Talentspotter

เทพขาสั้น : 5 วอนเดอร์คิดส์ จากร.ร สารวิทยา ที่อาจแจ้งเกิดในไทยลีกเร็วๆนี้

จากอดีตนักชกเจ้าของฉายา เพชรเอก ป.ปลัดแก้ว, จากนักเปตองสู่มือกาวจอมหนึบ, วอนเดอร์คิดส์เมืองเจียงฮาย รุ่นราวคราวเดียวกับ "บุ๊ค" เอกนิษฐ์ ปัญญา

We are part of The Trust Project What is it?

นี่คือ 5 เด็กเทพวงการลูกหนังขาสั้นสังกัด โรงเรียนสารวิทยา ที่อาจก้าวขึ้นมาเป็นแข้งอาชีพเร็วๆนี้ และบางทีอาจโด่งดังเหมือนรุ่นพี่อย่าง อาทิตย์ ดาวสว่าง,ปิยะชนก ดาฤทธ์,รัตนัย ส่องแสงจันทร์ บ้างก็เป็นได้ มีใครกันบ้าง ติดตามได้ที่นี่...

นพพล ผลอุดม,อาทิตย์ ดาวสว่าง,จิราวุฒิ สารนันต์,เดชา สร้างดี,สันติธร ลัทธิรมย์,กิตติภัทร วงศ์สมบัติ,ปิยะชนก ดาฤทธิ์,รัตนัย ส่องแสงจันทร์,อาทิตย์ วิเศษศิลป์,ต่อศักดิ์ สะอาดเอี่ยม,กรพัฒน์ นารีจันทร์  และ รณยศ มิ่งมิตรวัน...นี่คือเหล่าแข้งดังในวงการลูกหนังไทยปัจจุบัน ที่ผ่านการคัดกรองจาก ร.ร สารวิทยา

“สิงห์ร้ายบางเขน” ร.ร สารวิทยา สถาบันลูกหนังขาสั้นที่เริ่มสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะในระยะกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ขยับขึ้นมาเป็นทีมระดับแถวหน้าของวงการชนิดที่ไม่มีใครกล้าปฎิเสธ ผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือ การคว้าแชมป์กีฬา 7 สี แชมเปี้ยนคัพ เมื่อปี 2009 และนั่นคือสัญญาณแห่งความเรืองรองของทีมลูกหนังรั้วขาว-เขียว

ภายใต้การคุมทีมของ อ.พรชัย เกตุฉาย บรมกุนซือคู่บารมีของสถาบันย่านบางเขนแห่งนี้ ที่เป็นผู้เลือกเฟ้น 5 แข้งดาวเด่นมาให้เรา และ FourFourTwo Thailand จะพาไปรู้จัก 5 เด็กเทพ ที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันนี้  และมีโอกาสก้าวไปค้าแข้งอาชีพในอนาคตอันใกล้…   

ภุชพงค์ นามสีฐาน

อดีตนักชก เพชรเอก ป.ปลัดแก้ว

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

ด.ช ภุชพงค์ นามสีฐาน หรือชื่อเล่นว่า “เบ้นท์”  เป็นชาวอ.โกสุมภิสัย จ.มหาสารคาม มีพี่น้อง 3 คน โดยเขาเป็นลูกคนกลาง พ่อแม่ย้ายไปทำงานที่เมืองหลวง ทำให้เขาได้รับการดูแลจากตายายตั้งแต่เยาว์วัย

มวยเด็ด 7 สี ที่ฉายทางจอแก้วทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ จากความชื่นชอบกีฬาหมัดมวยของคุณพ่อ ที่มักอุ้มลูกชายมานั่งชมอยู่ด้วยบ่อยครั้ง ก็ทำให้ “เบ้นท์” เริ่มซึมซับศิลปะแม่ไม้มวยไทย พร้อมใฝ่ฝันอยากจะก้าวเดินบนถนนสายกำปั้น เป็นนักมวยดังเพื่อหารายได้มาเลี้ยงปากท้องครอบครัวต่อไป

เมื่ออายุ 9 ขวบ “เบ้นท์” เริ่มก้าวเดินตามความฝัน ณ ค่ายมวย ป.ปลัดแก้ว  ด้วยความเป็นเด็กหน้าที่ในแต่ละวันคือการซ้อมไปอย่างไร้จุดหมาย ไม่มีไฟต์ให้ประลองฝีมือ ผ่านไปนานแรมปีการรอคอยก็สิ้นสุดลง เมื่อทาง อ.โกสุมพิสัย จัดการแข่งขันชกมวยในรุ่นจิ๋ว

