เทพตะกร้อ/ร้องไห้กลับบ้าน/ลำปางเปลี่ยนชีวิต : ประสิทธิ์ จันทุม อนาคตของ “ช้าง’ยุทธ”

เขาเคยเป็นนักตะกร้อเด็กระดับประเทศ เคยร้องไห้จะกลับบ้านท่าเดียวหลังไม่ได้รับโอกาสกับสถาบันกีฬาชื่อดัง ก่อนกลับมามีโอกาสลงสนามต่อเนื่องกับทีมชุดใหญ่ หลังไปชุบตัวที่เมืองเหนือเพียงครึ่งฤดูกาล

ประสิทธิ์ จันทุม มิดฟิลด์อนาคตไกลของ สุพรรณบุรี เอฟซี ได้รับโอกาสลงสนามไปแล้วถึง 8 ครั้ง จาก 9 นัดที่ผ่านมา ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 และทำผลงานได้ดีอีกด้วย...เขาเป็นใครมาจากไหน? ฝีเท้าและเรื่องราวชีวิตค้าแข้งของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งหนุ่ยวัย 22 ปี เป็นชาวขอนแก่นโดยกำเนิด โดยเป็นลูกชายคนเล็กของครอบครัว เริ่มเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆแถวบ้านตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนมาเอาจริงเอาจังตั้งแต่ 7 ขวบ กับการเป็นนักเตะโรงเรียนในหมู่บ้าน และย้ายไปอยู่โรงเรียนเทศบาลบ้านไผ่ในตัวเมือง กับน้องชายของแม่ที่เป็นครู ตอน ป.3

ช่วง ม.2 “โก้” ย้ายโรงเรียนตามน้าอีกครั้ง ไปอยู่ที่ โรงเรียนศรีสงครามวิทยา จังหวัดเลย อันที่จริงแล้ว เขาเล่นตะกร้อควบคู่มาด้วยตั้งแต่ ป.4 ทว่าในช่วงเวลานั้นฟุตบอลกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก “โก้” ได้รับโอกาสเป็นตัวแทนของทีมไปลงแข่งศึกไพรม์ มินิสเตอร์ คัพ รุ่น 16 ปี และได้แชมป์ระดับจังหวัด จึงตัดสินใจเน้นหนักทางด้านกีฬาลูกหนังเพียงอย่างเดียว

ระหว่างการแข่งขันไพรม์ มินิสเตอร์ คัพ “โค้ชโมทย์” อ.ปรีชาพัฒน์ ปยุตเรืองกิตติ์ ผู้ฝึกสอนทีมชาตินักเรียนไทยในขณะนั้น ได้เห็นฟอร์มของ “โก้” ด้วยตัวเอง และได้ชักชวนเข้าเรียนที่โรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรีโดยไม่ต้องคัดตัว แน่นอนว่าเขาตอบตกลงทันที เพราะก่อนหน้านี้เคยวางแผนไว้ว่าจะเข้าไปคัดตัวตอน ม.4

น่าเสียดายที่ตลอดช่วงเวลามัธยมปลายของ “โก้” แทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย โดยต้องนั่งอยู่ที่ซุ้มผู้เล่นสำรองโดยตลอด การใช้ชีวิตคนเดียวปีแรกในเมืองยุทธหัตถี ทำเอาเขาถึงกับร้องไห้อยากกลับบ้านลูกเดียว อยากให้พ่อแม่ไปรับกลับขอนแก่น แต่ก็ได้น้าคนเดิมที่คอยปลอบใจ และบอกให้เขาอดทนรอโอกาสต่อไป

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

สุดท้ายโชคชะตาก็เริ่มเข้าข้าง ช่วงก่อนจบ ม.6 กีฬาเยาวชนแห่งชาติ มหาสารคามเกมส์ ใกล้จะเริ่มเปิดฉากแข่งขัน “โก้” ได้รับการชักชวนจาก “โค้ชชาติ” กฤษกร สิงห์เมือง กุนซือของทีมในขณะนั้น ให้ไปเป็นตัวแทนของทีมฟุตบอลจังหวัดสุพรรณบุรี และเขาก็ทำมันได้สำเร็จ ได้รับบทบาทลงสนามเป็นตัวหลัก พาทีมทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนตกรอบดังกล่าวไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจบมหาสารคามเกมส์ ศึกโค้ก คัพ ก็มาจ่อรอลงเตะในเวลาไล่เลี่ยกัน “โค้ชชาติ” คนเดิม ที่ทำทีมอะคาเดมีของ สุพรรณบุรี เอฟซี กับ อเดบาโย กาเดโบ อดีตแข้งบีอีซี เทโรศาสน ได้ต่อสายตรงหา “โก้” กลางดึก เพื่อชักชวนไปคัดตัวอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ทำสำเร็จอีกเช่นเคย ช่วยทีมเป็นแชมป์รอบภาค ก่อนไปไกลถึงรอบชิงชนะเลิศ เจอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2013

แม้จะต้องผิดหวังเมื่อเป็นฝ่ายพ่ายต่อ “ปราสาทสายฟ้า” ไป 1-2 แต่ในเกมดังกล่าว มาโน โพลกิ้ง กุนซือ “ช้างศึกยุทธหัตถี” ในขณะนั้น ได้นั่งชมการแข่งขันอยู่ด้วย ก็ทำการเรียกตัว “โก้” ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ทันที และได้รับโอกาสลงเล่นฟุตบอลถ้วย 1 นัด ด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น ท่ามกลางรุ่นพี่ฝีเท้าดีมากมาย

ปีต่อมา “โก้” ถูกปล่อยยืมตัวลงไปเล่นกับทีมสำรองอย่าง สีหมอก เอฟซี ในระดับดิวิชั่น 2 ฤดูกาล 2015 เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่น่าเสียดายที่พลาดช่วยทีมไปเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีก เลื่อนชั้น เพียงนิดเดียวเท่านั้น หลังจากจบอันดับ 3 ของตารางคะแนน แต่ผลต่างประตูได้-เสีย กลับน้อยกว่าอันดับ 2 แต่ด้วยผลงานอันน่าประทับใจ ทำให้เขาถูกเรียกตัวกลับทีมชุดใหญ่หลังจบฤดูกาล

เลกแรกของฤดูกาล 2016 “โก้” ได้รับโอกาสลงเล่นในลีก 3 นัด และบอลถ้วยอีก 1 นัด ในยุคของ ริคาร์โด โรดริเกวซ โดยที่เจ้าตัวยอมรับว่าเยอะจนผิดคาด แต่เมื่อกุนซือชาวสเปนโบกมืออำลาทีมไป เขากลับต้องถูกปล่อยยืมตัวให้กับ ลำปาง เอฟซี เพื่อไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และนั่นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของเขา

“โก้” ได้รับบทบาทเป็นตัวหลักของทีม และได้ลงสนามทุกนัด ช่วย “รถม้ามรกต” รักษาอันดับอยู่รอดต่อไปในศึกยามาฮ่าลีกวันได้สำเร็จ ก่อนกลับมายังแคมป์เก็บตัวช่วงปรี-ซีซั่น ของ “ช้างศึกยุทธหัตถี” ด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม จนได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เปิดฤดูกาล และได้ออกสตาร์ท 11 ตัวจริงครั้งแรกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในเกมกับ การท่าเรือ เอฟซี

จุดแข็ง

การจ่ายบอลทั้งสั้น-ยาว, ตามช่อง หรือโยนไกล “โก้” สามารถทำได้อย่างแม่นยำ และยังเป็นคนที่เล่นง่าย ให้บอลง่าย ไม่ทำให้เพื่อนเล่นต่อลำบาก นอกจากนี้ยังมีความขยัน ช่วยไล่บอลทุกจังหวะ

จุดอ่อน

เกมรับ เป็นสิ่งที่เขาคิดว่ายังทำได้ไม่ดีนักและเป็นจุดอ่อนของตัวเอง เนื่องจากเป็นคนตัดเกมไม่ค่อยเก่ง และเข้าสกัดตัดบอลได้ไม่ดุดัน นอกจากนี้ยังยอมรับว่าร่างกายยังไม่หนาเท่าไหร่ สู้แรงปะทะบรรดาแข้งต่างชาติตัวใหญ่ไม่ได้

ปากคำคนใกล้ตัว

“โก้ เป็นเด็กที่มีทักษะเพียบพร้อมแล้วทุกอย่าง จะขาดก็แต่ความกระหาย ความอยากเล่นเท่านั้น” โค้ชโย่ง วรวุธ ศรีมะฑะ พูดถึงลูกทีมวัย 22 ปี

“นักเตะทุกคนเวลาลงไปเล่นต้องมีความกระหาย ความดุดัน ถ้าเพิ่มตรงนั้นได้เขาจะเป็นนักเตะที่มีอนาคตมากคนหนึ่งเลย”

รู้หรือไม่?

ตอนยังเด็ก “โก้” เล่นกีฬาหลายประเภท แถมเคยเป็นแชมป์ปิงปองระดับเขต ที่แต่ละตำบล แต่ละอำเภอของจังหวัดมาเจอกัน แต่สำหรับตะกร้อต้องบอกว่าจริงจังยิ่งกว่านั้น เมื่อเขาเคยไปเแข่งระดับประเทศมาแล้ว ตั้งแต่สมัยเรียน ป.5 เมื่อเป็นอันดับ 3 ของภาคอีสาน และได้เป็นตัวแทนของจังหวัดไปลงแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ก่อนคว้าอันดับ 3 ร่วมของรายการไปครอง

โปรดติดตามตอนต่อไป

ฤดูกาลนี้ “โก้” ลงสนามไปแล้วถึง 8 จาก 9 นัดที่ผ่านมา ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 โดยที่เขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากลงช่วยทีมให้ได้มากที่สุด ทั้งเพื่อพัฒนาตัวเอง และอยากให้ทีมประสบความสำเร็จให้ได้ รวมถึงจะพยายามมุ่งมันฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อโอกาสกลับไปติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อีกครั้ง เพื่อสู้ศึกเอเอฟซี U23 รอบคัดเลือก และซีเกมส์ 2017 หลังจากที่พลาดไปเมื่อตอน ดูไบ คัพ เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา