EXCLUSIVE โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ : ถ้า 'คุนญ่า' ไปทำแบบนี้ที่สนามอื่นล่ะ?

ผู้อำนวยการสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ชาวเบลเยี่ยม ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน นายธนวัชร์ นิติกาญจนา ที่บริเวณเขตเทคนิคในแต่ละเกมให้สัมภาษณ์ พร้อมความเห็นกับโฟร์โฟร์ทู เกี่ยวกับเหตุการณ์วุ่นวาย

โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ผู้อำนวยการกีฬาสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ชาวเบลเยี่ยม ให้สัมภาษณ์กับโฟร์โฟร์ทู หลังจาก "เสี่ยฟลุ๊ค" ธนวัชร์ นิติกาญจนา ผู้จัดการทีมตั้งโต๊ะแถลงข่าวประกาศลงจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ที่โรงแรมแมริอ็อตต์ สุขุมวิท 24 เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา 
 

สืบเนื่องจากเหตุการณ์วุ่นวายในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม ระหว่างพักครึ่งที่มิตรผล สเตเดี้ยม ขณะที่ราชบุรี นำห่าง ชลบุรี เอฟซี ทีมเยือน 3 - 0 แต่ ธิอาโก้ คุนญ่า กองหน้าทีมเยือน ได้สาดน้ำใส่ นาย ธนวัชร์ ผู้จัดการทีมราชบุรี ก่อนถูกตบศีรษะคืน ตามด้วยการ์ดสนามที่ปรี่เข้ามาชกเข้าบริเวณใบหน้าของคุนญ่าจนเลือดอาบ และกลายเป็นที่วิพาก์วิจารณ์บนโลกโซเชี่ยลต่อการรักษาความปลอดภัยในสนามราชบุรี และความเหมาะสมของนายธนวัชร์ ในฐานะผู้จัดการทีม ก่อนที่เจ้าตัวจะออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อการทำให้ภาพลักษณ์วงการฟุตบอลไทยเสียหายด้วยการลาออกจากตำแหน่งภายในสโมสร 

 
โดยโฟร์โฟร์ทู ได้พูดคุยกับโรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และบทบาทของตัวเขาเองว่าจะเปลี่ยนไปมากขึ้นแค่ไหน ตลอดจนเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นที่เกมฟุตบอลในยุโรปบ้างหรือไม่ ซึ่งโฟร์โฟร์ทู ได้เลือกนำคำตอบมาให้อ่านแบบคำต่อคำ...  
 
(ความเห็นต่อเหตุการณ์นี้เป็นอย่างไร?) - “สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เรียกได้ว่าแปลกๆเหมือนกัน เพราะในครึ่งแรกเราเล่นกันได้สุดยอดมาก และน่าจะเป็นหนึ่งในนัดที่เราเล่นได้ดีที่สุดในฤดูกาลนี้ด้วยซ้ำไป เรานำพวกเขา 3-0 ไม่มีการทะเลาะวิวาทกันในเกม แต่ก็มาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในช่วงพักครึ่ง แต่บางทีมันก็เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้...เรารู้ว่าคุนญ่าเป็นนักเตะที่มีพาสชั่นกับเกม, เจ้าเล่ห์และกดดันผู้ตัดสินตลอด เขาเคยมีปัญหาแบบนี้มาก่อน และฟลุ๊คเองก็เป็นคนที่มีพาสชั่นกับเกมเช่นกัน แล้วมันก็เกิดเรื่องอย่างที่เห็น ซึ่งมันไม่น่าเกิดขึ้นเลย แต่มันก็เป็นไปแล้ว เมื่อก่อนผมก็เป็นแบบนี้ แต่ผมใจเย็นลงเยอะ เพราะว่าผมแก่แล้ว (ฮา)”
 
(นายธนวัชร์ลงจากตำแหน่งแล้วคุณล่ะ จะทำอย่างไรต่อ? ) - “ผมยังคงเป็นผู้อำนวยการเทคนิคอยู่ มันจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรในส่วนของทีม เรายังทำงานร่วมกัน เพราะเรามีวิสัยทัศน์เหมือนๆ กัน ผมมีหน้าที่ดูภาพรวมของทีมและนำนักเตะเข้ามา”
 
(เหตุการณ์นี้มันเกิดที่ยุโรปบ้างไหม?) - “ผมไม่รู้ว่าที่อื่นในโลกมีเจ้าของทีมนั่งอยู่ในเขตเทคนิคหรือเปล่า แต่สมัยที่ผมทำงานที่เมืองทอง, บุรีรัมย์ หรือที่อื่นๆ ก็เป็นแบบนี้ จริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร มันเป็นวัฒนธรรมที่แต่ละประเทศมีไม่เหมือนกัน แต่การที่มีเรื่องกันต่างหากคือเรื่องใหญ่ เพราะถ้านักเตะมีปัญหากัน ก็ลงโทษด้วยการให้ใบแดงคนละใบ แต่ถ้าเป็นผู้บริหารกับนักเตะฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย ผมคิดว่ามันจะไม่เป็นปัญหา ถ้าหากโค้ชสามารถควบคุมเกมไว้ได้”
 