เพชรเอก ป.ปลัดแก้ว คือ ฉายาที่ทางค่ายมอบให้“เบ้นท์” ก้าวขึ้นเวทีดวลกำปั้น แม้ไฟต์แรกในชีวิตจะไม่สวยงามดั่งใจหมาย เมื่อต้องพ่ายคะแนนต่อคู่แข่ง ทว่าค่าตอบแทน 1,000 บาท สำหรับเด็กน้อยวัย 10 ขวบ มันช่างดูมากมายเหลือเกิน และมันก็เพียงพอที่จะขยายต่อความฝันให้เขาอยากที่จะก้าวไปบนสังเวียนลูกผู้ชายแห่งนี้ต่อไป

แต่แล้วเมื่ออายุ 12 ปี ขณะที่เรียนอยู่ ร.ร บ้างสว่างยางท่าแจ้ง ด้วยความที่นักกีฬาไม่พอ เพชรเอก ป.ปลัดแก้ว นักชกหน้าหยกจำต้องถอดนวม..หันมาสวมสตั๊ดชั่วคราวในตำแหน่งกองหน้า และเมื่อได้ลิ้มรสชาติลูกหนัง มันทำให้เขาค้นพบตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ ก่อนจะหันหลังให้กับสังเวียนผ้าใบ เบนเข็มสู่การเป็นนักฟุตบอลเต็มตัว

หลังจากเริ่มฝึกซ้อมทักษะลูกหนังได้พักใหญ่ เขาก็ได้รับการแนะนำจากเพื่อน ที่เรียนอยู่อคาเดมี่ดังประจำจังหวัดอย่าง “ประวิทย์ อคาเดมี่” ก่อนจะกำเงิน 500 บาทที่ได้จากคุณยาย ไปสมัครเรียนฟุตบอลยังตัวเมือง ซึ่งที่นี่ทำให้เขาพัฒนาฝีเท้าจนสามารถก้าวไปติดตัว จ.มหาสารคาม ไปแข่งขันฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พรีเมียร์คัพ รุ่น 15 ปี รอบคัดเลือกภาคอีสาน ที่จ.บุรีรัมย์ โดยทำได้ดีที่สุดคือ ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย

จบรายการผีแดง ฟอร์มของ “เบ้นท์”เข้าตาสตาฟ์ฟโค้ช จ.มหาสารคาม ก่อนที่ ม.3 จะได้หอบผ้าย้ายมาเรียนต่อที่ ร.ร มหาวิชานุกูล พร้อมฝึกฟุตบอลกับอคาเดมี่ประจำจังหวัด ฝีเท้าของเขาเริ่มฉายแววอัจฉริยะลูกหนังอย่างโดดเด่น เมื่ออายุ 17 ปี ได้รับการเซ็นสัญญาขึ้นสู่แข้งอาชีพกับ มหาสารคาม เอฟซี ลงสู้ศึกดิวิชั่น 2 (เดิม) เมื่อฤดูกาล 2016 กลายเป็นวันเดอร์คิดส์เมืองสารคาม ที่ใครๆต่างยกย่อง

“ถ้าอยากดัง..ต้องไปเล่นบอลที่กรุงเทพฯ” วลีที่ก้องในหูของเขาอยู่ทุกนาที ว่าแล้วก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวมาคัดตัวกับ ร.ร สารวิทยา ก่อนที่จะสมหวังเพียงคนเดียว ได้เข้าสู่ชายคา “สิงห์ร้ายบางเขน” ในชั้นม.6 โชว์ฟอร์มการคุมเกมแดนกลางได้อย่างโดดเด่น จนมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์ 18 ปี ข. และมีชื่อติดทีมนักเรียนไทย ชุดลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอิหร่าน รอบ 70 คนสุดท้าย อีกทั้งยังได้รับการทาบทามจาก บางกอกกล๊าส เอฟซี ไปช่วยทีมแข่งขันโค้กคัพฯอีกด้วย

