Analysis

เวทีนี้พี่ไปมาแล้ว : 13 นักเตะไทยลีกเคยฟาดแข้งศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลับมาลงเตะกันอีกครั้ง ... แต่เมื่อมองย้อนกลับมาที่ฟุตบอลไทย มีนักเตะไทยลีกไม่น้อยที่เคยโลดแล่นอยู่ในเวทีลีกสูงสุดของยุโรปรายการนี้

We are part of The Trust Project What is it?

นี่คือรายชื่อของเหล่าแข้งที่เคยลงเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฟุตบอลถ้วยที่ได้ชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุด มีใครกันบ้าง แต่ลงคนเคยดวลกับนักเตะระดับโลก หรือ เคยยิงประตูใส่ทีมดังทีมไหนกันมาแล้วบ้าง ติดตามได้ที่นี่

*** หมายเหตุ : นักเตะเหล่านี้ คือ ผู้ที่ได้ลงแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม เป็นต้นไปเท่านั้น ไม่นับรอบคัดเลือกและรอบเพลย์ออฟ 

แบร์คานต์ เกิคธัน  

แฟนบอลไทยบางคนอาจไม่รู้จักเขา หรืออาจลืมเขาไปแล้ว แต่นี่ คือ นักเตะที่มีดีกรีระดับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คนแรกของประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยลีก…

แบร์คานต์ เกิคธัน… นี่ คือ สุดยอดดาวรุ่งของบาเยิร์น มิวนิค เขาถูกยอดบรมกุนซืออย่าง จิโอวานนี่ ตราปัตโตนี่ เรียกขึ้นไปซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ “เสือใต้” ตั้งแต่อายุ 16 ปี และเปิดตัวลงเล่นนัดแรกในวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น ภายใต้การคุมทีมของ ออตต์ม่าร์ ฮิตซ์เฟลด์… และการประเดิมสนามนัดนั้นไม่ใช่ในเกมลีกธรรมดา แต่หากเป็นเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่ บาเยิร์น มิวนิค กำลังตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นำโดย พอล สโคลส์, ดไวท์ ยอร์ค, แกรี่ เนวิลล์ และยาป สตัม 1 - 2 ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม เมื่อฤดูกาล 1998/99 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทนที่ ฮาซาน ซาลิฮามิดิซ ในนาทีที่ 63 อยู่ในสนามร่วมกับผู้เล่นอย่าง โลธาร์ มัธเทอุส, สเตฟาน เอฟเฟนแบร์ก, เยนส์ เยเรมีส์ โดยมี โจวานนี่ เอลแบร์ ยืนค้ำเป็นหัวหอกคู่กับ คาร์สเทน แยงเคอร์ โดยที่เขามีส่วนช่วยให้บาเยิร์นกลับมาเสมอแมนฯยู 2 - 2 ในเกมดังกล่าว

ชมลีลาของ เกิคธัน ตั้งแต่ประมาณ นาทีที่ 1.12.00 และจังหวะสับไกยิงแมนฯยู

เกิคธัน เป็นดาวรุ่งพรสวรรค์ แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเป็นตัวหลักใน บาเยิร์น มิวนิค เขาถูกส่งตัวไปอยู่กับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ในสัญญายืมตัวในปีเดียวกัน จากนั้นก็ อาร์เมเนีย บีเลเฟลด์ กระทั่งกลับมาสู่ทีมอีกครั้ง ก่อนย้ายไป กาลาตาซาราp ทีมยักษ์ใหญ่ตุรกีในปี 2001

เกิคธัน ไม่ทำให้ผิดหวังเขาลงเล่นไป 21 นัดให้กับกาลาตาซาราย ยิง 5 ประตู และแอสซิสต์ 4 ครั้ง ช่วยให้ยอดทีมแดนไก่งวงคว้าแชมป์ลีก ขณะที่ปีนั้นเขาก็ได้กลับมาลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง ในฤดูกาล 2001/2002 โดยอยู่กลุ่มเดียวกับ บาร์เซโลน่า , ลิเวอร์พูล และ โรม่า แต่สุดท้ายกาลาตาซาราย รั้งบ๊วยของกลุ่ม ตกรอบพร้อมโรมา

นี่คือนักเตะที่มีดีกรีระดับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก คนแรกของประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยลีก

ฤดูกาล 2003/04 เกิคธัน กลับมาเล่นถ้วย “บิ๊กเอียร์” อีกหน กาลาตาซาราย อยู่ร่วมกรุ๊ปเดียวกับ ยูเวนตุส, โอลิมเปียกอส และ เรอัล โซเซียดาด ซึ่งการพบกับทีมดังจากสเปน มันกลายเป็นครั้งสุดท้าย ที่เขาได้เล่นรายการนี้ แต่เขาก็จากลาได้สวย เมื่อเป็นผู้แอสซิสต์ให้ ฮาคาน ซูเคอร์ ยิงประตู แต่สุดท้ายปีนั้นกาลาตาซารายก็ตกรอบไปอีกอยู่ดี…

จากนั้น เกิคธัน ย้ายพเนจรไปเรื่อยไล่ตั้งแต่ เบซิคตัส ทีมอริร่วมลีกของกาลาตาซาราย, ไกเซอร์สเลาเทิร์น, และ 1860 มิวนิค ในศึกบุนเดสลีก้า 2 ซึ่งระหว่างที่กำลังทำผลงานได้ไม่เลวในปี 2008 เขากลับมีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการเสพโคเคน จนถูกยกเลิกสัญญา ก่อนย้ายมาอยู่กับ เมืองทองฯ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2010 กลายเป็นข่าวคราวสุดฮือฮาที่ทีมยักษ์ใหญ่ของไทย ได้ดาวเตะที่เคย โลดแล่นในเวทีระดับยุโรปอยู่นานหลายปี

อย่างไรก็ตามเพราะอาการบาดเจ็บเรื้อรัง ทำให้เขาไม่ได้ลงสนามให้ “กิเลนผยอง” เลย  สุดท้ายโดนยกเลิกสัญญาในที่สุด

ฟลอร็องต์ ซินาม่า-ปงโกลล์

นี่ คือ นักเตะไทยลีกเพียงหนึ่งเดียวที่เคยก้าวขึ้นไปสัมผัสแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาล 2004/05 กับลิเวอร์พูล

ฟลอร็องต์ ซินาม่า-ปงโกลล์ เด็กปั้นของสโมสร เลอ อาร์ฟ ถูก ลิเวอร์พูล เซ็นสัญญาไปร่วมทีมตั้งแต่อายุ 17 ปี หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในศึกยูโร U16 และ ฟุตบอลโลก U17 ที่เขามีชื่อเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อีกด้วย แต่ “หงส์แดง” ปล่อยให้ต้นสังกัดเดิมยืมตัวเขาไว้ช่วยทีมต่ออีก 2 ปี
 
หลังครบกำหนดกลับมายังถิ่นเมอร์ซีย์ไซด์ เขาก็ค่อยๆสร้างชื่อขึ้นมาตามลำดับ และได้มีโอกาสติดทีมไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก 2004/05 แม้จะได้ลงสนามเพียง 3 นัด ก็มาดังเป็นพลุแตกเอาในเกมที่ 3 ที่ โอลิมเปียกอส บุกมานำ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่นาทีที่ 27 โดย ริวัลโด้ ตำนานนักเตะชาวบราซิล ก่อนที่ ราฟา เบนิเตซ จะเปลี่ยนตัว ปงโกลล์ ลงไปแทน ฌิมี่ ตราโอเร่ ก่อนเริ่มครึ่งเวลาหลัง

จะบอกว่า ปงโกลล์ เป็นผู้จุดประกายชัยชนะให้ทีมเลยก็ว่าได้ ทว่าโชคร้ายที่เขากลับหลุดจากรายชื่อทีมในรอบชิงชนะเลิศ แต่อย่างน้อยก็ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นหนึ่งในผู้คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ของลิเวอร์พูล

