Interviews

Exclusive: สัมภาษณ์พิเศษ "โลธาร์ มัตเธอุส"

บทสัมภาษณ์พิเศษของ โลธาร์ มัตเธอุส ตำนานเสือใต้และอินทรีเหล็กยุค 90 พูดคุยถามตอบหลากเรื่องน่าสนใจ ทั้งความสัมพันธ์ของเขากับ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์, ดิเอโก้ มาราโดน่าในฟอร์มสุดยอด และเกมสุดคลาสสิค นัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก 1999

We are part of The Trust Project What is it?

เพื่อร่วมฉลองการเปิดฉากฟุตบอลบุนเดสลีกาฤดูกาลใหม่ โลธาร์ มัตเธอุส เดินทางมาเยือนประเทศสิงคโปร์เพื่อโปรโมตฟุตบอลลีกสูงสุดของเยอรมนี และ FFT โชคดีที่ได้เข้าร่วมสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับ “ซูเปอร์แมน” เกี่ยวกับเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล

มัตเธอุส เกิดเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 1961 ที่เมืองเออร์ลังเก้นในแคว้นบาวาเรียที่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี และตกหลุมรักฟุตบอลตั้งแต่ยังเยาว์วัย ก่อนจะค่อยๆ เติบโตมาเป็นแฟนตัวยงของสโมสรฟุตบอลโบรุสเซียมึนเช่นกลัดบัค

ผนังห้องของมัตเธอุส เต็มไปด้วยโปสเตอร์ของนักเตะดาวเด่นมึนเช่นกลัดบัค อย่างเช่น กุนเตอร์ เนตเซอร์ นักเตะเจ้าของรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของเยอรมนีสองสมัยซ้อน และจุปป์ ไฮเก้ นักเตะผู้เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกและแชมป์ยุโรป และหนุ่มน้อยโลธาร์ก็เริ่มวาดฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้สวมเสื้อของทีม “ม้าหนุ่ม” กลัดบัค

โลธาร์ มัตเธอุสในการเล่นให้กับทีมชาติเยอรมนีเมื่อปี 2000

และความฝันครั้งนั้นก็กลายเป็นจริงเมื่อโลธาร์ มัตเธอุส ในวัย 18 ปีได้จรดปากกาเซ็นสัญญาอาชีพครั้งแรกกับมึนเช่นกลัดบัค และเพียงไม่นานหลังจากนั้นพรสวรรค์โดดเด่นของมัตเธอุสก็ส่องประกายในเวลา 2 ปีหลังการเซ็นสัญญาร่วมทีมม้าหนุ่ม โลธาร์ มัตเธอุส ก็ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีม

มัตเธอุสโลดแล่นในสนามร่วมกับทีมม้าหนุ่ม 5 ฤดูกาล ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่ของเยอรมนี บาเยิร์นมิวนิค ซึ่งในตอนนั้นมัตเธอุสก็ได้ถูกเลือกให้ร่วมทีมรับใช้ชาติในฟุตบอลโลก 1982 ที่สเปนด้วยวัยเพียง 21 ปี

“ผมเป็นล้ออะไหล่” มัตเธอุสกล่าวอย่างถ่อมตัวก่อนจะหัวเราะชอบใจ “ผมเป็นคนนอก ผมไม่ได้เล่นกับทีมอย่างบาเยิร์นมิวนิค หรือโคโลญจน์ หรือฮัมบูร์กหรือสโมสรใหญ่ๆ แต่ผมเล่นให้โบรุสเซียมึนเช่นกลัดบัค และก็ไม่มีเพื่อนร่วมสโมสรคนไหนติดทีมชาติกับผมเลย”

“ในปี 82 ผมได้ลงสนามเพียง 2 เกม เป็นตัวสำรองนาทีสุดท้ายในเกมกับออสเตรียและชิลี แต่นั่นก็เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก”

ทีมชาติเยอรมนีพ่ายให้กับทีมชาติอิตาลี 3-1 ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1982 โดยมัตเธอุสได้เพียงนั่งดูเกมจากริมเส้น แต่เมื่อถึงฟุตบอลโลก 1986 ที่เม็กซิโก มัตเธอุสก็ได้กลายเป็นเฟืองจักรสำคัญในเกมกลางสนามของทีมชาติอินทรีเหล็ก

มัตเธอุสยิงประตูชัยในนาทีที่ 87 ให้เยอรมนีเฉือนเอาชนะโมร็อคโคในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะยิงจุดโทษตัดสินช่วยให้ทีมอินทรีเหล็กเอาชนะเม็กซิโก้เจ้าภาพในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และผ่านเข้าไปบดเอาชนะทีมชาติฝรั่งเศส 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ

นั่นทำให้มัตเธอุสได้เข้าชิงชนะเลิศกับทีมชาติอาร์เจนติน่าที่นำโดยดิเอโก้ มาราโดน่า และ FFT มีโอกาสได้ถามมัตเธอุสถึงการได้ลงสนามสู้กับนักเตะพ่อมดอเมริกาใต้ในเกมนั้น

ดิเอโก้ มาราโดน่า กับความสำเร็จสูงสุดในฟุตบอลโลก 1986

“เขาเป็นสุดยอดนักเตะที่ผมเคยแข่งขันด้วย” มัตเธอุส กล่าว “ผมได้ลงสนามพบกับเขาหลายครั้ง และหลายๆ ครั้งผมต้องเข้าปะทะกับมาราโดน่าแบบตัวต่อตัว”

“ในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 1986 ที่เรียกกันว่าเป็น ‘ฟุตบอลโลกของมาราโดน่า’ เกมนั้นโค้ชทีมชาติเยอรมนี ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์ กลัวการต้องเล่นกับมาราโดน่าอย่างมาก จนเขาบอกผมว่า ‘โลธาร์ นายต้องอัดมาราโดน่าให้ได้ มีแต่นายคนเดียวเท่านั้นที่จะหยุดเขาได้’”

ผมหยุดเขาได้จริงๆ แต่วันนั้นเกมบุกของเราแทบไม่มีอะไรเลย เราได้แต่เล่นเกมตั้งรับ ซึ่งหลังจากนั้นเบ็คเค่นบาวเออร์มักจะบอกว่านั่นเป็นเรื่องผิดพลาด เขากลัวมาราโดน่ามากไปจนยอมถอดใจจากเกม”

“มาราโดน่าเป็นนักฟุตบอลที่สุดยอดจริงๆ ถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็คงเหมือนลีโอเนล เมสซี่ เขามีความเร็วสูง เลี้ยงบอลได้ดี มีบุคลิกโดดเด่น ยิงฟรีคิกได้เยี่ยม และมีสปีดต้น 25 เมตรที่เร็วมาก ไม่ว่าจะมีบอลติดเท้าหรือไม่มีบอลก็ตาม ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งสำคัญมาก”