เธอคือส่วนที่(แมนฯ ยู)ขาด : กองกลางตัวรับคือผู้ถือกุญแจสู่บัลลังก์แชมป์

อเล็กซ์ เคเบิล คอลัมนิสต์ของเราจัดการนำ มารูยาน เฟลไลนี ไปเปรียบเทียบกับผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันของสโมสรอื่น พร้อมอธิบายถึงสาเหตุที่เขาเล่นได้ไม่ดีนัก

ดูเหมือนทีมของโชเซ มูรินโญ เริ่มกลับมาเข้าที่เข้าทางแล้วในตอนนี้ ชัยชนะเหนือ เลสเตอร์ ซิตี้ 4-1 เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อนนั้น แสดงให้เห็นถึงการเข้าทำอันรวดเร็วเหมือนยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แม้ว่าพวกเขาพลาดทำได้เพียงเสมอกับ สโต๊ค 1-1 แต่ต้องยอมรับว่ารูปแบบการเล่นของทีมนั้นเริ่มมาถูกทาง

การดร็อป เวย์น รูนีย์ กัปตันทีมฟอร์มตกเป็นตัวสำรองคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะมันเปิดโอกาสให้ ฆวน มาต้า และ เจสซี ลินการ์ด 2 กองกลางของทีมปั้นเกมได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเกมกับ “จิ้งจอกสยาม” นั้น ทั้งคู่ขับเคลื่อนเกมตรงกลางสนามและพยายามเชื่อมเกมจากหลังไปหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม

มาต้าทำได้ดีทีเดียวในเกมกับเลสเตอร์

อย่างไรก็ดี ใช่ว่าพวกเขาจะไม่มีจุดบกพร่องให้แก้ไขเลย เพราะต้องยอมรับตำแหน่งกองกลางตัวรับคือจุดอ่อนที่สุดของทัพปีศาจแดง ถ้าหากพวกเขาต้องการคว้าแชมป์ลีกในปีนี้ มูรินโญต้องหาวิธีอุดรูรั่วนี้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากผู้เล่นในตำแหน่งอื่นล้วนมีคุณภาพมากพอแล้ว ขาดแต่เพียงมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่คอยเชื่อมเกมจากแดนหลังสู่แดนหน้า

ปรับเปลี่ยนตำแหน่ง

บทบาทของกองกลางตัวรับในฟุตบอลสมัยใหม่นั้นเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร ยกตัวอย่างเช่น สมัยที่มูรินโญคุมเชลซีรอบแรกนั้น เขาใช้บริการของ โคล้ด มาเกเลเล่ ในตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกม ห้องเครื่องชาวฝรั่งเศสโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด ครองบอลเหนียวแน่น ไม่ติดเล่นยาก และพยายามคุมพื้นที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด ผลงานของเขาคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทัพสิงห์บลูประสบความสำเร็จมากมายในยุคนั้น

แต่สำหรับในปี 2016 บทบาทของผู้เล่นตำแหน่งนี้พัฒนาขึ้นไปอีก เมื่อหลายสโมสรหันมาใช้แผนไล่บีบคู่แข่งและเล่นเกมสวนกลับเร็ว ทำให้กองกลางตัวรับต้องทำทั้งหน้าที่เก็บบอล, เปิดเกมรุก, เอาตัวรอดเก่ง และเปิดเกมโต้กลับเร็วได้ เพราะเหลือพื้นที่ตรงกลางสนามน้อยลง เนื่องจากหลายทีมหันมาเล่นเพรสซิงกัน

คล็อปป์ และ กวาร์ดิโอลา ต่างมีส่วนทำให้บทบาทของมิดฟิลด์ตัวรับในวงการฟุตบอลอังกฤษเปลี่ยนไป

ด้วยเหตุนี้มิดฟิลด์ตัวรับในปัจจุบันจึงจำเป็นต้องครบเครื่อง เอาตัวรอดจากการโดนบีบเหมือนตำแหน่งปีก, ผ่านบอลแม่นยำเหมือนกับเพลย์เมคเกอร์ แต่น่าเสียดายที่ มารูยาน เฟลไลนี กองกลางผู้รับบทบาทนี้ของแมนฯยูฯยังทำได้ไม่ดีพอ