ผ่านไปแค่ 2 นาที เขาก็ทำสิ่งที่ผู้จัดการทีมและแฟนบอลต้องการได้สำเร็จ เมื่อจัดการแปจ่อๆจากจังหวะเปิดบอลทางซ้ายเข้ากลางของ แฮร์รี่ คีลล์ ตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ 1-1 ก่อนที่ นีล เมลเลอร์ กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด จะมายิ่งเพิ่มอีกคนละประตูให้ “หงส์แดง” พลิกกลับมาชนะ 3-1 เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะบอก ปงโกลล์ เป็นผู้จุดประกายชัยชนะให้ทีมเลยก็ว่าได้ ทว่าโชคร้ายที่เขากลับหลุดจากรายชื่อทีมในรอบชิงชนะเลิศ แต่อย่างน้อยก็ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นหนึ่งในผู้คว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 5 ของลิเวอร์พูล

 

ประตูปลุกชีพ "หงส์แดง" ของ ปงโกลล์

ปีถัดมา เขายังได้ลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง ได้ลงสนามทั้งหมด 3 นัด คือ เกมบุกชนะ เรอัล เบติส 1-2 ที่เขาทำได้ 1 ประตู และที่เสมอกับ เชลซี 0-0 ทั้ง 2 ครั้ง ก่อนถูกปล่อยยืมตัวให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1 ฤดูกาล ในปี 2006 จนหมดสัญญาในถิ่นแอนฟิลด์ และต้องหอบข้าวของไปค้าแข้งในแดนกระทิงดุกับ อูเอลบา ที่เขาซัดไปกว่า 22 ประตู จาก 68 นัด ตลอด 2 ฤดูกาล จนถูก แอตเลติโก มาดริด เซ็นสัญญาคว้าตัวไปร่วมทีมเมื่อปี 2008

ปงโกลล์ ได้หวนคืนสู่รอบแบ่งกลุ่ม ของเวทียุโรปถ้วยใหญ่อีกครั้ง ในปีเดียวกันนั้นเอง โดยอยู่ร่วมสายกับ พีเอสวี, โอลิมปิก มาร์กเซย และต้นสังกัดเก่าอย่าง ลิเวอร์พูล น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถทำประตูได้เลยจากโอกาสลงสนามถึง 5 ครั้ง เคียงข้างกับดาวยิงระดับพระกาฬอย่าง เซร์คิโอ อเกวโร่ และ ดิเอโก ฟอร์ลัน

ในปี 2009 ทีม “ตราหมี” ยังคงผ่านรอบคัดเลือกและได้มาเล่นในรอบแบ่งกลุ่มอีกหน แต่คราวนี้ ปงโกลล์ ได้ลงสนามเพียง 2 นัด เท่านั้น เจอกับ อาโปเอล นิโคเซีย และ เชลซี ซึ่งเขายังคงทำประตูไม่ได้เช่นเคย ก่อนหมดสัญญาและย้ายไปหากินในแดนฝอยทองกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะหน้าหนาว

หลังจากเล่นในโปรตุเกสได้สองปี ก็ต้องสวมบทจอมพเนจร เมื่อถูกปล่อยยืมตัวให้กับ ซาราโกซ่า และ แซงต์ เอเตียนน์ จนหมดสัญญา ก่อนย้ายซบ รอสตอฟ ที่อยู่ได้แค่สองปีเช่นกัน ก็ชีพจรลงเท้า ลุยแดนลุงแซมกับ ชิคาโก้ ไฟร์ ในปี 2014 ฝากผลงานไว้แค่ 7 นัด กับ 1 ประตู ก็ระหกระเหินไปอยู่กับ โลซาน สปอร์ต เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ต่อด้วย ดันดี ยูไนเต็ด และกับ ชัยนาท เอฟซี ซึ่งเป็นการมาเปิดประสบการณ์ในทวีปเอเชียครั้งแรกของเขา เมื่อช่วงตลาดซื้อขายนักเตะ เลกสอง ปี 2016

ล่าสุด ดาวยิงเลือดน้ำหอมวัย 32 ปี เพิ่งพาชัยนาท เอฟซี คว้าแชมป์ไทยลีก 2 และยังเป็นตัวหลักในการสู้ศึกฤดูกาลนี้เช่นเคย

