เทพเจ้าจุติ: ลีโอเนล เมสซี่ ดาวรุ่งไร้นามผู้ทะลวงแนวรับยูเว่

บาร์เซโลนาและยูเวนตุส ยังไม่เคยพบกันในระดับการแข่งขันมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2003 แต่เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2005 ดาวรุ่งความหวังได้แจ้งเกิดในเกม

วันพุธ 24 สิงหาคม 2005 เป็นอีกหนึ่งวันที่ไม่ต่างอะไรกับหลายร้อยวันในแคว้นกาตาโลเนีย อากาศร้อนชื้นในช่วงค่ำของปลายฤดูร้อนที่อุณหภูมิช่วงกลางวันและความเหนียวเหนอะหนะยังคงติดแน่นตามเนื่อตัวและเสื้อผ้าแม้แสงอาทิตย์จะลับไปนานแล้ว

2 วันก่อนหน้านั้น ผมเดินทางถึงเมืองญีดา เมืองเล็กห่างชายฝั่งบาร์เซโลนาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งเพื่อเริ่มการฝึกงานในสเปน 1 ปีก่อนเรียนจบ

ผมตัดสินใจหาทางสัมผัสกับวัฒนธรรมฟุตบอลแคว้นกาตาลัน ด้วยการลัดเลาะไปตามซอกซอยแถวพลาซา ซาน โยน ก่อนจะเลือกร้านเล็กๆ เพื่อนั่งดูเกมกระชับมิตร โยน กัมเปร์ระหว่างบาร์เซโลนาและยูเวนตุส

สิ่งที่ผมได้เห็นบนจอโทรทัศน์ข้างผนังเป็นสิ่งที่ผมจะไม่มีวันลืม ดาวรุ่งร่างเล็กวัย 18 ปีในตำแหน่งริมเส้นฝั่งขวาพาบอลพลิกพลิ้วทะลวงแนวรับของฟาบิโอ คันนาวาโร่, ปาทริค วิเอร่า และจอร์โจ้ คิเอลลินี่ 

นักเตะหมายเลข 30 ที่เมื่อเท้าสัมผัสบอลจะพาบอลสปีดผ่านแนวรับหายไปกับตา

จังหวะพลิกบอลหลบคันนาวาโร่จนเสียผู้เสียคน ดาวรุ่งหมายเลข 30 ต้องถูกเมาโร คาโมราเนซี่ พยายามสกัดด้วยการอัดหนักทั้งตัว ก่อนที่เอเมอร์สันที่ไม่รู้จะหยุดเมสซี่ยังไงก็ต้องตัดสินใจทำเช่นเดียวกัน

ผมตกหลุมรักฝีเท้าของนักเตะอัจฉริยะร่างเล็กที่ชื่อ ลีโอเนล เมสซี่ และนั่นคือการลงสนามเกมแรกที่คัมป์ นู

เมสซี่ ไม่เหมือนนักเตะคนอื่นที่ผมเคยเห็น ความสามารถในการเล่นฟุตบอล ทะลวงแนวรับที่เคยเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นเรืองเหลือเชื่อ

ในวันที่ผมเดินเข้าสนามคัมป์ นูเพื่อไปดูเกมลา ลีกา 2 สัปดาห์ถัดมา ผมตัดสินใจเดินเข้าร้านขายเสื้อเพื่อซื้อเสื้อ Messi 30 ที่ผลิตมาเพียง 5 ตัวก่อนจะซื้อตั๋วเข้าชมเกม และนั่นยังคงเป็นเสื้อตัวโปรดของผมมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะนั่นคือวันที่ผมได้ค้นพบอัจฉริยะฟุตบอลของโลก

และแฟนบาร์ซ่าที่อยู่ในเกมกับยูเวนตุสในค่ำคืนนั้นก็คงรู้สึกเช่นกัน ช่วง 10 นาทีสุดท้าย คัมป์ นู กระหึ่งไปด้วยเสียงเชียร์ “เมสซี่! เมสซี่! เมสซี่!!”  

เช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์ภาษาสเปน El Pais ได้ประกาศถึงกำเนิดของอัจฉริยะฟุตบอล

"เกมฟุตบอล โยน กัมเปร์ เมื่อคืนที่่ผ่านมาจะต้องถูกจารึกลงในประวัตศาสตร์เมื่อเทพเจ้าฟุตบอลได้จุติในสนามคัมป์ นู" เอล เปส์ เขียน "แฟรงค์ ไรจ์การ์ด น่าจะต้องเจอปัญหาหนักใจหากไม่สามารถหาตำแหน่งตัวจริงให้เมสซี่ได้ลงสนามในทีม"

ฟาบิโอ คาเปลโล่ กุนซือยูเว่ในขณะนั้นก็ตกตะลึงกับความสามารถของอัจฉริยะดาวรุ่ง "ผมไม่เคยเห็นฝีเท้าแบบนั้นจากเด็กวัยรุ่นที่ไหนมาก่อน" คาเปลโล่ ย้อนรำลึก "หลังจบเกมผมเดินไปหาไรจ์การ์ด และขอยืมตัวเขามาเล่นกับยูเว่ 1 ฤดูกาล เพราะบาร์ซ่ามีนักเตะนอกโซนยุโรปอยู่แล้ว 3 คน แต่ไรจ์การ์ดหัวเราะและบอกผมว่า "ฝันไปเถอะ" ส่วนเมสซี่ก็ได้รับหนังสือเดินทางสเปนในเดือนถัดมา"

เกือบ 10 ปีนับจากวันเปิดตัวของในสีเสื้อ Blaugrana ของบาร์เซโลนา ลีโอเนล เมสซี่จะได้ลงสนามพบกับยูเวนตุสอีกครั้งในเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกนัดชิงชนะเลิศ 

ทีมหญิงชราแห่งเมืองตูรินคงได้แต่หวังว่าแนวรับในวันนี้จะหยุดเมสซี่ได้ดีกว่าแนวรับในเกมนั้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2005

FourFourTwo ติดตามเมสซี่ตั้งแต่แรก

FourFourTwo ติดตามเมสซี่ตั้งแต่แรก