Exclusive สุลต่านเจ้าของทีมยะโฮร์: 'เรากำลังทาบชั้นบุรีรัมย์,ชลบุรี,เมืองทอง'

โฟร์โฟร์ทูได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสโมสรยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม (เจดีที) แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และบทสัมภาษณ์มกุฎราชกุมารแห่งยะโฮร์ ตุนกู อิสมาอิล อิดริส อิบนี่ สุลต่าน อิบราฮิม อิสมาอิล ครั้งนี้ พระองค์ได้ตรัสถึงการล้มบอล, สมาคมฟุตบอลมาเลเซีย (เอฟเอเอ็ม) และคู่แข่งบางรายในมุมมองของพระองค์

การล้มบอลถือเป็นมะเร็งร้ายที่เกาะกินวงการฟุตบอลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และวงการกีฬาในมาเลเซียมานาน

เมื่อปีที่แล้ว ไครี่ จามาลุดดิน รัฐมนตรีกระทรวงกีฬาและเยาวชนของมาเลเซียเผยว่าปัญหาดังกล่าวดังเกิดขึ้นในวงการกีฬามานานหลายปีแล้ว และได้มีการปราบปรามโดยลงโทษและสั่งแบนไปหลายครั้ง

ซึ่งมกุฎราชกุมารแห่งยะโฮร์ก็ทรงเป็นอีกคนที่ปฏิเสธที่จะหนีปัญหานี้ โดยได้ตรัสไว้ในการสัมภาษณ์หนแรกกับเราว่ามันคือปัญหาแรกๆที่พระองค์ต้องการจะกำจัดจนหมดสิ้นตอนที่เข้ามาเทคโอเวอร์เจดีที

โดยพระมกฎราชกุมารผู้มีอีกพระนามหนึ่งว่าทีเอ็มเจ ไม่อาจเพิกเฉยต่อบ่อนทำลายในเกมกีฬาที่พระองค์ทรงโปรดได้

"เมื่อมีคนถูกจับได้ว่าล็อคผลการแข่งขัน คนนั้นน่าจะถูกแบนตลอดชีวิตไปเลย ในความคิดผมนะ" พระองค์ทรงตรัสด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

"คุณโกง คุณขโมยเงินคนอื่นไป มันเหมือนกับว่าคุณเป็นหัวขโมยน่ะล่ะ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดเกี่ยวกับการล็อคผลการแข่งขันก็คือเงินมากเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอสำหรับคนบางคน"

"ซึ่งปกติได้รับอยู่ 100,000 ริงกิตต่อเดือน แต่เมื่อมีคนมาให้ใต้โต๊ะอีก 30,000 หรือ 40,000 ริงกิต ก็รับเอาไว้ เพราะมันก็คือเงิน"

"ท้ายที่สุดแล้วมันก็ต้องขึ้นอยู่กับการศึกษา ซึ่งเป็นต้นทุนต่อสามัญสำนึกให้คิดถึงเรื่องผิดชอบชั่วดี มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ คนเราต้องมีความละอายบ้าง"

Boleyn Castle

บางส่วนของพระบรมวงศานุวงศ์

"ที่ยะโฮร์ ผมพูดเลยว่าถ้าคุณถูกจับได้ว่าล้มบอล คุณติดคุกทันที ผมจะสั่งให้ตำรวจจับคุณเข้าคุกและมีการสอบสวนจนถึงที่สุด ดังนั้นทุกๆคนจึงหวาดกลัวเรื่องนี่กัน"

"แต่ในเวลาเดียวกันเราก็พยายามให้การศึกษาแก่พวกเขาด้วยเพื่อให้คิดถึงระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น"

"ถ้านักเตะเล่นดี เงินก็จะเข้ามาหาเอง คุณต้องทำให้สมดุลกันระหว่างการให้การศึกษาและการลงโทษ"

นอกจากนี้มกุฎราชกุมารยังพระราชทานสัมภาษณ์แก่โฟร์โฟร์ทูถึงเรื่องทีมชาติมาเลเซียที่มีผลงานอันย่ำแย่ในปี 2015 อีกด้วย

หลังจากที่ ดอลลาห์ ซัลเลห์ อดีตโค้ชและตำนานทีมเสือเหลือง โดนยูเออีถล่มยับถึง 10-0 และพ่ายต่อปาเลสไตน์ไป-กลับ 6-0 จนฟีฟ่าแรงกิ้งร่วงไปอยู่อันดับ 174

ทำให้เมื่อจบรอบคัดเลือกรอบ 2 ของฟุตบอลโลก/เอเชียน คัพ มาเลเซียโดนยิงถึง 30 ตุง และทำได้แค่ 3 ลูกเท่านั้น