ภุชพงค์ นามสีฐาน

สไตล์การเล่น

ห้องเครื่องไดนาโมจากเมืองสารคาม ทีเด็ดที่เป็นเครื่องหมายการค้าคือลูกยิงไกลอันทรงพลัง ตะบันนอกกรอบได้ลุ้นทุกครั้งที่ง้างเท้า ขณะเดียวกันยังโดดเด่นในจังหวะการเล่นลูกด้วยศรีษะ กล้าขึ้น กล้าเทค ไม่กลัวเจ็บมีความแข็งแรงและดุดัน เป็นมิดฟิลด์มดงานที่คอยปัดกวาดบอลแดนกลางได้ดี

ภาคภูมิ ลาโต

เปเป้เมืองเจียงฮาย

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

หากนึกถึง วอนเดอร์คิดส์เมืองล้านนา ชั่วโมงนี้ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ เอกนิษฐ์ ปัญญา ดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งทัพเชียงราย ยูไนเต็ด ส่วน ภาคภูมิ ลาโต คือ ยังเติร์กดาวรุ่งที่เคยเล่นร่วมทีมเดียวกับ “บุ๊ค”มาแล้ว

“ลาโต” ได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม โดยผลงานการปักหลักเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับมีส่วนพาทีมคว้ารองแชมป์ 18 ปี ฟุตบอลธนาคารออมสินฯ, แชมป์ 18 ปี ข.

เด็กหนุ่มในครอบครัวชาวนาจาก อ.แม่ลาว จ.เชียงราย เริ่มต้นจากการเป็นนักวิ่ง สมัยเรียนที่ ร.ร บ้างดงมะดะ ด้วยความที่วิ่งเร็วแข่งขันที่ไหนก็ได้เหรียญทอง ทำให้ อ.จำนัน วงศ์ลังกา เล็งเห็นแวว ก่อนจะดึงมาเข้าสู่ทีมฟุตบอล และด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ทำให้เขาถูกจับวางในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาร์ฟ

กระทั่ง ม.1 ฝีเท้าของเขาก็พาก้าวไปติดทีมเยาวชนเชียงราย ซิตี้ ซึ่งมี “โค้ชตุ๊” นิรุจน์ ศรีทอง เป็นกุนซือ และที่นี่เองเขาได้พบกับ เอกนิษฐ์ ปัญญา ห้องเครื่องดาวโรจน์ โดยเล่นทีมเดียวกันไปแข่งขันฟุตบอลไพรม์มินิสเตอร์คัพ รอบคัดเลือกภาคเหนือ ที่คว้าอันดับ 3 ไปครอง

เมื่อจบชั้น ม.3 รุ่นพี่บ้านเดียวกันได้แนะนำให้เข้าสู่เมืองหลวง โดยเริ่มจากการคัดตัวที่ ร.ร เทพศิรินทร์ ผ่านการคัดเลือกเรียบร้อยแล้ว ทว่าด้วยความล่าช้าของการประกาศรายชื่อ ทำให้เจ้าตัวไม่อาจรอไหว ก่อนตัดสินใจฝากอนาคตกับ ร.ร สารวิทยา ก่อนที่จะได้เข้าสู่รั้วขาว-เขียว ในชั้น ม.4 แม้ลูกแม่รำเพยจะมากวักมือเรียกภายหลัง ก็สายไปเสียแล้ว

“ฟิล์ม” หรือที่เพื่อนเรียกกันว่า “ลาโต” ได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม โดยผลงานการปักหลักเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับมีส่วนพาทีมคว้ารองแชมป์ 18 ปี ฟุตบอลธนาคารออมสินฯ, แชมป์ 18 ปี ข. และด้วยฟอร์มที่โดดเด่นทำให้เขาถูกดึงตัวไปช่วย บางกอกกล๊าส เอฟซี บู๊ศึกโค้กคัพฯเสียด้วย

ภาคภูมิ ลาโต

สไตล์การเล่น

แนวรับดาวรุ่งจากดินแดนล้านนา มีสไตล์การเล่นที่หนักหน่วง เข้าบอลถึงลูกถึงคน มีวินัยเกมรับสูง อีกทั้งยังมีภาวะผู้นำที่ดี นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดจากลูกกลางอากาศ สามารถหยุดการโจมตีของคู่แข่งได้ทั้งลูกโยนและลูกเรียด พูดตรงๆว่าไม่ง่ายเลยที่จะผ่านด่านกำแพงเหล็กนี้เข้าไปทำประตูได้

Topics