เทพบอลเดินสาย/3 ปีที่รอคอย/ม้ามืดทีมชาติ : วัฒนา พลายนุ่ม แข้งแจ้งเกิดช้า

เขาไม่เคยผ่านการฝึกฟุตบอลจากที่ไหนมาก่อน แต่กลับร้อนแรงสุดตั้งแต่สมัยยังเตะเดินสาย รวมถึงตอนค้าแข้งอาชีพในระดับดิวิชั่น 2 และ ดิวิชั่น 1 จนกระทั่งเป็นตัวหลักของ “กิเลนผยอง” และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทีมชาติไทย ในไซตามะ สเตเดี้ยม 

วัฒนา พลายนุ่ม กองกลางตัวรับของ เมืองทอง ยูไนเต็ด กำลังโด่งดังและเป็นที่รู้จักของแฟนบอลไทยอย่างมาก หลังได้รับโอกาสเป็นผู้เล่นตัวหลักให้กับต้นสังกัด และถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยเป็นครั้งในชีวิต พร้อมประเดิมสนามในเกมที่พบกับทีมชาติญี่ปุ่น แถมทำผลงานได้ดีจนมีแต่เสียงชื่นชม...เขาเป็นใครมาจากไหน? ฝีเท้าและเรื่องราวชีวิตค้าแข้งของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งวัย 28 ปี ชาวกำแพงเพชร เริ่มชอบและเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่สมัยประถมที่โรงเรียนบ้านวังหามแห เพราะมีพี่ชายที่เป็นนักกีฬาฟุตบอลอยู่แล้ว โดยที่ไม่เคยมีใครสอน หรือผ่านการฝึกพื้นฐานมาก่อน ส่วนการแข่งขันก็ไม่ได้จริงจังมากนัก เพียงแค่ลงเล่นให้ทีมโรงเรียนไปแข่งภายในจังหวัดเท่านั้น

ในช่วงมัธยมศึกษาที่โรงเรียนโค้งไผ่วิทยาคม “ไมค์” หันไปเอาดีทางด้านการเรียนมากกว่าเล่นฟุตบอลเป็นหลัก จะมีก็แค่เตะเล่นตอนพักกลางวัน หรือออกกำลังกายหลังเลิกเรียน แต่ก็เป็นหนึ่งในนักเตะตัวโรงเรียนคนหนึ่ง และพัฒนาฝีเท้าของตัวเองมาเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ได้ลงแข่งขันฟุตบอลเดินสาย 7 คน อยู่ตลอด กับบรรดาเพื่อนๆที่สนิทกัน

หลังจบ ม.6 มีพี่ที่รู้จักกันคนหนึ่ง ชักชวน วัฒนา ไปเตะฟุตบอลเดินสายที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีค่าตอบแทนให้ในแต่ละทัวร์นาเมนต์ เขาจึงตัดสินใจตอบตกลงร่วมทีมด้วย เดินหน้าคว้าแชมป์ทั่วจังหวัดมากมาย จนฝีเท้าไปเข้าตา นครสวรรค์ เอฟซี ทีมในระดับดิวิชั่น 2 ก่อนเซ็นสัญญาคว้าตัวไปร่วมทีม ลงเล่นระดับอาชีพเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยวัยเพียง 21 ปี เท่านั้น

ปีแรกของเขากับ นครสวรรค์ เอฟซี สามารถช่วยทีมจบอันดับเลขตัวเดียวได้ จึงได้รับโอกาสค้าแข้งต่ออีกหนึ่งปี จนกระทั่งจบฤดูกาล 2012 ทีมคู่แข่งร่วมเมืองอย่าง ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู ได้คว้าตัวเขาไปร่วมทีมหลังหมดสัญญา และยังคงสานต่อฟอร์มเก่งได้เช่นเคย ช่วย ปากน้ำโพฯ คว้าแชมป์โซน กท.และปริมณฑล ซิวตั๋วไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ ลีก ทว่าน่าเสียดายที่ต้องพลาดโอกาสไปเล่นในลีกพระรอง

ฤดูกาลถัด เขาได้มีส่วนร่วมพาทีมกลับไปสู่การแข่งขันชิงโควต้าเลื่อนชั้นอีกครั้ง แม้จะผิดหวังเช่นเคย แต่สุดท้ายเขาก็ได้ก้าวไปสู่ระดับที่สูงกว่าอีกหนึ่งขั้นอยู่ดี...

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

อยุธยา เอฟซี ทีมจากดิวิชั่น 1 ที่มี ณัฐกร พลายนุ่ม พี่ชายของเขาค้าแข้งอยู่ จึงจัดการคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาลต่อมา และได้ตอบตกลงไปเพราะคำชวนของพี่ชายแท้ๆ ที่อยากให้เขาลองไปพัฒนาฝีเท้าของตัวเอง โดยที่คิดแค่ว่าอยากได้ประสบการณ์ และไม่คาดหวังว่าจะได้ลงสนามบ่อยๆ

แต่ด้วยประสบการณ์ในลีกรากหญ้ากว่า 4 ปี ทำให้เขากลายเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญของ “นักรบอโยธยา” โดดเด่นกับบทบาทกลองกลางที่คุมพื้นที่ได้อย่างแข็งแกร่ง รวมถึงสามารถขยับลงไปช่วยเกมรับในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คได้อีกด้วย จนกระทั่งผลงานไปเตะตาหลายสโมสรในศึกไทยลีก ก่อนที่ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด จะแสดงความสนใจด้วยการโทรศัพท์หาเขาโดยตรง และ “ไมค์” ก็ตอบตกลงในท้ายที่สุด