จุดอ่อนของเฟลไลนี

ความจริงแล้วเฟลไลนีน่าจะเป็นแข้งโปรดของมูรินโญได้ไม่ยากเย็น เพราะเขาเป็นนักเตะที่ตั้งใจฟังผู้จัดการทีมและเล่นตามแทคติคที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่เทอะทะของกองกลางหัวฟูรายนี้ ทำให้หลายครั้งเขามักเก็บบอลไว้กับตัวนานเกินไปจนพลาดโอกาสที่มีเพียงเสี้ยววินาที แถมยังเอาตัวรอดจากการถูกไล่บีบลำบากอีกต่างหาก ซึ่งนี่คือจุดแข็งของมิดฟิลด์ตัวรับ เขาจึงมีปัญหาในการรับบทบาทนี้พอสมควร

ขณะเดียวกัน จากการที่หลายสโมสรหันมาใช้แทคติคเพรสซิงกันหมด ทำให้ยูไนเต็ดมีโอกาสหลุดท็อปซิกซ์ของลีกเลยทีเดียวหากยังแก้ปัญหานี้ไม่ได้

และนี่คือผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันของทีมอื่นๆ

เชลซี - เอ็นโกโล ก็องเต้

คงไม่มีใครสงสัยคุณภาพในการเล่นเกมรับของก็องเต้อีกแล้ว เพราะเขาคือผู้เล่นที่ทำลายเกมรุกของคู่แข่งมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก แข้งรายนี้มีทีเด็ดอยู่ที่การอ่านเกมอันเฉียบขาดและแย่งบอลเก่งมาก นี่คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ เล่นเกมสวนกลับเร็วได้อย่างอันตรายจนเข้าวินคว้าแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

จุดเด่นของทัพจิ้งจอกสยามคือการเล่นเกมเคาท์เตอร์แอทแทค โดยมันไม่มีทางได้ผลเลยหากพวกเขาไม่มีก็องเต้คอยปัดกวาดอยู่หน้าแผงแบ็คโฟร์ กองกลางชาวฝรั่งเศสไม่เพียงแค่ตัดบอลจากคู่แข่งหน้ากรอบเขตโทษตัวเอง แต่เขายังลำเลียงบอลขึ้นหน้าเล่นเกมรุกอย่างรวดเร็ว หากก็องเต้ไม่นิ่งจริง ริยาด มาห์เรซ และ เจมี่ วาร์ดี้ 2 คีย์แมนในเกมรุกคงไม่ได้โชว์ฟอร์มเป็นพลุแตกแบบนี้

เอฟเวอร์ตัน - ไอดริสซา กัวเย่

ความจริงแมนฯยูฯควรดึงแข้งรายนี้มาร่วมทัพเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา เพราะเขามีค่าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่กลับมีสถิตตัดบอลในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อปีก่อนเป็นรองแค่ก็องเต้เท่านั้น แถมยังทำสถิติเข้าสกัดบอลมากที่สุดในลีกปีนี้ (5.1 ครั้งต่อนัด) เขามีสไตล์การเล่นคล้ายคลึงกับก็องเต้ โดยเฉพาะความสามารถในการตัดบอลและเปิดเกมโต้กลับเร็ว กองกลางวัย 27 กะรัตรายนี้ จึงดูเหมาะกับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับมากกว่าทุกคนในทัพปีศาจแดง

มีเพียงก็องเต้ที่เข้าสกัดมากกว่าเจ้าตัว

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ - เอริค ไดเออร์

ฟอร์มการเล่นของไดเออร์ดูเหมือนจะแซงอายุของเขาไปแล้ว แม้ว่า เมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือ“ไก่เดือยทอง” เพิ่งหันมาใช้บริหารเขาในฐานะกองกลางตัวตัดเกมแบบโบราณเป็นปีแรก เขามีหน้าที่ยืนหน้าแผงกองหลังและตัดเกมรุกคู่แข่งเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องเปิดเกมรุกเหมือนกับผู้เล่นตำแหน่งนี้ของบรรดาทีมในหัวตาราง ทว่าความใจเย็นในการปกป้องแนวรับของเขานั้นกลับช่วยเข้ากำกับจังหวะเปิดเกมรุกของทีมได้ด้วย

ขณะที่เฟลไลนียังออกอาการลนลานให้เห็นบ้าง ส่งผลให้ทัพปีศาจแดงของมูรินโญยังเล่นได้ไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร

อาร์เซนอล - กรานิต ชาก้า

กองกลางพันธุ์ดุชาวสวิสคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการปรับตัวเข้ากับเวทีพรีเมียร์ลีก แต่ว่าเขาก็แสดงจุดแข็งของตัวเองออกมาให้แฟนบอลเห็นบ้างแล้ว ชาก้าเป็นนักเตะที่เข้าสกัดหนักหน่วงและยังขยับขึ้นไปเล่นเกมรุกในยามจำเป็นได้อีกต่างหาก ด้วยเหตุนี้ทำให้แฟนบางรายถึงกับบอกว่า เขามีสไตล์คล้ายคลึงกับ ปาทริค วิเอร่า อดีตกองกลางชุดแชมป์ไร้พ่ายของทีมซึ่งอาร์เซนอลพยายามตามหาตัวตายตัวแทนมาตลอดหลายปี กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ทำสถิติเข้าสกัดบอลได้มากกว่าเฟลไลนีถึง 3.5 ครั้งต่อเกม และดักบอลได้มากกว่าถึง 2.4 ครั้งต่อเกม แน่นอนว่ามันจะพัฒนาขึ้นอีกในวันที่เขาปรับตัวเข้ากับฟุตบอลลีกผู้ดีได้แล้ว

แมนฯ ซิตี้ - เฟอร์นานดินโญ

สำหรับกองกลางรายนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ในการบรรยายสรรพคุณของเขาแล้วกัน “เฟอร์นานดินโญทำได้ทุกอย่าง” นายใหญ่เรือใบสีฟ้า กล่าว “ทุกอย่างที่เราทำได้ถึงวันนี้ ถ้าไม่มีเขาเราคงทำไม่ได้ เขามีความเร็ว เขาเล่นได้อย่างชาญฉลาด แถมยังมีความแข็งแกร่งในการเล่นลูกกลางอากาศด้วย เมื่อเขาเห็นพื้นที่ว่างในสนาม เขาจะพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งนั้นทันที นอกจากนั้นถ้าหากคุณต้องการใครที่ตัดบอลเก่ง เขาล่ะคือคำตอบ ผมว่าถ้าเรามีเขาสัก 3 คนในทีม เราคงเป็นแชมป์อย่างแน่นอน”

ดังนั้นหากแมนฯ ยูจะลืมความเป็นอริแล้วดึงแฟร์นันดินโญมาร่วมทีมสักคนคงไม่เสียหาย

ลิเวอร์พูล - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

บทบาทของกองกลางตัวรับชาวอังกฤษเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามารับงานคุมทีมหงส์แดง เดิมทีนักเตะเป็นมิดฟิลด์ประเภทบ็อกซ์ทูบ็อกซ์มาตลอด ทว่ากุนซือชาวเยอรมันตัดสินใจถอยเขาลงมายืนต่ำในฤดูกาลนี้ ปรากฎว่าเฮนโด้ปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้ดีทีเดียว

ห้องเครื่องวัย 26 กะรัต ต้องเปลี่ยนตำแหน่งการยืนเหมือนกับ เจมส์ มิลเนอร์ เพื่อนร่วมทีมที่ถูกถอยไปเป็นฟูลแบ็ค อดีตแข้งสารพัดประโยชน์ของลีดส์ฯช่วยเฮนเดอร์สันปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ และพยายามบอกเพื่อนว่าต้องรับผิดชอบพื้นที่ใดเมื่ออยู่ในสนาม ซึ่งหากเฟลไลนีอยู่กับลิเวอร์พูลคงมีโอกาสปรับตัวภายใต้คำแนะนำของคล็อปป์ แต่ที่แมนฯยูฯนั้นดูเหมือนว่าเขายังทำได้ไม่ถึงไหน

ไมเคิล คาร์ริค กองกลางตัวเก๋าของปีศาจแดงไม่สามารถยืนระยะตลอดฤดูกาลด้วยอายุที่มากขึ้น ขณะที่ มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน ก็หลุดเป็นตัวสำรองของทีมแบบถาวร แมนฯยูฯจึงจำเป็นต้องเร่งหากองกลางตัวรับคนใหม่เข้ามาเสริมทีมในเดือนมกราคม เพราะถ้าหากเฟลไลนียังคงทำผลงานได้ในระดับนี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016/17 คงเป็นได้แค่ความฝันเท่านั้น