Analysis

เตะบอลและท่องโลก? : 15 ผู้เล่นที่มีเส้นทางชีวิตค้าแข้งสุดประหลาดและจับทางยากสุดๆ

จากจีนมาบาร์เซโลน่า? จาก QPR ไป มิลาน? จากญี่ปุ่นไปติมอร์ เลสเต้? จากบิวรี่ ไปบราซิล? หรือกระทั่งอังกฤษไปนอกลีกในแอฟริกาใต้! นี่คือ 15 นักเตะที่คุณไม่มีทางอ่านออกว่าพวกเขาจะย้ายไปไหน และ / หรือ จะท็อปฟอร์มหรือเล่นแย แต่ที่แน่ๆ เส้นทางของพวกเขามันขึ้นๆลงๆจนสุดเหวี่ยงหาตัวจับยากเสียจริงๆ

We are part of The Trust Project What is it?

จอร์จ เบสต์

ทุกคนคงจำช่วงเวลาของเบสต์ตอนอยู่กับแมนฯยูได้ แต่แข้งชาวไอร์แลนด์เหนือนั้น ยังคงลงเล่นต่อไปอีก 10 ปีหลังจากออกจากยูไนเต็ดในวัย 28 ปี

โดยปี 1974 ได้ไปเล่นให้กับ ยิววิช กิลด์ ทีมที่ไม่ได้โดดเด่นโด่งดังอะไรในแอฟริกาใต้  และทีม นอกลีกชื่อว่า ดันสเตเบิล ทาวน์

จากนั้นเขาก็กลับมาเล่นในอังกฤษอีกหลายทีมกับ อาทิ ฟูแล่ม และบอร์นมัธ ซึ่งอยู่ดิวิชั่น 3 ในขณะนั้น รวมถึงทีมจากไอริชอย่าง คอร์ก ซิตี้ ก่อนย้ายไป เซลติก และ ฮิเบอร์เนียนในสก็อตแลนด์ หลายๆทีมในอเมริกา สองทีมในฮ่องกง ต่อด้วยออสเตรเลียอีก 2 ทีม และสุดท้ายที่ โทเบอร์มอร์ ยูไนเต็ด ทีมในบ้านเกิดของเขาที่ไอร์แลนด์เหนือ

เบสต์ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่รักการเล่นฟุตบอลอย่างแท้จริง  เขาสามารถไปเล่นได้หมดทุกที่ โดยไร้ปัญหาใดๆ เขาเป็น “วันแมนคลับ” ในทศวรรษแรกของการค้าแข้ง และกลายเป็นแข้งพเนจรใน 10 ปี สุดท้ายของอาชีพ

ลุตซ์ ฟานเนนสตีล

นายทวารชาวเยอรมันรายนี้ เคยติดทีมอินทรีเหล็กชุดยู 17 มาเเล้วในอดีต อย่างไรก็ตามเส้นทางที่รอเขาอยู่ หาใช่การเป็นตำนานที่หน้าปากประตูเหมือนกับ โอลิเวอร์ คาห์น หรือ เยนส์ เลห์มันน์ แต่เส้นทางของเขานั้นก็ "เจ๋ง" ชนิดที่ว่าหาตัวจับยากสุดๆ

ที่บอกว่า "เจ๋ง" นั้นก็เพราะว่า ฟานเนนสตีล คือนักเตะคนเดียว "บนโลกใบนี้" ที่ลงเล่นฟุตบอลครบ 6 ทวีปที่ฟีฟ่ารับรอง แน่นอนว่ามันต้องสุดแสนจะเร้าใจและน่าตื่นเต้น...25 สโมสรที่เขาเคยร่วมทาง มีครบทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทีมดังอย่าง วิมเบิลดัน ในยุคเครซี่เเก๊ง ลากยาวไปจนถึงทีม แรมเบอร์ส สโมสรในลีกนามิเบีย

เหมือนว่าเขาจะเป็นนักฟุตบอลที่รักการเดินทางมากที่สุดในโลก เพราะหลังจากที่แขวนถุงมือในปี 2011 ลุตซ์ ทำสารพัดงานไม่ว่าจะเป็นนักวิจารณ์ของช่อง บีบีซี, ซีเอ็นเอ็น และ ยูโรสปอร์ต ก่อนจะเริ่มลองอีกสายงานหนึ่งนั่น คือ การไปเรียนหลักสูตรโค้ชกับสมาคมฟุตบอลเยอรมัน

การเดินทางรอบโลกของเขาสามารถสร้างประโยชน์ได้ในวัยเกษียณจากฟลอร์หญ้า ปัจจุบันในวัย 44 ปี ลุตซ์ เป็นหัวหน้าแมวมองของ ฮอฟเฟ่นไฮม์ โดยชื่อตำแหน่งของเขาคือ "ทีมงานแมวมองระดับนานาชาติ" ... นั่นหมายความว่าชีวิตเขายังคงต้องง่วนกับการจัดกระเป๋าเดินทางไปนั่นไปนี่ต่อไปอีกหลายปีเลยทีเดียว

แดน อิโตะ

นี่ คือ นักเตะที่ค้าแข้งจำนวนประเทศมากที่สุดในโลกอย่างไม่เป็นทางการ...

