Interviews

EXCLUSIVE : โค้ชสมบัติ รับ 'น้องพี' พูดอยากเล่นเมืองทองฯ แต่ยังไม่คิดปล่อย

ผอ.ศูนย์ฟุตบอลอะคาเดมี่อินเตอร์ไทยแลนด์ รับมีหลายสโมสรติดต่อมาแต่ยังไม่ปล่อยตัว หวังพัฒนาทีละขั้น กันผลเสียต่อเด็ก แต่ยินดีที่หลายทีมอยากได้ไปพัฒนาฝีเท้า 

We are part of The Trust Project What is it?

อ.สมบัติ ลีกำเนิดไทย อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย และเจ้าของอะคาเดมี่ "Inter Thailand Academy" ออกมายืนยันว่า น้องพี สุวิน (ไม่มีนามสกุล) เจ้าหนูสัญชาติมอญ กำลังตกเป็นเป้าสนใจจากหลายสโมสรในไทย แต่ตนยังไม่ขอปล่อยตัวตอนนี้ เพราะกลัวเด็กได้รับผลกระทบมากเกินไปกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว แย้มรออีกระยะหนึ่งอาจติดต่อสโมสรที่สนใจด้วยตนเอง

สำหรับ อ.สมบัติ นับเป็นอาจารย์ฟุตบอลคนแรกของน้องพี โดยเป็นผู้ชักชวนให้เข้ามาฝึกซ้อมกับอะคาเดมี่ อินเตอร์ ไทยแลนด์ ของตนเอง พร้อมช่วยฝึกทักษะต่างๆ นอกจากนี้ยังเปรียบเสมือนผู้อุปการะคนหนึ่งที่คอยดูแล ตลอดจนการตัดสินใจเรื่องย้ายทีมของเจ้าหนูรายนี้อีกด้วย

“พีเขาเป็นเด็กที่ด้อยโอกาส คนอื่นจะไม่เป็นแบบนี้เพราะเด็กที่นี่ค่อนข้างมีโอกาสพ่อแม่มีฐานะ คนที่จะมายืนจับรั้วดูซ้อมไม่เคยมีแบบนี้ มีเขาคนเดียว” โค้ชผู้ปลุกปั้นหนูน้อยมหัศจรรย์ เริ่มกล่าว

“เราเห็นแววตาเขาอยากซ้อมเราก็เลยถามว่าอยากซ้อมไหม เขาก็ตอบอยากแต่อุปกรณ์อะไรเขาไม่พร้อมเลย รองเท้าไม่มี เสื้อผ้าไม่มี ผมเลยตั้งเงื่อนไขถ้าอยากซ้อมจริงๆต้องทำตามที่บอกให้ไปฝึกเดาะบอลมาก่อนแล้วค่อยมาซ้อมถึงจะได้ชุดกับรองเท้า”

“ตอนได้รับของเขาดีใจมาก ผู้ปกครองเด็กบางคนเห็นว่ารองเท้าไม่มีใส่ก็บริจาคมาเขาก็ดีใจมากเพราะไม่เคยมีเป็นของตัวเอง จากนั้นก็มาฝึกทุกวันก็มานอนที่นี่ เวลาเห็นผมมาเขาจะวิ่งมาหาคนแรกเพื่อฝึกก่อนเพื่อนทุกวัน เขาจะคอยให้ผมทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้วก็จะลอกเลียนแบบจะทำให้ได้ เวลาก็แค่ 2-3 เดือนก็ทำได้แล้ว ที่ทึ่งที่สุดคือเดาะบอลกับตัวและเตะโดนคาน ครั้งแรกยังเดาะได้น้อย แต่เขาเดาะนิ่งมาก 2 ขาสลับเรื่อยๆได้เยอะกว่าจำนวนครั้งของเด็กรุ่นเดียวกัน”

ก่อนหน้านี้น้องพี ตกเป็นข่าวกับ สโมสรน่าน เอฟซี, ชัยนาท เอฟซี หรือแม้กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เข้ามาทาบทาม ซึ่งอ.สมบัติ กล่าวว่าถึงโอกาสย้ายทีมว่ายังไม่อยากปล่อยตัวน้องพีในตอนนี้เพราะคิดว่าเร็วเกินไป สัญญาจากทีมต่างๆจึงยังขอปฏิเสธไปก่อน

“ตอนนี้ก็มีสโมสรทาบทามมาเยอะ แต่ไม่ได้คุยเรื่องสัญญาหรือตัวเลขซึ่งเราไม่อยากคุยเรื่องนี้อยู่แล้วก็รับทราบข้อมูลไว้ว่าเขาปรารถนาดีอยากส่งเสริมเด็กให้ไปในทิศทางที่ดี และเก่งขึ้นหรือฝึกต่างประเทศ”

