร์รี่ที่แข็งแกร่งกว่า ส่วนดาวยิงโคลอมเบียนก็ได้แต่กองอยู่ตรงนั้นหลังจากการปะทะหนัก

อาจจะเป็นจังหวะฟาวล์ หรืออาจจะไม่ แต่กรรมการก็ไม่เป่าฟาวล์จังหวะดังกล่าว เชลซึได้ครองบอลและเพียงไม่กี่วินาทีก็พาบอลฉีกแนวรรับเข้าไปยิงประตูเดียวของค่ำคืนนั้นโดยฝีเท้าของปีกเบลเยียม เอเด็น อาซาร์

แต่วันนี้เราจะต้องคุยกันเรื่อฟัลเกา 

เราจำเป็นจะต้องพูดถึงฟัลเกาและความอึดอัดขัดเขินจากเรื่องนี้ เราจำเป็นต้องพูดเพราะนี่คือชะตากรรมของหนึ่งในสุดยอดดาวยิงของโลก อะไรเกิดขึ้นกับกองหน้าที่เคยเป็นที่เกรงกลัวของนายประตูและกองหลังในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่วันนี้ราดาเมล ฟัลเกากลับกลายเป็นถูกเขี่ยออกจากเกมเหมือนเด็กน้อยที่วิ่งไล่เตะฟุตบอลกลางสนามเด็กเล่น

เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาของฟัลเกาในฤดูกาลนี้

เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาของฟัลเกาในฤดูกาลนี้

อีกหลายคนยังรู้สึกว่างเปล่าและเหมือนมีช่องโหว่ในหัวใจแม้จะมีชื่อเสียงและทรัพย์สินมากมาย

- ราดาเมล ฟัลเกา

นักเตะคนนี้ที่เคยถล่มประตูไปแล้ว 155 ลูกจากการลงสนาม 199 เกมใน 3 ประเทศ กลับกลายเป็นเพียงตัวตลกกลางสนาม และด้วยเหตุผลกลใดที่เจ้าของฉายา "เอล ติเกร" หรือ พญาเสือ จากจังหวะยิงประตูคมกริบและสัญชาตญาณนักล่าที่คอยจังหวะสังหาร... แต่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรแมวน้อยตัวหนึ่งเท่านั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นกับฟัลเกาเป็นความจริงอันปวดร้าว และความจริงนั้นยิ่งถูกตอกย้ำให้ชัดเจน: การดูฟัลเกาเล่นฟุตบอลในตอนนี้ ไม่ได้เป็นความรู้สึกสนุกสนานอีกต่อไปแล้ว

การดูฟัลเกาเล่นฟุตบอลในตอนนี้ ยิ่งดูยิ่งปวดใจ เหมือนดู แรนดี้ "เดอะ แรม" โรบินสัน จากหนังเรื่อง The Wrestler ที่เป็นตัวแทนสะท้อนภาพนักกีฬาอาชีพที่ครั้งหนึ่งเคยมีชื่อเสียงโด่งดังและน่าเกรงขาม แต่เมื่ออายุมากขึ้นก็ได้แต่เฝ้ามองโลกหมุนผ่านตา อดีตที่เคยยิ่งใหญ่ ช่วงชีวิตที่ผ่านความรุ่งเรืองสุดขีด ค่อยๆ ตกต่ำลง และแม้จะพยายามขัดขืน แต่อาการบาดเจ็บและอายุที่นับวันก็จะยิ่งมากขึ้น ทำให้อดีตนักกีฬาผู้เคยเป็นฮีโร่ค่อยๆ ล่มสลายไปต่อหน้าต่อตาเรา กลายเป็นเพียงดาวอับแสงเท่านั้น

จังหวะหักเห

ฟัลเกาย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัวจาก อาแอส โมนาโก พร้อมกับเสียงฮีอฮาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในฐานะดาวยิงผู้จะมาเป็นหัวหอกเกมบุกของหลุยส์ ฟาน ฮาล และสร้างตำนานครั้งใหม่กับปีศาจแดงเลือดใหม่ หลังจากฤดูกาลสุดย่อยยับภายใต้การคุมทีมของเดวิด มอยส

"ราดาเมลเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวยิงในเกมฟุตบอล" ฟาน ฮาลกล่าวอย่างแช่มชื่นหลังทำสัญญายืมตัวมูลค่า 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 300 ล้านบาท) เมื่อเดือนกันยายน "ถ้าคุณมองตัวเลขการยิงประตูต่อเกมของเขาก็น่าจะรู้ "และเมื่อมีโอกาสคว้าตัวนักเตะที่มีความสามารถระดับนี้มาร่วมทีม ก็เป็นโอกาสที่พลาดไม่ได้" และฟัลเกาก็ได้สวมเสื่อหมายเลข 9 ของปีศาจแดง

มาพร้อมกับความคาดหวังสูง แม้จะยังมีคำถามถึงความฟิตหลังอาการบาดเจ็บ

มาพร้อมกับความคาดหวังสูง แม้จะยังมีคำถามถึงความฟิตหลังอาการบาดเจ็บ

แม้ก่อนการย้ายเข้ารังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดครั้งนี้จะมีคำถามเรื่องความฟิตของดาวยิงโคลอมเบียน เนื่องจากอาการบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถร่วมทัพโคลอมเบียนไปฟุตบอลโลก แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นเช่นนี้

เกือบ 1 ฤดูกาลกับปีศาจแดง ฟัลเกาลงเล่นเพียง 25 เกม และยิงเพียง 4 ประตู เท่ากับคริส สมอลลิ่ง 

และใน 1 ฤดูกาลนี้ ฟัลเกา กลายสภาพจาก 'โอกาสที่พลาดไม่ได้' เป็นส่วนเกินที่ไม่ค่อยถูกใช้งาน ดาวยิงโคลอมเบียนเพิ่งได้ลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 6 เกมเท่านั้น และใน 6 เกมนั้นกับเชลซี, วิลลา, สเปอร์, คิวพีอาร์, เวสต์แฮม และเคมบริดจ์ ฟัลเกายิงได้เพียงประตูเดียว และไม่เคยมีโอกาสยิงตรงกรอบตั้งแต่เดือนมกราคม

แม้จะฟังดูน่าตกใจ แต่ยังถือว่าอาการตีนบอดเป็นเรื่องปกติของกองหน้า ใครก็เคยมีช่วงฟอร์มตก ยิงไม่ได้ แม้แต่แฮร์รี่ เคน ก็ยังเคยยิงไม่ได้ 2 เกมติดกัน แต่ที่น่ากังวลมากกว่าก็คือตัวของนักเตะเอง ฟัลเกายังคงลงเล่นด้วยอาการอึดอัด ตะกุกตะกัก และความรู้สึกลำบากชนิดที่คนดูเองก็ต้องทนดูด้วยความเศร้าใจ

5 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการแข่งขัน เริ่มบั่นทอนความมั่นใจ

5 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการแข่งขัน เริ่มบั่นทอนความมั่นใจ

เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งเดือนก่อนจบฤดูกาล ยิ่งเล่นก็ยิ่งเห็นความไม่สามารถในการยิงประตู จังหวะแตะบอลก็ไม่เหมือนเดิม ความเร็วที่เคยพาบอลหนีกองหลังก็ไม่มีให้เห็น ฟัลเกาดูอ่อนยวบยาบในจังหวะเล่นกับบอล

ในความพยายามที่จะช่วยฟัลเกาเรียกความมั่นใจในเกมกลับมา ฟาน ฮาล ตัดสินใจส่งดาวยิงโคลอมเบียนไปเล่นกับทีม U21 ในเกมที่ลงเตะกับทีมสเปอร์ แต่ฟัลเกาก็ยังยิงประตูไม่ได้และถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาที 71 "นั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่เราจะต้องรีบแก้ไข" โค้ชทีมชาติโคลอมเบียกล่าวระหว่างพักเบรคเกมทีมชาติเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา "ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ฟัลเกาต้องพบกับสถานการณ์แบบตอนนี้"

อดีตอันสวยงาม

นี่ไม่ใช่ฟัลเกาที่เราเคยรู้จักและหลงรัก ฟัลเกาคนนั้นเป็นตัวป่วนเกม เป็นพลังงานร้อนแรงเกินต้านทาน "ผมถูกสร้างมาเพื่อฟุตบอล" เป็นคำที่ครั้งหนึ่งฟัลเกาเคยบอกกับนิตยสาร Cromos และความมุ่งมั่นและทุ่มเทความสามารถกับเกมเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้เขาเป็นนักเตะชั้นยอด

ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องน่าเศร้าที่ฟัลเกาต้องพบกับสถานการณ์แบบตอนนี้

- โชเซ่ เปเกอร์แมน

นับตั้งแต่ย้ายจากริเวอร์เพลตสู่ปอร์โต้ และแอตเลติโก มาดริด การได้ดูฟัลเกาเล่นฟุตบอล เป็นประสบการณ์ชั้นยอดที่ได้เห็นศิลปะการเล่นฟุตบอลและการยิงประตูสวยงาม ฟัลเกาเล่นบอลฉลาด และเล่นได้ดีทั้งสองเท้า และแม้แต่การเล่นลูกกลางอากาศด้วยความนุ่มนวลกับร่างกายแข็งแกร่ง ฟัลเกาเล่นได้อย่างครบเครื่อง

ฤดูกาล 2010/11 ของฟัลเกาในฐานะหัวหอกผู้นำเกมบุกของปอร์โต้ มังกรน้ำเงินครองสถิติไร้พ่ายตลอดฤดูกาล ส่วนฟัลเกา ถล่มประตูในยูโรป้า ลีก ถึง 17 ประตู ทิ้งห่างดาวยิงอันดับ 2 จุซเซปเป้ รอสซี่ และพาปอร์โต้คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 2

ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ฟัลเกายิงประตูชัยให้ปอร์โต้ และฤดูกาลถัดมาก็ยังซัลโวประตูชัยให้กับแอตเลติโก มาดริด และทำผลงานสุดยอดในฐานะหนึ่งในดาวยิงฟอร์มเทพของฟุตบอลนัดชิงชนะเลิศเวทียุโรปยุคใหม่

ราดาเมล ฟัลเกา ช่วยทีมตราหมี แอตเลติโก มาดริด ล้างอาถรรพ์ด้วยการเอาชนะคู่แค้นตลอดกาล เรอัล มาดริด และคว้าแชม์โกปา เดล เรย์ ฤดูกาล 2013 พร้อมทั้งสร้างสถิติการยิงประตูเฉลี่ยของตัวเองในการแข่งขันระดับสโมสรของยูฟ่า ด้วยสถิติสูงสุด 38 ประตูใน 42 เกม แซงหน้าสถิติเดิมของเกิร์ด มุลเลอร์ แม้นักวิจารณ์จะเคยค่อนว่าหากมองถึงระดับการแข่งขัน ฟัลเกายิงประตูในแชมเปี้ยนส์ลีกได้เพียง 4 ลูกเท่านั้น

แล้วเกิดอะไรขึน? 