แดน อิโตะ ดาวเตะเลือดซามูไร ผู้ที่เกิดและเติบโตที่ฮ็อกไกโด ดินแดนทางตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น วัย 41 ปี เริ่มต้นค้าแข้งอาชีพกับเวกัลตะ เซนได เมื่อปี 1998 เขานับเป็นนักเตะรุ่นราคราเดียวกับ โนโบยูกิ ไซเซน อดีตนักเตะของเมืองทองฯ, โยชิคัตซึ คาวาบายาชิ, รวมถึง โชชิ โจ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

เขาเคว้งคว้างนานร่วม 1 ปี ก่อนเห็นใบประกาศว่ามีการเปิดคัดตัวผู้เล่นไปร่วมทีมวูดแลนด์สเวลลิงตัน ของสิงคโปร์ จึงไปคัดตัวและได้รับสัญญาในที่สุด นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาตั้งปณิธานเดินทางไปค้าแข้งอาชีพทั่วเอเชีย เขามุ่งหน้าไปต่อทั้งที่ออสเตรเลีย โดยร่วมทีมเวสต์เกต ในลีกล่าง, จากนั้นไปเซ็นกับท่าเรือฯ ไซง่อนที่เวียดนาม, คิตฉี ที่ฮ่องกง, โอสถสถา ยุคที่ "น้าชัช" ชัชชัย พหลแพทย์ เป็นโค้ช โดยมี "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย มือขวากุนซือช้างศึกปัจจุบันเป็นเพื่อนร่วมทีม, ปีนัง ที่มาเลเซีย, QAF ที่บรูไน, วาเลนเซีย ที่มัลดีฟส์, DMPP ที่บรูไน อีกครั้ง, ต๊วนเหมิน ในฮ่องกง, วินซอร์ อาร์ช ในมาเก๊า, เชอร์ชิลล์ บราเธอร์ส ที่อินเดีย, รักขะปุระ ที่เมียนมาร์, LHMMC ในเนปาล, บิ๊วต์ ไบร์ท ยูไนเต็ด ในกัมพูชา, กรีน อาร์เชอร์ส ที่ฟิลิปปินส์, เออร์ชิม เอฟซี ที่มองโกเลีย, ลาวโตโยต้า เอฟซี และ โยธา ที่ สปป. ลาว, ธิมพู เอฟซี ที่ภูฏาน, โคลองโบ ที่บังคลาเทศ, และทีมล่าสุดปอนตา เลสเต้ ที่ติมอร์ เลสเต้ (อ่านเสร็จแล้วเหนื่อยไหม?) 

ชีวิตของเขาผ่านการลงเล่นมา 24 สโมสร จาก 22 ประเทศทั่วเอเชีย นั่นทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่เดินทางไปค้าแข้งจำนวนประเทศมากที่สุดในโลก โดยเรื่องราวตลอดการค้าแข้งของเขามีเรื่องราวสุดแสนสหัศจรรย์มากมาย ไล่ตั้งแต่โดนปืนจ่อหัว, โดนผู้รักษาประตูทีมทหารอากาศกระโดดถีบหน้าสมัยอยู่โอสถฯ จนต้องเข้าโรงพยาบาล, ตลอดจนการใช้ชีวิตดั่งราชาที่บรูไน

ปัจจุบันเจ้าตัวพักอาศัยอยู่ที่ซัปโปโร บ้านเกิด และกำลังรวบรวมเอกสารเพื่อลงทะเบียนเป็นนักเตะที่ค้าแข้งจำนวนประเทศมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ

แต่ถามว่าทำไมไม่ไปลงทะเบียนในกินเนสส์ เวิลด์เรคคอร์ด เสียตั้งนานก่อนหน้านี้? ก็เพราะเขากลัว ลุตซ์ ฟานเนนสตีล เจ้าของสถิติคนปัจจุบันกลับมาสวมถุงมือ และทำสถิติแซงหน้าเขาไปอีกยังไงล่ะ!

Pages