เทพนิยายจบแล้ว : ทำไม 'เลสเตอร์ ซิตี้' จึงตัดสินใจถูกต้องแล้วกับการปลดรานิเอรี่?

FFT จะมาวิเคราะห์ว่าทำไม “จิ้งจอกสยาม” ทำถูกแล้วที่เลือกปลด เคลาดิโอ รานิเอรี่ ในตอนนี้…

ข่าวที่ฮือฮาไปทั่วโลกเมื่อวานนี้ คือ เรื่องที่ เคลาดิโอ รานิเอเร่ พ้นจากความเป็นผู้จัดการทีมของ เลสเตอร์ ซิตี้ ทั้งๆที่เมื่อ 9 เดือนที่แล้ว พวกเขากำลังเฉลิมฉลองแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 133 ปีของสโมสรอยู่เลย

แน่นอนว่า การตัดสินใจครั้งนี้ย่อมมีคนที่พอใจและผิดหวัง แต่บอกได้เลยว่า ไม่ว่ายังไงสาวก “จิ้งจอกสยาม” ทุกคนก็จะรักและเคารพ รานิเอรี่ ตลอดไปในฐานะกุนซือที่ดีที่สุดในพงศาวดารของ เลสเตอร์

แม้ว่าในตอนนี้พวกเขาจะต้องเลือกเสี่ยงเพื่อเปลี่ยนแปลงก็ตาม…

สวรรค์ล่ม

หลายสำนักข่าวในอังกฤษอย่างหนังสือพิมพ์ Telegraph และ Guardian ระบุว่า รานิเอรี่ มีปัญหากับการรับมือนักเตะ และทีมงานสต๊าฟโค้ชที่นำโดย ผู้ช่วยอย่าง เคร็ก เช็คสเปียร์ ซึ่งจุดเริ่มต้นของความบาดหมางต้องย้อนไปไกลถึงเกมแชมเปี้ยนลีกที่ เลสเตอร์ ออกไปเยือน โคเปนเฮเกน ที่ เดนมาร์ก

Claudio Ranieri

บรรยากาศแบบปีที่แล้วไม่มีอีกต่อไป

เรื่องหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ อาการ “พยศ” ของ เลโอนาร์โด้ อูยัว ที่เคยประกาศว่า จะไม่ลงเล่นให้สโมสรอีก หลังจาก ดาวยิงอาร์เจนไตน์ บอกว่า เขาโดนทรยศจาก รานิเอรี่ ซึ่งนั่นบ่งบอกได้ว่า ความรักและเคารพของนักเตะหลายคนต่อ กุนซือชาวอิตาเลียน นั้นน้อยลงจริงๆ

จนมาถึงข่าวล่าสุดที่บอกว่า เหล่าแข้งซีเนียร์ในทีมขอเข้าประชุมด่วนกับบอร์ดบริหารที่นำโดย คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา เพื่อพูดถึงคุยปัญหาทั้งหมด หลังจากผลงานในปี 2017 ห่วยเกินรับได้

โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา เลสเตอร์ แพ้ 5 จาก 6 เกมพรีเมียร์ลีก และไม่สามารถยิงประตูใครได้เลย ขณะที่ เอฟเอ คัพ พวกเขาตกรอบด้วยทีมจากลีกรองอย่าง มิลล์วอลล์ ที่เหลือ 10 คนกว่าครึ่งชั่วโมง และล่าสุดก็คือ ความพ่ายแพ้ต่อ เซบีญ่า อันเป็นเกมสุดท้ายของ รานิเอรี่

และยิ่งเมื่อมองไปที่ทีมในกลุ่มตกชั้น ไม่ว่าจะเป็น ฮัลล์ ที่ดูดีมีอนาคต หลังได้ มาร์โก ซิลวา เข้ามาคุมทีม เช่นเดียวกับ พอล คลีเมนต์ ที่เร่งฟอร์มของ สวอนซี ได้อย่างน่าปรบมือ ถึงขนาดที่ล่าสุด “หงส์ขาว” ปราบ เลสเตอร์ ได้ 2-0 นั่นเอง

ดังนั้น ทั้งหมดจึงเพิ่มน้ำหนักที่ทำให้ รานิเอรี่ ต้องไปอย่างเลี่ยงไม่ได้