Analysis

เวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน! คูย ง็อก ไฮ จากดาวรุ่งหัวร้อน สู่กัปตันผู้เป็นทุกอย่างของทีม

ในที่สุด เวียดนามก็สามารถการคว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ 2018 ได้สำเร็จ พร้อมกับการโชว์ฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ เหงียน กวง ไฮ และ เหงียน อันห์ ดุ๊ก รวมถึงนักเตะอีกหลายคนในทีม อย่างไรก็ตาม ขณะที่นักเตะคนอื่นในทัพดาวทองกำลังได้รับคำชื่นชมมากมาย คูย ง็อก ไฮ กัปตันทีมของพวกเขา กลับแอบอยู่ในมุมมืด และคอยควบคุมนักเตะในทีมจนไปสู่ชัยชนะที่สำคัญได้สำเร็จ

We are part of The Trust Project What is it?

ง็อก ไฮ ถือเป็นรองกัปตันทีมชาติเวียดนามในการลงเล่นซูซูกิ คัพ แต่ทว่า เหงียน วาน เควียต กัปตันทีม ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก จึงทำให้ง็อก ไฮ เปรียบเสมือนกัปตันทีมของเวียดนามพลังหนุ่มชุดนี้ไปโดยปริยาย

การได้รับอำนาจเป็นกัปตันทีมของดาวเตะวัย 25 ปี นั้นก็เหมือนกับปล่อยปลาลงน้ำ เขาแสดงให้เห็นถึงความมีอิทธิพลต่อทีมเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่า ง็อก ไฮ จะกล่าวขึ้นมาอยู่ตรงนี้ได้ หากเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวถือเป็นนักเตะอารมณ์ร้อนคนหนึ่ง

เหตุการณ์กับ ตรวน อันห์ ควา

เมื่อเอ่ยถึงชื่อ ง็อก ไฮ มันก็ทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์ที่เขาเข้าปะทะตรวน อันห์ ควา มิดฟิลด์ของสโมสรดานัง จนเกือบจะทำให้ดาวเตะหลายนี้ต้องเลิกเล่นฟุตบอลไปเลย

การเข้าปะทะครั้งนั้นทำให้อันห์ ควา ต้องร้างสนามไปอย่างยาวนาน เนื่องจากเขาขาหัก รวมถึงเอ็นเข่าพังหลายจุด  ซึ่งจากการะปะทะครั้งนั้น ง็อก ไฮ โดนแค่เพียงใบเหลือง ก่อนจะโดนแบนไปให้ลงสนาม 6 เดือน ในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม หลายคนก็คงสงสัยเหมือนกันว่า อยู่ดีๆ ทำไม ง็อก ไฮ ซึ่งเป็นดาวเตะเจ้าปัญหาคนหนึ่งในช่วงแรกของอาชีพ จึงกลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมชาติเวียดนามได้ อะไรกันที่ทำให้ ‘เซร์จิโอ รามอส แห่งเวียดนาม’ เปลี่ยนเป็นคนละคน ภายในระยะเวลา 3 ปีเท่านั้น

และถึงแม้มันจะยังไม่ชัดเจนนัก ว่าเขากลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้น แต่มันก็เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทัพดาวทอง

ความเปลี่ยนแปลง

ปราการหลังวัย 25 ปีรายนี้ ถูกพูดถึงน้อยกว่าที่ควรในศึกซูซูกิ คัพ ทั้งที่เขาเป็นส่วนสำคัญในแผงหลังของทีมชาติเวียดนาม และเล่นได้อย่างขาวสะอาด ด้วยการช่วยให้ทีมไม่เสียประตูเลยตลอดรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 4 เกม

และในการแข่งขันชิงเจ้าอาเซียนปีนี้ ง็อก ไฮ ก็มีสถิติการสกัดบอลพ้นเขตอันตราย และตัดบอลคู่แข่งได้ถึง 14 ครั้ง จาก 7 เกม (ยังไม่รวมนัดชิงชนะเลิศนัดที่สอง) อย่างไรก็ตาม จุดเด่นที่สุดของเซนเตอร์แบ็ควัย 25 ปี คือ การที่เขาเล่นได้อย่างมีวินัย

จริงอยู่ที่เมื่อก่อน ง็อก ไฮ ถือเป็นนักเตะที่เล่นค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อกาโดนจดชื่อ แต่นั่นก็เป็นแค่อดีตไปแล้ว เพราะในการแข่งขันซูซูกิ คัพ ทั้ง 8 เกม ปราการหลังกัปตันทัพดาวทองรายนี้โดนใบเหลืองไปแค่ใบเดียวเท่านั้น

นอกจากนี้ ง็อก ไฮ ยังเสียฟาวล์เพียง 7 ครั้ง จาก 7 เกม (ยังไม่รวมนัดชิงชนะเลิศนัดที่สอง) หรือเฉลี่ยเกมละครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติที่บ่งบอกว่า เขาเป็นกองหลังที่เข้าบอลได้ชาญฉลาดพอสมควร

และสถิติทั้งหมดที่กล่าวมา ก็ทำให้เห็นแล้วว่า ง็อก ไฮ เป็นนักเตะที่เติบโตแล้ว และเขาก็ไม่ใช่นักเตะที่ชอบหัวร้อนเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป