ฟุตบอลไทย

เทียบปอนด์ต่อปอนด์ : ศิวรักษ์ & ฉัตรชัย กับตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติไทย ซูซูกิ คัพ 2018

ตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติไทยในศึกฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แฟนบอลชาวไทยให้ความสนใจ เมื่อ กวินทร์​ ธรรมสัจจานันท์ นายทวารมือหนึ่งของทีมไม่มีชื่อในรายการนี้ รวมไปถึง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ที่อำลาทีมชาติไปแล้ว นั้นก็เป็นการแย่งชิงกันระหว่าง ศิวรักษ์​ เทศสูงเนิน กับ ฉัตรชัย บุตรพรหม

We are part of The Trust Project What is it?

สุดท้ายแล้วการตัดสินใจก็อยู่ที่ทีมงานสตาฟโค้ช ที่จะบอกว่า ใครก็ได้ ก็คงไม่ผิด โดยโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย จะนำผลงานในปีที่ผ่านมาเทียบจุดเด่นแต่ละข้อของทั้งคู่ ส่วนจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามได้เลย...

(หมายเหตุ : บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจากทีมงานโฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย)
 

ปฏิกิริยา

เริ่มกันที่ ปฏิกิริยา เป็นข้อแรกในการเทียบศักยภาพของ 2 นายทวารผู้ชิงตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติไทย ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ถือเป็นสิ่งสำคัญของผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตู โดยในข้อนี้ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ดูจะขี่ ฉัตรชัย อยู่นิดหน่อย

คะแนน :  ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 7

การตัดสินใจ

อีกหนึ่งสิ่งสำคัญในตำแหน่งผู้รักษาประตูก็คือ การตัดสินใจ เพราะหากตัดสินใจพลาดหรือช้าเพียงแค่เสี้ยววินาที นั้นอาจหมายถึงการเสียประตูให้กับคู่แข่งได้เลย การตัดสินใจจึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญของผู้รักษาประตู ซึ่งในข้อนี้ทั้ง ศิวรักษ์ และ ฉัตรชัย ก็ทำได้ดีด้วยกันทั้งคู่ โดยเฉพาะจังหวะตัดสินใจออกมาตัดบอลจากลูกครอสด้านข้างและลูกเตะมุมถือเป็นจุดเด่นของทั้งสองที่ทำได้ในฤดูกาลที่ผ่านมา

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 8

การอ่านเกม  

การอ่านเกมเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะหากสามารถคาดเดาวิธีการเล่นของคู่ต่อสู้ได้มากเท่าไหร่ โอกาสเสียประตูก็จะน้อยลง ซึ่งข้อนี้ทั้งสองคนก็ทำได้ดีด้วยกันทั้งคู่ เรียกได้ว่าเป็นนายทวารที่มีสมาธิอยู่กับเกมที่ดีทั้งสองคน

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 8  

การยืนตำแหน่ง

การยืนตำแหน่งที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะไม่ต้องออกแรงมากในการเซฟประตู การอยู่ในมุม ที่ดีและถูกต้อง ก็สามารถกดดันฝ่ายตรงข้ามได้ และง่ายต่อการป้องกันลูกฟุตบอลที่กำลังจะวิ่งมาหาประตู โดยในข้อนี้ทั้งสองคนต่างก็ทำได้ดี แต่จะเป็น ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่ดูจะมีภาษีดีกว่า จะเห็นได้จากผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมาที่หลายๆครั้งเขามักจะยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสมอในการยืนเฝ้าเสาให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

คะแนน : ศิวรักษ์ 9 / ฉัตรชัย 8

การป้องกันประตู

การป้องกันในที่นี้เราเหมารวมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการออกมาตัดบอลจากลูกครอส/ลูกเตะมุม การเซฟประตูในจังหวะต่างๆ ซึ่งทั้งสองคนต่างก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นนายทวารจอมหนึบของเมืองไทยด้วยกันทั้งคู่ แต่ในข้อนี้ เป็นทาง นายทวารสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ดูจะทำได้ดีกว่า จะเห็นได้จากในฤดูกาลที่ผ่านมา เราจะเห็นเขาป้องกันลูกยากๆช่วยทีมได้อย่างสม่ำเสมอ หลายๆลูกที่คิดว่าต้องเสียประตูแน่ๆ แต่เขาก็ทำให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูมาได้

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 9

ดวลตัวต่อตัวกับกองหน้า

ไม่ใช่เรื่องดีนักหาก ผู้รักษาประตูจะต้องเจอสถานการณ์ดวล 1 ต่อ 1 กับกองหน้าคู่แข่ง เพราะเปอร์เซ็นต์ในการเสียประตูนั้นสูงมาก แต่นี่ก็คือสิ่งที่ผู้รักษาประตูหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยในข้อนี้ดูจะเป็นทาง ศิวรักษ์ ที่ทำได้ดีกว่าอยู่หน่อยๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ใช่นายทวารที่มีรูปร่างใหญ่ แต่หลายๆครั้งกองหน้าเมื่อหลุดเดียวมาดวลกับเจ้าแชมป์ ก็กินเขายากเหมือนกัน

