เทพ (ไม่) จริง : แข้งละตินอเมริกาอัจฉริยะแต่ล้มไม่เป็นท่าในยุโรป

ชื่อเสียงที่เกินตัวมักเป็นของคู่กันกับนักเตะอเมริกาใต้ หลายๆครั้งเมื่อมีนักเตะเเดนละตินเตรียมการย้ายเข้ามาค้าแข้งในเเผ่นดินยุโรปมักจะมีการคอนเฟิร์มว่า "เขาดีพอที่จะคว้าบัลลงดอร์" จริงอยู่ที่บางรายก็ทำสำเร็จ แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านด้วยความผิดหวัง และนี่คือบรรดาแข้งที่ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองบนเวทีระดับท็อปได้

อันเดรส ดาเลสซานโดร

ดาวเตะร่างเล็กรายนี้คือเจ้าของฉายา "นิว มาราโดน่า" คนแรกๆของโลก

"เอล กาเบซอน" หรือแปลเป็นไทยว่า "ไอ้หัวโต" มีความสำเร็จในระดับทวีปอเมริกาใต้ที่ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ครั้งหนึ่งเขาคือยอดดาวรุ่งของวงการฟุตบอลอาร์เจนติน่าและ ริเวอร์ เพลท ด้วยการคว้าแชมป์ลีก 3 ครั้ง นอกจากนี้ในนามทีชาติเขายังคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกชุดยู 20 และอยู่ในชุดเหรียญทองโอลิมปิคปี 2004 พร้อมเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, คาร์ลอส เตเบซ และ ลิโอเนล เมสซี่

ในปี 2003 โวล์ฟสบวร์ก ก็ซื้อตัวเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 9 ล้านยูโร ทว่าเขาก็ยังไม่ความเฉียบขาดสมฉายานิว มาราโดน่า เท่าไรนัก อีกทั้งยิ่งนานวันโอกาสลงสนามยิ่งน้อยลงเรื่อยๆในฤดูกาล 2005-06 เขาได้ลงสนามเพียงแค่ 13 เกมเท่านั้นก่อนจะโดนปล่อยให้กับ พอร์ทสมัธ ในพรีเมียร์ลีกยืมตัวจากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับ เรอัล ซาราโกซ่า ในสเปนทว่าท้ายที่สุดเเล้วผลงานของเขาไม่เป็นชิ้นเป็นอันเอาเสียเลย ตลอดระยะเวลา 6 ปีบนแผ่นดินยุโรปเขาไม่เคยคว้าความสำเร็จได้แม้แต่รายการเดียว ก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดอีกครั้งกับ ซาน ลอเรนโซ่ ในฤดูกาล 2007-08 และกลับมากู้ชื่อเสียงตัวเองได้บ้างจากการย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์นาซิอองนาล ในบราซิลด้วยฐานะนักเตะตัวหลักลงสนามกว่า 333 นัดและยิงได้ 6 ประตู นอกจากนี้ยังคว้าทุกแชมป์ที่ลงเเข่งขันอีกด้วย

ความสำเร็จทั้งหมดทั้งมวลคือเรื่องที่น่าชื่นชมเเต่หากมีการตัดเกรดผลงานของเขาในยุโรปคงต้องบอกว่าสอบตกไม่เป็นท่าสำหรับ ดาเลสซานโดร

“ผมว่ามันหมดยุคแล้วล่ะ สำหรับการเอาคนใดคนหนึ่งไปเปรียบเทียบกับตำนานคนนั้นคนนี้ ผมเองก็เคยได้รับการเอาไปเทียบกับมาราโดน่า ผมเห็นนักเตะดาวรุ่งมากมายผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว ผมเองก็แอบหวังว่าพวกเขาจะสร้างผลงานที่สุดยอดและพวกเขาจะเป็นตำนานด้วยตัวเขาเองไม่ใช่เป็นใครคนใหม่” นี่คือคำยืนยันที่บอกว่าดีกรีที่สื่อยกย่องให้ก็อาจไม่ใช่ความจริงเสียทุกครั้งไป

อาเรียล ออร์เตก้า

สำหรับคอเกมฟุตบอล วินนิ่ง อีเลฟเว่น ภาคเก่าๆคงไม่มีใครไม่รู้จักเพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กชาวอาร์เจนไตน์รายนี้อย่างแน่นอน

เจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ของทีมชาติอาร์เจนติน่ามาพร้อมกับสไตล์นักเตะอเมริกาใต้ขนานแท้เขาตัวเล็ก,รวดเร็ว,คล่องแคล่ว และ ยังเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ในการเล่นเกมรุก สิ่งที่ยืนยันคือผลงานในการเล่นให้กับต้นสังกัดอย่าง ริเวอร์ เพลท และผลงานกับ อาร์เจนติน่า ในฟุตบอลโลกปี 1998 น่าจะพอยืนยันได้ว่าเขาคือนักเตะในระดับที่ไม่ธรรมดา

ทว่าผลงานกับการเล่นสโมสรในยุโรปของพวกเขาช่างน่าผิดหวังเพราะทั้งการเล่นให้ บาเลนเซีย,ซาพ์โดเรีย และ ปาร์ม่า นั้นไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลยนอกจากแชมป์ ซูเปอร์โคปาอิตาเลีย กับทีม จัลโล่บลู ในปี 1999 และหลังจากได้แชมป์ในรายการดังกล่าวไม่นานนักเขาก็ต้องย้ายกลับมาตายรังที่ ริเวอร์ เพลท อีกครั้ง ขณะที่ผลงานการลงสนามของเขาในลีกยุโรปก็ได้ลงเล่นแค่เพียง 77 นัดตลอดระยะเวลา 4 ฤดูกาลครึ่ง ว่ากันว่าเรื่องที่ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จก็ทัศนคติในการเล่นที่บ้าเลี้ยงจนเกินไปไม่เหมาะกับฟุตบอลยุโรปนั่นเอง

แม้จะได้กลับมาเล่นในยุโรปอีกครั้งกับ เฟเนร์บาห์เช่ แต่ก็มีเรื่องมีราวจนต้องโดนแบนจากการลงสนาม 4 เดือนและนั่นก็เป็นหนสุดท้ายที่เขาได้ค้าแข้งในยุโรป ออร์เตก้า ใช่ช่วงเวลาที่เหลืออยู่ด้วยการค้าแข้งกับ นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์,ริเวอร์ เพลท(หนที่3),อินดีเพนเดียนเต้ และ กลับมาแขวนสตั๊ดกับ ริเวอร์ เพลท หลังจากจบฤดูกาล 2009-10

Pages