ทว่าบรรดากองกลาง “กิเลนผยอง” ในยุคนั้น เต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดัสกร, ฐิติพันธ์, ศิวกร (จักขุประสาท) รวมถึง ปิยพล ที่สามารถขยับมาเล่นกองกลางได้ เขาจึงต้องถูกปล่อยยืมตัวให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด กลับลงไปเล่นใน ดิวิชั่น 1 อีกครั้ง

ทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด จะแสดงความสนใจด้วยการโทรศัพท์หาเขาโดยตรง

“ไมค์” โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมกับ “โลมามหาภัย” เมื่อประสานงานกับบรรดาแข้งรุ่นน้องอย่าง พีรดนธ์ ฉ่ำรัศมี, ศิวกรณ์ เตียตระกูล และอีกมากมาย พาทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ทำให้ถูกเขาเรียกตัวกลับต้นสังกัดที่แท้จริงหลังจบฤดูกาล

การกลับมาครั้งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในทัพ “กิเลนผยอง” ทั้งการเปลี่ยนกุนซือเป็น ธชตวัน ศรีปาน รวมถึงเสริมทัพนักเตะมากมาย โดยหนึ่งในนั้นคือ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลางตัวรับที่ทำผลงานกับทีมชาติไทยได้อย่างโดดเด่น เข้ามาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับเจ้าตัว ทำให้ตลอดทั้งฤดูกาลที่ผ่านมา เขาได้ลงสนามช่วยทีมเพียง 9 นัดเท่านั้น ซึ่งหนักไปทางบอลถ้วยเสียส่วนใหญ่

โชคชะตาเริ่มเข้าข้างเขาในปี 2017 เมื่อทั้ง ธนบูรณ์ ถูกปล่อยตัวให้กับ เชียงราย ยูไนเต็ด รวมถึง ดัสกร ทองเหลา ก็ถูกโละออกจากทีมพร้อมแข้งซีเนียร์อีกหลายคน แม้สโมสรจะเซ็นสัญญาคว้าตัว อี โฮ และ รัชพล นาวันโน เข้ามาแทน แต่แข้งชาวเกาหลียังมีสภาพร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ ส่วนรายหลังก็เป็นหน้าใหม่ ทำให้เขาได้รับโอกาสจาก “โค้ชแบน” ที่มักจะให้โอกาสนักเตะที่อยู่กับทีมมาก่อน

ด้วยความมุ่งมั่นและขยันขันแข็งในการฝึกซ้อมทุกครั้ง วัฒนา จึงกลายเป็นตัวเลือกแรกในตำแหน่งกองกลางตัวรับประจำทีม ประเดิมสนามเป็นตัวจริงในศึกไทยแลนด์ แชมเปียนส์คัพ 2017 ที่เอาชนะ สุโขทัย เอฟซี ไป 5-0 พร้อมยึดพื้นที่ 11 ตัวจริงในลีกได้ถึง 3 จาก 6 นัดที่ผ่านมา จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติไทยเป็นครั้งแรกในชีวิตด้วยวัย 28 ปี

จุดแข็ง

ระเบียบวินัยในการเล่น, การยืนตำแหน่ง, ทำตามคำสั่งของโค้ช คือสิ่งที่เขาทำได้ดีมาโดยตลอด รวมไปถึง ความขยัน, ทุ่มเท ที่แสดงออกมาให้เห็นอยู่ตลอดระหว่างการฝึกซ้อมและในช่วงการแข่งขัน จนได้รับโอกาสจาก “โค้ชแบน” หลังรอคอยมานานกว่า 3 ปี กับยอดทีมย่านเมืองนนท์

จุดอ่อน

การตัดสินใจ คือสิ่งที่เขายอมรับว่ายังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นักในบางจังหวะ เนื่องจากฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ค่อยได้ลงสนามมากนัก จังหวะฟุตบอลเลยอาจยังไม่เข้าที่เข้าทาง รวมถึงการยิงประตู เพราะเคยมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า แต่เมื่อหายขาดกลับกลายเป็นว่าไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม ทำให้การยิงบอลไม่แรงและไม่เข้าเป้าเท่าแต่ก่อน

รู้หรือไม่?

สมัยเล่นฟุตบอลเดินสายฟุตบอล 7 คน “ไมค์” และทีมของเขา ถือเป็นเทพแห่งนครสวรรค์เลยทีเดียว

สมัยเล่นฟุตบอลเดินสายฟุตบอล 7 คน “ไมค์” และทีม "เชษฐ์เจริญการแว่น" ของเขา ถือเป็นเทพแห่งนครสวรรค์เลยทีเดียว เพราะนักเตะในทีมส่วนใหญ่ก็คือบรรดาแข้งระดับดิวิชั่น 2 ของจังหวัด พากันเดินหน้ากวาดแชมป์มาแล้วทั่วทุกหนแห่ง แต่ปัจจุบันสปอนเซอร์รายใหญ่ได้เลิกส่งทีมทำการแข่งขันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โปรดติดตามตอนต่อไป…

แม้จะได้ลงเล่นถึง 5 นัด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 จนอาจเรียกได้เต็มปากว่าเป็นตัวหลักของทีมไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาต้องการคือรักษาสถานภาพนี้เอาไว้ พร้อมมีส่วนพาทีมป้องกันแชมป์ให้ได้ในปีนี้ นอกจากนี้ ผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาในการลงเล่นให้กับทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย กลุ่มบี นัดที่ 7 ที่ไซตามะ อาจทำให้เขาได้ก้าวมาเป็นผู้เล่นที่มีส่วนร่วมกับทีม "ช้างศึก" บ่อยๆ หลังจากนี้