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 7
 

เล่นบอลด้วยเท้า

ผู้รักษาประตูยุคใหม่ไม่ใช้มือเก่งอย่างเดียว ทักษะการใช้เท้าในการเล่นฟุตบอลก็จะเป็น โดยเฉพาะการต้องออกมาช่วยแผงหลังในการรับส่งบอลเพื่อกินตัวประกบของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ร่วมไปถึงจังหวะออกมาเล่นบอลนอกเขตโทษ ในข้อนี้ ทั้ง ศิวรักษ์ และ ฉัตรชัย ต่างก็เป็นนายทวารที่เล่นลูกด้วยเท้าได้ดีทั้งคู่

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 8

การออกบอล

การเปิดเกมเป็นอีกหนึ่งเบสิคสำคัญของผู้รักษาประตูที่ดี เพราะนายทวารยุคใหม่ไม่ใช้มีหน้าที่แค่ป้องกันประตู แต่จังหวะในการมีส่วนร่วมกับทีมในจังหวะเกมรุกก็สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะฟุตบอลสมัยใหม่ ที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกให้เร็วนั้น ก็สามารถทำให้ทีมได้ประตูเช่นกัน

เราแบ่งข้อนี้ออกเป็น 2 อย่างคือการออกบอลด้วยมือ (การขว้าง) และออกบอลด้วยเท้า โดยการใช้มือนั้น ทั้งสองคนต่างก็ทำได้ดีไม่ต่างกัน เรียกว่าไม่มีใครเหนือกว่าใคร แต่หากเป็นการออกบอลด้วยเท้า จะเอียงไปทาง ฉัตรชัย บุตรพรหม ที่ทำได้ดีกว่า หลายครั้งเราจะเห็นเขาออกบอลสวนกลับจากลูกเท้า ให้แนวรุกไปเล่นงานคู่ต่อสู้ในจังหวะสวนกลับหลายครั้ง เรียกว่าเป็นหนึ่งในจุดเด่นของ “เจ้าบอย” เลย

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 9

การสั่งการ&การสื่อสาร

ผู้รักษาประตูถือเป็นตำแหน่งที่มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าที่เกิดขึ้นในสนามได้ชัดเจนที่สุด จึงเป็นตำแหน่งจำเป็นต้องค่อยบอกเหตุการณ์การต่างๆให้กับเพื่อนร่วมทีม การสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมก็เป็นสิ่งสำคัญ เสียงต้องดัง ฟังชัด ซึ่งข้อนี้ ทั้งศิวรักษ์ และ ฉัตรชัย ที่ผ่านประสบการณ์เฝ้าเสาในเกมลีกอาชีพมาอย่างโชกโชน สอบผ่านทั้งคู่อยู่แล้ว

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 8

 

การเซฟจุดโทษ

ศิวรักษ์​ เทศสูงเนิน จัดกว่าเป็นนายทวารจอมเซฟจุดโทษคนหนึ่งของเมืองไทย แต่หากเป็นชั่วโมงนี้ ก็ต้องยกให้กับ ฉัตรชัย บุตรพรหม นายทวารสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่แฟนบอลยกให้เป็นนายทวารที่ป้องกันลูกจุดโทษดีที่สุดของเมืองไทย

คะแนน : ศิวรักษ์ 9 / ฉัตรชัย 10

ประสบการณ์ (ทีมชาติ) :

ประสบการณ์ในเกมลีกของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน กับ ฉัตรชัย บุตรพรหม ถือว่าโชกโชน แต่ในนามทีมชาติ ทั้งคู่เรียกว่าน้อยมาก แม้ว่าจะมีชื่ออยู่ในสารบบทีมชาติมานานด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็เป็นเพียงมือสองมือสามเท่านั้น นี่จึงเป็นข้อด้อยที่สุดของทั้งสองคนในการ รับใช้ชาติใน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ หนนี้

คะแนน : ศิวรักษ์ 5 / ฉัตรชัย 5

ฟอร์มล่าสุด  

ปิดท้ายกันที่ฟอร์มล่าสุดของทั้งสองคน เรียกว่าต่างก็ทำผลงานได้ดีด้วยกันทั้งคู่ในฤดูกาล 2018 โดยเจ้าแชมป์ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ก็มีส่วนในการพาบุรีรัมย์​คว้าแชมป์ลีก พร้อมกับสถิติคลีนซีดมากที่สุดในโตโยต้าไทยลีกปีนี้ พร้อมกับได้รับเลือกให้ติดทีมยอดเยี่ยมประจำปีในตำแหน่งผู้รักษาประตูจากสื่อหลายสำนัก ส่วน ฉัตรชัย บุตรพรหม ก็เพิ่งเป็นฮีโร่พาต้นสังกัดคว้าแชมป์โตโยต้าลีกคัพ 2018 มาหมาดๆ

คะแนน : ศิวรักษ์ 8 / ฉัตรชัย 9

 
Topics