Exclusive แม็ต ไรอัน : “เราไม่ค่อยรู้จักไทยเท่าไร แต่เราจะเตรียมตัวให้ดีที่สุด”

แม้ว่าอันดับจะตกลงมาเล็กน้อย แต่ แม็ต ไรอัน ก็เป็นผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวที่เข้ามาติดอันดับสุดยอด 50 นักเตะเอเชียในปีนี้ ซึ่ง FFT จะไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของเขา หลังได้ไปเล่นในสเปนครั้งแรก, ประสบการณ์จากบอลโลก ,การได้พบกับทีมชาติไทยในรอบ 12 ทีมสุดท้าย และอีกมากมาย...

STATS THAT MATTER

  • วันเกิด: 8 เมษายน 1992
  • ส่วนสูง: 1.84 เมตร
  • ตำแหน่ง: ผู้รักษาประตู
  • สโมสร: บาเลนเซีย
  • ลงเล่นให้ทีมชาติ: 23 นัด

FFT: แม็ต ขอบคุณที่สละเวลามาคุยกับพวกเรา และขอแสดงความยินดีที่คุณติดอันดับสุดยอด 50 นักเตะเอเชียของพวกเราอีกครั้ง โดยปีที่แล้ว มีคุณกับ อันเต้ โควิช ที่เป็นผู้รักษาประตู แต่ปีนี้เหลือคุณแค่คนเดียวแล้วนะ

MR: ขอบคุณมากๆครับ ว่าแต่ผมได้อันดับเท่าไรละ?

FFT: เอาตรงๆเลยนะ คุณตกลงมานิดหน่อย จาก 8 มา 12 ครับ

MR: โอ้ น่าผิดหวังเล็กน้อยนะเนี่ย ฮ่าๆ ล้อเล่นนะครับ แค่ผมเข้ามาอยู่ในชาร์จ ผมก็มีความสุขและรู้สึกขอบคุณที่พวกคุณให้ความกรุณาผมละครับ ปีนี้ การย้ายจาก เบลเยี่ยม สู่ สเปน เป็นปีที่ท้าทายมากสำหรับผม แต่ผมดีใจที่ผมได้โอกาสลองอะไรใหม่ๆนะ

FFT: คุณประเมินผลงานซีซั่นแรกของคุณในสเปนไว้ยังไงบ้างครับ? เพราะว่าจริงๆคุณมีอาการบาดเจ็บที่เขา ซึ่งนั่นทำให้คุณพลาดการลงสนามไปเยอะเลย

MR: ผมโดนถามแบบนี้บ่อยๆ และผมมักบอกเสมอว่า ปีนี้เป็นปีแห่งการปรับตัวมากกว่า ผมโชคไม่ดีที่เจ็บยาว แต่เมื่อผมกลับมานั่งดูสถิติ ปีนี้ผมเล่นไปตั้ง 21 เกม ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยสำหรับปีแรกในลีกที่แข็งแกร่งแบบนี้

ผมยังต้องปรับตัวเรื่องภาษา เรื่องสถานที่ และอีกมากมาย แต่ผมเริ่มลงตัวกับที่นี่แล้วละครับ

ไรอัน ย้ายจาก คลับบรูซ มาลุยชีวิตใหม่ในแดนกระทิงดุ

ผมยังจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้เล่นกับลีกมาตราฐานสูงขนาดนี้ได้ เพราะงั้นผมถึงบอกว่า โดยรวม มันก็ไม่เลวนักหรอก อย่างไรก็ตาม ผมยังมีงานต้องทำอีกเยอะ ต้องขยันและพัฒนาตัวเองเพื่อเป็นกำลังหลักของทีมต่อไป

ปีนี้เป็นปีแห่งการปรับตัวมากกว่า ผมโชคไม่ดีที่เจ็บยาว แต่เมื่อผมกลับมานั่งดูสถิติ ปีนี้ผมเล่นไปตั้ง 21 เกม ซึ่งถือว่าไม่เลวเลย

อันที่จริงมันเป็นครั้งแรกที่ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เป็นมือหนึ่งของทีม  มันน่าผิดหวังอยู่บ้าง แต่ผมก็เข้าใจนะอาจเป็นเพราะผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายแต่แรก ผมแค่อยากจะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ผมรู้สึกว่าตั้งแต่มาเล่นในสเปน ผมนิ่งขึ้นและมั่นใจขึ้น และผมหวังว่าจะรักษาความรู้สึกนี้ต่อไปเรื่อยๆครับ

FFT: โอเค ขอบคุณครับ เมื่อกี้คุณพูดถึงเรื่องภาษา แล้วตอนนี้ภาษาสเปนของคุณเยี่ยมแค่ไหนแล้วครับ?