เรื่องเศร้าเกิดขึ้นเมื่อวันพุธ 22 มกราคม 2014 วันที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตนักเตะของราดาเมล ฟัลเกาไปตลอดกาล วันที่ดาวยิงโคลอมเบียได้รับบาดเจ็บเอ็นเข่าซ้ายฉีกในเกมเฟร้นช์ คัพ ระหว่างโมนาโก แับ มงต์ ดอร์ อะเซเกส์ ฟูต.... วันที่โลกของราดาเมล ฟัลเกา พังทะลาย และวันนั้นที่หนังสือพิมพ์ El Tiempo กล่าวว่า คนทั้งชาติต้องร่ำไห้ "ราวกับเราโดนคำสาป ราวกับว่าเราทำผิดที่ท้าทายอำนาจของเทพเจ้า"

ฟัลเกา เป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของประเทศโคลอมเบีย และอาการบาดเจ็บของเขาเป็นเสมือนหนึ่งหายนะระดับชาติก่อนฟุตบอลโลก 2014 ที่ทวีปอเมริกาใต้ แม้กระทั่งประธานาธิบดียังเคยเดินทางไปเยี่ยมฟัลเกาที่โรงพยาบาล

“ผู้คนไม่เข้าใจช่วงเวลาเลวร้าย”

สิ่งที่ยากลำบากที่สุดของชะตากรรมฟัลเกาคือ เขาเป็นชายผู้ใช้ชีวิตเพื่อฟุตบอล 

ศาสนา, ครอบครัว และฟุตบอล เป็น 3 เสาหลักในชีวิตของราดาเมล ฟัลเกา ผู้ที่มีอารมณ์อ่อนไหวและท่าทางล่องลอย "ผมพยายามจะเชื่อใจคนอื่น แต่นั่นไม่ง่ายเลย" ฟัลเกา กล่าวกับ Cromos

เมื่อรายการโทรทัศน์ภาษาสแปนิช Punto Pelota นำภาพฟัลเกาในวัยเด็กมาออกอากาศ เอล ติเกร ถึงกับร้องไห้ออกมา "โลกเราไม่เป็นจริง" ฟัลเกา กล่าวปนสะอื้น "ฟุตบอลก็แปลกไป ผู้คนไม่เข้าใจช่วงเวลาเลวร้าย"

หลายต่อหลายครั้งที่ความสะเทือนใจเกินข่มกลั้น อย่างเช่นระหว่างการพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บหัวเข่า ฟัลเกาได้พบกับเด็กหนุ่มตัวน้อยวัย 12 ปีที่ร้องไห้ออกมาในวันที่ได้พบกับขวัญใจวัยเด็ก หนุ่มน้อยบอกกับฟัลเกาว่า พระเจ้าจะช่วยรักษาหัวเข่าของเขาให้หายดี ทำให้ฟัลเกาถึงกับน้ำตาร่วงในวิดีโอที่คุณได้ดูแล้วอาจจะต้องน้ำตาไหลไม่รู้ตัว

ฟัลเกาได้กล่าวว่าสาเหตุหนึ่งที่ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมโมนาโกเมื่อปี 2013 ก็คือเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนฟุตบอลโลก และการได้เห็นด้านที่อ่อนโยนของเขาทำให้การต้องมองดูฟัลเกาในตอนนี้กลายเป็นความเจ็บปวด การได้เห็นราดาเมล ฟัลเกา ต้องถูกนักเตะวัยรุ่นท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์เข้าเบียดเอาบอลทำให้คุณอดไม่ได้ที่จะคิดว่าฟัลเกาไม่ควรจะต้องมาพบกับความอับอายเช่นนี้

หลายคนโทษกุนซือใหญ่ปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน ฮาล ที่ขับไล่ไสส่งฟัลเกา และเป็นคนที่ทำให้ฟัลเกาต้องสูญเสียความมั่นใจ การต้องเห็นดาวยิงสูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโคลอมเบียต้องถูกส่งไปเล่นกับทีมสำรองของยูไนเต็ด ทำให้แฟนฟุตบอลชาวโคลอมเบียนมองว่านั้นคือการหยามศักดิ์ศรีครั้งใหญ่

"ผมได้อ่านข่าวที่บอกว่าการส่งฟัลเกาไปเล่นกับทีมสำรองเป็นเรื่องขายหน้า" ฟาน ฮาล กล่าว "แต่ผมไม่คิดแบบนั้น" 

แต่ไม่ว่าใครจะออกมาปกป้องดาวยิงวัย 29 ปีเพียงใดก็ตาม แต่ยังเห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ดีพอที่จะแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ของยูไนเต็ด และอาจจะไม่มีโอกาสเลยก็ได้ การโทษฟาน ฮาลเพียงอย่างเดียวก็คงดูไม่ยุติธรรมกับกุนซือดัตช์นัก ชีวิตและเส้นทางฟุตบอลขาลงของฟัลเกาไม่ได้เริ่มต้นที่แมนเชสเตอร์ แต่เริ่มมาจากโมนาโก...ที่ช่วงแรกของการลงสนามที่ดูมีความหวัง แต่ฟัลเกาได้ลงสนามเพียง 10 เกมและยิงได้ 2 ประตู ทำให้เริ่มถูกวิจารณ์ และนั่นก็เกิดขึ้นก่อนจะได้รับอาการบาดเจ็บ

โค้ชทีมชาติโคลอมเบียรับทราบว่านี่คือปัญหาใหญ่

โค้ชทีมชาติโคลอมเบียรับทราบว่านี่คือปัญหาใหญ่

จุดจบที่ยังมองไม่เห็น

คงไม่มีทางที่จะทำอะไรได้มากกว่าการหวังว่าเรื่องราวของฟัลเกาจะจบอย่างมีความสุข ไม่ว่าจะเป็นกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นับวันก็จะยิ่งเหมือนว่าอ็อปชั่นซื้อขาด 43.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,120 ล้านบาท) ดูจะแพงเกินจริงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ว่าจะเป็นกับทีมอื่น ในมุมหนึ่ง ราดาเมล ฟัลเกา เป็นตัวอย่างของความล่มสลายของชายผู้ไม่มีโอกาสได้กุมชะตาชีวิตไว้ในกำมือของตัวเอง หนึ่งในนั้นคือการพยายามไล่ล่าความฝันแชมเปี้ยนส์ลีกที่ราวกับว่าไม่มีทางเป็นจริง 

ครั้งหนึ่งเมื่อถูกหนังสือพิมพ์ Cromos ถามว่าหากสามารถเปลี่ยนเปลงอะไรสักอย่างในฟุตบอล จะเลือกเปลี่ยนอะไร ฟัลเกาตอบเพียงสั้นๆ ว่า "ฟุตบอลถูกทำให้แปดเปื้อนไปแล้ว"

คำถามมากมายเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลในตอนนี้

ดาวยิงโคลอมเบียนจะกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่เหมือนที่เคยทำให้โมนาโกยอมควักเงินกว่า 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,500 ล้านบาท) ซื้อตัวมาร่วมทีมได้หรือไม่?

ฟัลเกาจะทำผลงานคุ้มค่าเหนื่อยสัปดาห์ละกว่า 265,000 ปอนด์ (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดหรือไม่?

หรือนี่เป็นช่วงเวลาผ่อนแรงของฟัลเกา?

หลายคนมองย้อนกลับไปถึงความยิ่งใหญ่ของฟัลเกาและยังมั่นใจว่าอีกไม่นานฟัลเกาคนเดิมจะกลับมาอีกครั้ง

"ผมรู้ถึงความแข็งแกร่งของฟัลเกา จิตใจที่เข้มแข็งและพร้อมสู้ และผมเชื่อแน่นอนว่าเขาจะต้องกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง" โค้ชทีมชาติโคลอมเบีย โชเซ่ เปเกอร์แมน ยืนยันหนักแน่น ก่อนที่อีกไม่นานจะถึงการแข่งขัน โกปา อเมริกา

"ฤดูกาลนี้ผลงานของเขาไม่ดีนัก" เลโอนาร์โด ยาร์ดิม โค้ชโมนาโก กล่าว "แต่ผมเชื่อว่าเขาจะสามารถกับมาสร้างผลงานเหมือนที่เขาเคยทำได้มาแล้วในอดีต ผมเชื่ออย่างนั้น"