ลองนึกดูก็ได้ว่าถ้าไปที่อื่น แล้วเขา (คุนญ่า) ไปทำแบบนี้ใส่ประธาน หรือผู้บริหารสโมสรอื่น... เขาคงออกจากสนามไม่ได้ แต่นี่ทุกอย่างจบภายใน 1 นาที ทุกๆคนสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้

(หวั่นการลงโทษสถานหนักจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯหรือไม่?) - “ถ้าคุณได้เห็นเหตุการณ์ในสนาม คุณจะพบว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่มากนัก ผมเคยเห็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงกว่านี้ในสนามอื่น อย่างแฟนบอลตีกันอะไรอย่างนี้เป็นต้น แต่เกมนี้เกือบทุกอย่างสามารถคอนโทรลได้ เกมขาวสะอาด, เจ้าหน้าที่ก็เรียบร้อยดี, แฟนบอลก็เชียร์กันเต็มที่ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเพียงแป๊บเดียวแค่ 30 วินาทีเท่านั้น ดังนั้นในส่วนของการลงโทษ แน่นอนว่าต้องมีการลงโทษ แต่ผมว่าทีมคงไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากนัก เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน โอเคล่ะ...ถึงจะมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่และการรักษาความปลอดภัย แต่งานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั้น ไม่ใช่เรื่องงานเลย เขาพยายามนิ่งและแยกทั้งสองคนออกจากกัน แต่พอคุนญ่าเอาขวดน้ำตีหน้าฟลุ๊ค การ์ดคนนั้นจึงโต้ตอบด้วยการต่อย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิด เขาควรทำหน้าที่แยกอย่างเดียว ไม่ควรไปต่อยอย่างนั้น แต่การ์ดคนที่ 2 ทำหน้าที่ได้ดี ตอนที่พยายามคุนญ่าเอาคืนการ์ดคนแรก เขาจึงแค่ทำหน้าที่กันอย่างเดียว แม้คุนญ่าจะผลักเขาก็ตาม ซึ่งการ์ดคนที่ต่อยคุนญ่านั้นโดนแบนห้ามเข้าสนามอีกในอนาคต มันเป็นความผิดพลาดส่วนบุคคล ไม่ได้เกิดจากตัวองค์กร ผมคิดว่าการถูกลงโทษน่าจะโดนเป็นคนๆไปมากกว่า เพราะในแง่ของทีมนั้น พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด นักเตะเล่นได้ดี สต๊าฟฟ์ก็ทำหน้าที่ของตัวเอง แฟนบอลก็เช่นกัน ดังนั้นทำไมจะต้องลงโทษทุกคนทั้งที่มีคนทำแค่ 2-3 คนล่ะ ผมคิดว่าไม่แฟร์นะถ้าเป็นอย่างนั้น”

(จากนี้ต้องทำหน้าที่อะไรแทนนายธนวัชร์บ้าง?) - “ไม่หรอก ไม่มีๆ... คือ ถึงฟลุ๊คจะมีภาพลักษณ์ไม่ค่อยสุภาพ ดูก้าวร้าว แต่ข้างในแล้วเขาเป็นคนจิตใจดี และทุ่มเท 100 เปอร์เซ็นต์ให้กับสโมสร เขามักจะช่วยเหลือและแก้ปัญหาให้เราเสมอ แต่เราก็ยังคงทำงานกันเป็นทีม ผมไม่ได้ไปทำหน้าที่แทนเขาหรอก เราคือทีม และมีเป้าหมายคือพาราชบุรีไปสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้น เพื่อที่ว่าสักวันหนึ่งเราจะมีลุ้นแชมป์ ทุกๆคนที่ราชบุรี ทั้งแฟน, สต๊าฟฟ์ และฝ่ายบริหารต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน ดังนั้นเราจึงมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อไปสู่จุดที่เราคาดหวังไว้” 

(เท่าที่ทราบตอนนี้นายธนวัชร์เคลียร์ใจกับคุนญ่าหรือยัง?) - “ก็มีการพูดคุยกันนิดหน่อยหลังเกม แต่ผมไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน อย่างไรก็ตามทุกๆอย่างสงบลงแล้วในตอนนั้น ไม่ได้ทะเลาะกันแน่นอน แต่ลองนึกดูก็ได้ว่าถ้าไปที่อื่น แล้วเขา (คุนญ่า) ไปทำแบบนี้ใส่ประธาน หรือผู้บริหารสโมสรอื่น... เขาคงออกจากสนามไม่ได้ แต่นี่ทุกอย่างจบภายใน 1 นาที ทุกๆคนสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้”