ดิโอโก หลุยส์ ซานโต

สุดยอดกองหน้าบุรีรัมย์ ผู้เคยมีค่าตัวสถิติสโมสร 10 ล้านยูโร หรือ 400 ล้านบาท จากปอร์ตูเกซ่าไปยังโอลิมเปียกอส และเพียงปีแรกเขาก็พายอดทีมแห่งแดนเทพนิยายคว้าแชมป์ลีก…

ฤดูกาล 2008/09 ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ลงสนามไป 26 นัด ยิงไป 6 ประตู ช่วยให้ โอลิมเปียกอส คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ แถมปีนั้นเขาโชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยมในศึกยูฟ่า คัพ (ยูโรป้าลีก ในปัจจุบัน)  ฟุตบอลถ้วยรองของยุโรป ด้วยการลงสนาม 8 นัดยิงไปถึง 5 ประตู แถมทีมที่ยิงไม่ใช่ทีมธรรมดาๆ แต่เป็น แฮร์ธา เบอร์ลิน และเบนฟิก้า ที่ขณะนั้นมี ดาวิด ลุยซ์ กองหลังเชลซีและทีมชาติบราซิลในปัจจุบันนำทัพ…

ดิโอโก รู้สึกประทับใจมากที่สุด คือ เกมที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในการบุกไปเยือน อาร์เซน่อล ถึง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ลงไปวัดกับสุดยอดกองหลัง โธมัส แฟร์มาเล่น, วิลเลียม กัลลาส, เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ และ กาเอล กลีชี่

การพาทีมเถลิงบัลลังก์แชมป์ลีก ทำให้ปีต่อมา ดิโอโก ได้เจอกับเรื่องที่ท้าทายที่สุด เพราะเขาได้พาทีมเอาชนะคู่แข่งในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก รอบที่ 3 และ รอบเพลย์ออฟ ส่งผลให้ได้เข้าไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 200/10 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเดียวกับ อาร์เซน่อล สุดยอดทีมจากอังกฤษ, สตองดาร์ด ลีแอช จากเบลเยี่ยม และ อาแซด อัล์คมาร์ จากเนเธอร์แลนด์ ซึ่ง ดิโอโก เคยกล่าวไว้กับ FFT TH ว่าการได้ลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มันให้ความรู้สึกไม่ต่างจากฟุตบอลโลกเลย…

เกมที่ ดิโอโก รู้สึกประทับใจมากที่สุด คือ เกมที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในการบุกไปเยือนอาร์เซน่อล ถึง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทว่าน่าเสียดายที่ โอลิมเปียกอส ที่เขานำทัพบุกไปแพ้อาร์เซน่อล 0 - 2 จากฝีเท้าของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และ อังเดร อาร์ชาวิน สุดยอดซุเปอร์สตาร์จากฝั่งไอ้ปืนใหญ่ แต่สุดท้ายปีนั้นโอลิมเปียกอสก็ได้เข้าไปถึงรอบน็อคเอ๊าท์ ก่อนแพ้บอร์กโดซ์ ในเวลาต่อมา

คลิปยิงประตูใส่เบนฟิก้า สมัยอยู่กับ โอลิมเปียกอส

อย่างไรก็ตามหลังจากปีนั้น...อีกปีถัดมาเขาไม่ได้ลงเล่นให้โอลิมเปียกอสมากเหมือนเดิม เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บ ทำให้ถูกส่งตัวกลับไปให้ ฟลาเมงโก ทีมบ้านเกิดใช้งาน และเขาก็ยิงประตูทีมของโรนัลโด (ตอนนั้นเล่นให้กับโครินเธียนส์) ไอดอลของเขาในวัยเด็กได้ด้วย ก่อนได้ไปร่วมทีมซานโต๊ส ร่วมกับเนย์มาร์ และเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์สโมสรโลกในปี 2011 น่าเสียดาย ที่นัดชิงกับบาร์เซโลน่า เขาได้รับบาดเจ็บไม่ได้ลงอีก