เตหะรานดาร์บี้แมตช์…เอล กลาซิโก้ เอเชีย ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้บาร์ซ่าปะทะมาดริด

คนทั้งโลกยอมรับว่า เอล กลาซิโก้ ระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ เรอัล มาดริด คือ ที่สุดของเกมลูกหนัง ที่น่าสนใจคือหากเราลองเทียบพวกเขากับดาร์บี้แมตช์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดในเอเชีย แล้วมันจะเป็นอย่างไร FFT หาคำตอบมาให้แฟนๆชาวไทยได้ติดตาม…

คาร์ลอส เคยรอซ เคยมีประสบการณ์กับ เอล กลาซิโก้ ของแท้ในสมัยที่คุม เรอัล มาดริด เมื่อซีซั่น 2003-04 ก่อนที่ลูกครึ่งโมซัมบิกคนนี้ จะหันมาคุมทีมชาติอิหร่านตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งนั่นทำให้ เคยรอซ มีโอกาสได้สัมผัสอีกหนึ่งเกมดาร์บี้แมตช์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาวเปอร์เซีย

ใช่แล้ว – นั่นคือ “เตหะรานดาร์บี้” ระหว่าง เอสเตกาล กับ เพอร์เซโปลิส

มันเป็นเกมดาร์บี้ที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่ที่สุดในเอเชียอย่างแน่นอน

- คาร์ลอส เคยรอซ

แต่แม้จะเวลาผ่านมานานหลายปี ทว่า อดีตผู้ช่วยของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ไม่เคยลืมความทรงจำแสนตื่นเต้นสมัยที่ได้ลุยเกมที่มันส์ที่สุดในโลกฉบับสเปน

“แพสชั่นในเกมตอน บาร์เซโลน่า พบ เรอัล มาดริด เป็นอะไรที่พิเศษมากๆ และมันไม่มีเกมไหนที่เป็นเช่นนั้นได้ในโลกลูกหนัง” เคยรอซ กล่าวกับ FourFourTwo

อย่างไรก็ตาม อดีตกุนซือทีมชาติโปรตุเกส เชื่อว่า เกมดาร์บี้แมตช์ของ อิหร่าน ก็ไม่เป็นรองคู่หยุดโลกคู่นั่น

“มันเป็นเกมดาร์บี้ที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่ที่สุดในเอเชียอย่างแน่นอน” เคยรอซ ที่เคยทำงานใน ญี่ปุ่น และ ยูเออี กล่าว

“ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ใน เอเชีย มาก่อน ตอนผมอยู่ ญี่ปุ่น มันมีบางเกมดาร์บี้แมตช์ที่ใหญ่กว่าเกม เจลีก ปกติทั่วไป แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย”

“มีแต่ เตหะรานดาร์บี้ นี่แหละที่พิเศษ”

ตอน เอสเตกาล กับ เพอร์เซโปลิส เจอกันนั้น จะมีแฟนบอลเข้าไปชมเกมใน อาซาดี้ สเตเดี้ยม ถึง 100,000 คน นอกจากนี้ยังมีแฟนบอลจากทั่วโลก โดยเฉพาะชาวอิหร่านกว่าคนที่เชื่อว่า พวกเขาติดตามแมตช์หยุดโลกอยู่ทางบ้าน

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า เอล กลาซิโก้ ฉบับ เปอร์เซีย ยังไงก็มีความดีเดือดน้อยกว่าของแท้จากเมืองกระทิงดุ เพราเหตุผลสองประการ ได้แก่

ข้อแรก – เพอร์เซโปลิส คือ ทีมที่ชนชั้นแรงงานสนับสนุน ขณะที่พวกชนชั้นกลางก็เลือกซับพอร์ต เอสเตกาล ซึ่งมันเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นใน สเปน ไม่ได้

บาร์เซโลน่า เป็นเมืองหลวงของคาตาลัน ซึ่งพวกเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของ สเปน ขณะที่ มาดริด คือ เมืองหลวงของประเทศ ที่รวมหน่วยงานรัฐบาลและราชวงศ์ผู้ปกครอง อีกทั้งประวัติศาสตร์ในอดีต ก็ยิ่งส่งผลให้ความเข้มข้นของเกมทวีคูณไปอีก“กับ บาร์เซโลน่า พวกเขามีเรื่องกันมากกว่าในเกมกีฬา มันมีเรื่องวัฒนธรรม ศาสนา และการเมือง ทั้งหมดทำให้เกมเดือดขึ้น มันให้ความหมายที่แท้จริงของเกม ไม่ใช่กับแค่แฟนทั้งสองทีม แต่รวมถึงคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจฟุตบอลมากมายด้วย”

 