ซึ่งทีเอ็มเจผู้มีความคิดเห็นต่างจากดอลลาห์ในอดีตและต้องการให้ปลดตั้งแต่ปีที่แล้วก่อนที่เอฟเอเอ็มจะตัดสินใจไล่ออกในที่สุด ทรงชี้ว่าต้องมีการจัดการบางอย่างหลังจากผลการแข่งขันแบบนี้เกิดขึ้น

"ตอนที่เราแพ้ยับเยินสมัย ดอลลาห์ ซัลเลห์ เป็นโค้ช ผมได้ให้ความเห็นไป แต่ดอลลาห์หยิ่งมาก"

"เขาพูดว่าเขาไม่ฟังผมหรอก เขารู้เรื่องฟุตบอลดีเพราะเขาอยู่ในวงการนี้มากว่า 30 ปีแล้ว"

"ดอลลาห์ไม่ควรจะตอบผมอย่างนั้น เพราะผลงานมันฟ้องอยู่ว่าเขาแพ้ 6-0 และ 10-0"

"ผมไม่รู้ว่าแมตช์นั้นมีการล็อคผลการแข่งขันหรือไม่ แต่สำหรับผมแล้ว เมื่อคุณถูกจับได้ว่าล้มบอล คุณต้องออก"

ดอลลาห์ ซัลเลห์ อดีตเฮดโค้ชทีมชาติมาเลเซีย

ซึ่งแนวทางที่ทีเอ็มเจทรงปฏิบัตินับตั้งแต่เทคโอเวอร์ทีมได้ทำให้คนที่ไม่ยอมรับวิธีการของพระองค์ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง

เพราะในระยะเวลาไม่ถึง 4 ปี มกุฎราชกุมารทรงปฏิวัติวงการฟุตบอลในประเทศและสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้คนอื่นๆต้องทำตาม

ซึ่งเมื่อดูจากสภาพอันย่ำแย่ของฟุตบอลในรัฐยะโฮร์ตอนที่พระองค์เข้ามาใหม่ๆแล้ว ถือว่าเป็นความสำเร็จได้เลยทีเดียว

แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะเอาสิ่งปฏิกูลออกไปจากประวัติศาสตร์ลูกหนังของรัฐยะโฮร์ในระยะเวลาอันสั้นและเริ่มต้นอีกครั้ง

ปรัชญาการทำงานหลายอย่างของพระองค์ได้รับความสนใจจากประชาชน ตอนที่สร้างสโมสรขึ้นมาจากศูนย์

ขณะเดียวกันมกุฎราชกุมารก็ทรงพยายามฟื้นฟูสิ่งที่ดีงามกลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยการนำคนที่เคยทำงานกับสโมสรนี้เข้ามาร่วมงานด้วยอย่างในรายของ อลิสแตร์ เอ็ดเวิร์ดส์ 

ซึ่งเอ็ดเวิร์ดส์ที่เคยช่วยให้ยะโฮร์ เอฟเอ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งบอลลีกและเอฟเอ คัพ ในปี 1991 ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการกีฬาของเจดีทีเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ขณะที่คนอื่นๆอย่าง ชาฮารุดดิน ซาบราน ผู้ประสานงานของสโมสร, ซูคูมาราน คันจัปปัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนา และ ฟารุค ยะห์ยา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในสนามก็ยังคงทำงานอยู่หรือไม่ก็ถูกดึงมาร่วมงานอีกครั้ง

"มีหลายคนที่รับใช้สโมสรมานานกว่า 30 ปี" ทีเอ็มเจทรงตรัส "คนเหล่านี้รู้สึกว่าพวกเขาพวกเขาไม่ได้ทำอะไรจริงๆจังๆ เพราะผู้บริหารคนก่อนหน้าไม่ได้ฟังพวกเขา"

"ผมยังได้ดึงอดีตนักเตะของยะโฮร์มาและให้เขาได้มีส่วนร่วมกับโปรเจ็กต์ด้วย"

"แน่นอนว่าพวกเขารับใช้สโมสรอย่างจงรักภักดีมาก่อน และพวกเขาก็รักสโมสรด้วย"

"ในอดีตมันมีแต่คนที่ประะานสโมสรเลือกมา ดังนั้นก็เลยมีแต่เพื่อนๆของพวกเขาอะไรประมาณนั้น"

"แต่ผมอยากให้ยะโฮร์เป็นสโมสรที่ไม่เพียงแค่มีเป้าหมายสูงกับทุกอย่างที่ทำเท่านั้น แต่ยังต้องการให้เป็นสถานที่ๆอดีตนักเตะและเจ้าหน้าที่ซึ่งเคยทำงานให้กับสโมสรสามารถกลับมาและสร้างผลงานเพิ่มขึ้น พร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กท์อันสวยงามที่เรากำลังจะทำอยู่นี้"

อ่านหน้าต่อไปเพื่อดูพระราชดำริของพระองค์ที่มีต่อสโมสรร่วมลีก