“ต้องดูว่าตัวเขาถึงเวลาหรือยัง เพราะถ้าให้เขาคิดเองหรือพ่อแม่ที่ไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอลจะตัดสินใจไม่ได้ ผมคอยมองอยู่ว่าช่วงไหนควรไปหรือช่วงไหนควรฝึกก่อน การเอาเด็กขนาดนี้ไปใช้งานมันเร็วไป เขาต้องฝึกอีกมาก เพราะเพิ่งเริ่มได้ 2 ปี ปีแรกพัฒนาการเริ่มเดาะบอลได้ ต่อมารู้จักเลี้ยงหลบกับยิงไกล คือเด็กรุ่นนี้จะยิงบอลเบาเตะไม่ไกล แต่เขาสามารถยิงกลางสนามได้เลย โดยเฉพาะขาซ้ายเหมือนมีพรสวรรค์มาก ซ้อมแรกๆเขายิงหลังเท้าแรงมากยิ่งกว่าเด็ก 10 ขวบอีก”

“ผมก็ถามเขาว่าหนูรู้ไหมว่าเมืองทองเป็นสโมสรอะไร เขาก็ไม่รู้คือเขาอาจพูดตามพี่ๆหรือสิ่งที่ได้ยินมาว่าทีมชาติอยู่เยอะเลยพูดออกมาทั้งที่จริงๆแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเป็นอะไร”

“จริงๆเราอยากให้วิถีชีวิตเขาอยู่แบบเดิมก่อน อย่าเพิ่งเปลี่ยนแปลงอะไรเร็วมาก เพราะเด็กจะรับไม่ได้ ควรเลี่ยนไปทีละนิด ผมมองว่าควรรอสักระยะให้โตอีกหน่อยยังไม่สายเกินไปเพราะแค่ 6 ขวบ ต้องขอขอบคุณสโมสรที่ติดต่อเข้ามาอยากพัฒนาเด็กให้ไปได้ไกลๆ คุณพ่อคุณแม่เขาก็ฝากขอบคุณมา แต่เขาขอให้รออีกระยะโตขึ้นอีกหน่อยดีกว่า ซึ่งผมเก็บข้อมูลทุกสโมสรไว้หมดแล้ว ฉะนั้นถ้าพร้อมเมื่อไหร่ผมจะติดต่อไปเองด้วยซ้ำ”

“เราก็ฝึกให้เขาว่าการวางเท้าต้องทำยังไง ลูกยิงต้องแบะออกท่าไหน ใช้มือจับเลย ตอนแรกที่ยิงครึ่งสนามฝึกมาครึ่งปีเองน้อยคนที่จะทำได้ บางคนยังเตะไม่ขึ้นเลย แต่เขาทำได้ ส่วนเรื่องนอกสนามก็สอนเรื่องการวางตัว พูดจาต้องมีครับ รู้จักสัมมาคารวะด้วย ต้องรักการเรียน และเป็นคนดีด้วย อย่าเก่งแต่เรื่องฟุตบอล”

“น้องเขาก็ดูฟุตบอล ส่วนใหญ่เรานั่งดูกันที่ร้านค้าเวลาทีมชาติไทยเตะหรือพรีเมียร์ลีก เวลาดูผมก็ถามว่าใครยิง ทีมนี้สีอะไร ให้เขาจำว่าทีมไหนคือสีไหนให้รู้ชื่อทีม และนักเตะด้วย และให้รู้ว่าตัวเองเล่นตำแหน่งไหน ส่วนที่ชอบ เมสซี่ ผมคิดว่าเขาคงขาซ้ายเหมือนกัน และเลี้ยงบอลเก่งด้วย อาจชอบตอนทีมชาติไทยชนะซีเกมส์บ่อยๆ แล้วเมสซี่เจเล่นดี เขาก็เลยชอบมาตั้งแต่ตอนนั้น”

ส่วนเรื่องน้องพี ที่เคยเอ่ยปากอยากย้ายไปร่วมทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด อ.สมบัติเผยว่า “ผมก็ถามเขาว่าหนูรู้ไหมว่าเมืองทองเป็นสโมสรอะไร เขาก็ไม่รู้คือเขาอาจพูดตามพี่ๆหรือสิ่งที่ได้ยินมาว่าทีมชาติอยู่เยอะเลยพูดออกมาทั้งที่จริงๆแล้วก็ยังไม่รู้เลยว่าเป็นอะไร”

นอกจากนี้เรื่องการขอสัญชาติ ซึ่งถือเป็นประเด็นน่าสนใจในเวลานี้ โค้ชผู้ดูแลน้องพี กล่าวว่า “เรื่องสัญชาติทางผู้ใหญ่กำลังให้ความช่วยเหลือว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะโอนสัญชาติไทยให้ ซึ่งตามหลักแล้วต่างด้าวต้องจบปริญญาตรีก่อนถึงจะขอได้ ยกเว้นทำคุณงามความดีให้กับประเทศอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศเขาก็อาจพิจารณาถึงจะขอได้” อ.สมบัติ กล่าวปิดท้าย