ข้อสอง – มาตราฐานที่ต่างกัน แน่นอนว่า สองทีมดังแห่งเตหะราน ไม่มีทางเทียบมาตราฐานของสองยักษ์ใหญ่ของโลกได้(อาจจะไม่มีทีมใดในโลกที่ทำได้)

เพราะเราคงได้แต่ฝันที่จะเห็นนักเตะระดับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, แกเร็ธ เบล หรือ หลุยส์ ซัวเรส มาเตะใน อิหร่าน ทุกอาทิตย์

 

คุณไม่สามารถหายตัวไปได้หลังจากแข่งจบ คุณต้องเผชิญหน้ากับมัน… ถ้าคุณเป็นแฟน เพอร์เซโปลิส คุณก็ต้องเจอพวก เอสเตกาล แน่นอน

“แน่นอนว่า บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด เล่นฟุตบอลในอีกระดับหนึ่ง” เคยรอซ เล่าต่อ

“โดยส่วนใหญ่แล้ว การที่เราดูทั้งสองทีมลงเล่น ก็เหมือนกับการดูสองทีมฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลกเตะกัน คุณมีนักเตะที่เก่งและโด่งดังที่สุดในสนาม และนั่นทำให้ทั้งโลกต้องหันมอง ซึ่งนั่นไม่มีทางที่ เตหะรานดาร์บี้ จะทำได้”

แต่อย่างน้อย เกมระหว่าง เพอร์เซโปลิส และ เอสเตกาล ก็มีบางอย่างที่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ของเมืองกระทิงไม่มี

“ในอีกทางหนึ่ง เตหะรานดาร์บี้ อาจจะน่าสนใจกว่าเมื่อสองทีมในเมืองเดียวกัน อยู่ใกล้ๆกัน และมีเรื่องที่ทำให้บรรยากาศในเกมนั้นยิ่งใหญ่”

บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด อยู่ห่างกันถึง 600 กิโลเมตร ดังนั้นเมื่อทีมรักคุณแพ้ คุณมีโอกาสที่จะหนีหน้าเพื่อนๆหรือสื่อไปสักพัก จากนั้นค่อยกลับมาว่ากันใหม่ ทว่า คุณทำเช่นนั้นไม่ได้ในเมืองหลวงของ อิหร่าน

 

“คุณไม่สามารถหายตัวไปได้หลังจากแข่งจบ คุณต้องเผชิญหน้ากับมัน วันรุ่งขึ้น คุณต้องขึ้นรถไปทำงานหรือไปโรงเรียน และถ้าคุณเป็นแฟน เพอร์เซโปลิส คุณก็ต้องเจอพวก เอสเตกาล แน่นอน และเช่นกัน ถ้าคุณเป็นสาวก เอสเตกาล คุณก็ต้องเจอพวก เพอร์เซโปลิส คุณหนีมันไม่ได้หรอก ”

นอกจากนี้ บรรยากาศก่อนเกมก็สุดยอด โดยคุณจะรู้ได้เลยว่า ทุกคนในเมืองตั้งหน้าตั้งตารอแมตช์นี้ขนาดไหน ตั้งแต่ก่อนเกมเป็นสัปดาห์ ก่อนเกมหนึ่งวัน หรือกระทั่งหนึ่งชั่วโมงก่อนคิกออฟ

มันเป็นเกมที่พิเศษมากๆ คุณต้องมาเห็นมันกับตา แล้วคุณจะเข้าใจทุกอย่างเอง

“มันไม่น่าเชื่อนะ คุณจะรู้สึกถึงความตึงเครียดในเมืองได้เลย คุณรู้สึกได้ในอากาศเลย มันไม่เกี่ยวว่าก่อนหน้านั้นพวกเขาจะเล่นยังไงมา มันเป็นเกมพิเศษสำหรับนักเตะทุกคนเสมอ”

และที่สำคัญมันมากกว่านั้น เพราะไม่ใช่แค่ใน เตฮะราน เท่านั้น แต่พวกเขายังมีแฟนบอลจากทั่วประเทศคอยเชียร์อีกด้วย

“เพอร์เซโปลิส และ เอสเตกาล ไม่เหมือนกับ เรอัล มาดริด กับ แอตฯ มาดริด เพราะว่านี่คือเกมของคนทั้งชาติ” เคยรอซ สรุปให้ฟัง

“ทั้งสองทีมมีแฟนบอลทีมละราวๆ 20 ล้านคน ดังนั้นมันคืองานใหญ่ของทั้งประเทศ”

“มันเป็นเกมที่พิเศษมากๆ คุณต้องมาเห็นมันกับตา แล้วคุณจะเข้าใจทุกอย่างเอง”