MR: ผมว่ามันก็ไม่แย่นะ ก็คงระดับพื้นฐานละครับ คำศัพท์พวกที่ควรรู้หรือต้องใช้บ่อยๆ แล้วก็แต่งประโยคง่ายๆได้ อะไรประมาณนั้น

ผมตั้งใจกับมันมากนะ และผมก็พยายามฝึกฝนบ่อยๆ ผมหวังว่ามันจะดีขึ้นเรื่อยๆไปอีกครับ

โชว์ฟอร์มเก่งช่วยทีม

FFT: ลองเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างลาลีก้ากับลีคอื่นๆที่คุณเคยเล่นหน่อยได้ไหม?

MR: ที่นี่เกมเร็วมาก เคลื่อนที่กันตลอดเวลา ผ่านบอลสั้นๆ แต่เร็ว เทคนิคของแต่ละคนก็สุดยอดมากครับ ทุกคนคิดเร็วทำเร็วเสมอ

มันเหมือนเป็นการเปิดหูเปิดตาของชีวิตผม ไม่ว่าจะเป็นในเกมการแข่งขันจริงหรือตอนซ้อมก็ตาม ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้ในชีวิตมาก่อนเลยครับ

ผมรู้สึกว่าตั้งแต่มาเล่นในสเปน ผมนิ่งขึ้นและมั่นใจขึ้น และผมหวังว่าจะรักษาความรู้สึกนี้ต่อไปเรื่อยๆครับ

มันไม่เหมือนกับในทีวีเลย เมื่อคุณมาเจอกับของจริง มันยากกว่าที่คิดมากๆ

FFT: ผมไม่อยากถามคุณถึงเรื่องเกมที่พบกับ บาร์เซโลน่า เลย(แพ้ 0-7) เกมนั้นคุณต้องรับมือกับโคตรนักเตะอย่าง เมสซี่, ซัวเรส และ เนย์มาร์ ด้วย

MR: ผมก็ไม่อยากพูดถึงเหมือนกันครับ

FFT: โอเค งั้นผมจะไม่ถามอะไรเกี่ยวกับเกมนั้น แต่ที่ผมอยากรู้ก็คือ การที่คุณต้องเจอกับนักเตะระดับโลกแบบนั้น คุณรับมือกับพวกเขายังไงบ้างเอ่ย?

MR: มันก็เหมือนการเตรียมตัวก่อนเล่นฟุตบอลโลก ซึ่งคุณต้องเจอกับนักเตะที่ดีที่สุดของที่สุดเสมอ

เราต้องพยายามไม่คิดถึงชื่อเสียงของพวกเขา แต่มันต่างนิดหน่อย ตรงที่ชื่อของทีมกับชื่อของพวกเขาทั้งสาม มันเป็นระดับที่ทุกคนใฝ่ฝันจะไปถึงตรงนั้นให้ได้

ผมพยายามจะลบทุกอย่างในใจออกไป และสนใจแต่เกมตรงหน้าเท่านั้น ซึ่งสิ่งนี้คือสิ่งที่ผมเรียนรู้จากการเล่นฟุตบอลโลก

มันเป็นเกียรติที่ได้ลงเล่นในเกมกับพวกเขา และทั้งหมดมันเกิดเพราะผมพยายามอย่างหนัก ดังนั้นหน้าที่ของผมคือต้องตอบแทนความไว้ใจของผู้จัดการทีมและเล่นให้เป็นธรรมชาติและดีที่สุด ก็เท่านั้นเอง

FFT: แม็ต คุณมีโอกาสได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ อดีตนักเตะดังอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ช่วงสั้นๆ คุณคิดว่าการทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้างครับ?

MR: แน่นอนว่า โค้ชทุกคนย่อมมีปรัชญาและแนวทางที่แตกต่างกัน สำหรับ แกรี่ เขาพยายามเอาประสบการณ์จากการเล่นฟุตบอลมาแบ่งปันผู้เล่น ตอนนั้น ผมตื่นเต้นมากที่จะได้เรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จมามากมายขนาดนั้น

ผมว่าแกรี่มาผิดเวลาไปหน่อย ตอนนั้นผลงานของเราไม่ค่อยดี ทั้งยังมีเวลาให้เขาในการจัดการทีมไม่มาก มันยากที่ทุกคนจะเข้าใจและซึมซับปรัชญาของเขาในเวลาสั้นๆ

แน่นอนว่า การที่เราสองคนพูดภาษาอังกฤษเหมือนกัน ย่อมช่วยได้มาก และผมตั้งใจทุกครั้งเมื่อเขาให้โอกาสผมลงสนาม

ผมคิดว่าเขาชอบผมพอตัวนะ และผมดีใจมากที่จะได้เจอกับ แกรี่ อีกครั้งในเดือนหน้าในเกมที่เราจะพบกับ ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งเขาทำงานเป็นสต๊าฟฟ์โค้ชอยู่ครับ

อ่านความเห็นของไรอันเกี่ยวกับเพื่อนร่วมสายในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และการเผชิญหน้ากับ แฮร์รี่ เคน และ เจมี่ วาร์ดี้ ได้ในหน้าถัดไป