เยโรม บัวเต็ง : คีย์แมนสำคัญทั้งในนามสโมสรและทีมชาติ

ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม เยโรม บัวเต็ง ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 16 

ภายใต้การคุมทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า บัวเต็งกลายเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลก ขณะที่ในช่วงซัมเมอร์ของปี 2016 เขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของเยอรมัน ที่มีฟอร์มการอย่างสุดโหดในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หลังจบทัวร์นาเม้นท์ เขาได้รับรางวัลนักเตะเยอรมันยอดเยี่ยมแห่งปี ถือเป็นการย้ำเตือนว่าแม้พวกตัวรุกจะถูกยกย่องตีราคาสูงส่งเพียงใด กองหลังระดับโลกก็ยังคงเป็นส่วนสำคัญที่จะพลิกชะตาของทีมได้เช่นเคย

ที่ฝรั่งเศส บัวเต็งเป็นหัวใจในทีมชุดล่าแชมป์ของโยอาคิม เลิฟ นับตั้งแต่สิ้นเสียงนกหวีดแรกในนัดเปิดสนามของทีมแชมป์โลกที่เจอกับยูเครน การจ่ายบอลทะลุแนวรับของเขาช่วยเปิดทางให้แนวรุกของเยอรมัน ในช่วงที่เขาไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง การเข้าปะทะในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะของเขาก็ยังสุดยอด แม้ว่าเขาจะแทบไม่ได้แสดงให้เห็นในจุดนี้ เพราะว่าเขายืนตำแหน่งได้ดีมากก็ตาม การสกัดบอลของเขาก็เป็นอีกอย่างที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ในเกมกับยูเครนนั้น บัวเต็งได้เคลียร์บอลจากเส้นประตูอย่างน่าจดจำมาแล้ว

ในรอบน็อคเอาท์ เขาทำประตูเบิกร่องได้อย่างสุดสวยในนัดเจอสโลวาเกีย (เป็นประตูแรกของเขากับเยอรมันด้วย) ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มแจ่มอีกครั้งในเกมกับอิตาลี และเมื่อเขาต้องถูกเปลี่ยนตัวออกด้วยอาการบาดเจ็บ หลังจากเกมผ่านมาครบชั่วโมงในรอบรองชนะเลิศกับฝรั่งเศส ถึงตรงนี้เยอรมันก็เสียกระบวน

คีย์แมน

ทีมอินทรีเหล็กไม่ใช่แค่ทีมเดียวที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเซ็นเตอร์แบ็ครายนี้บาดเจ็บ โดยเมื่อต้นปี 2016 บัวเต็งก็เคยหายหน้าหายตาไปนานถึง 3 เดือนด้วยกัน ถือเป็นการพักแข้งที่ยาวนานที่สุดของเขา นับตั้งแต่เจ็บตอนอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 2011

ในช่วงเวลานั้น บาเยิร์นเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปด้วย บางทีสิ่งนี้อาจไม่ถูกสังเกตเห็นในบุนเดสลีกา แต่ในเวทียุโรปแล้วมันทำให้พวกเขาต้องพึ่งอาร์ตูโร่ วิดัล รวมถึงโชคอีกเล็กน้อยในการผ่านยูเวนตุส ก่อนกรุยทางไปถึงรอบรองชนะเลิศ บัวเต็งกลับมาลงสนามในเลกที่ 2 ของรอบ 4 ทีมสุดท้ายพบกับแอตเลติโก มาดริด แต่เขาก็ไม่สามารถช่วยบาเยิร์นได้ แต่จากผลงานโดยส่วนตัวของเขาแล้ว ถือเป็นอีกครั้งที่ได้แสดงให้เห็นว่าเขามีความสำคัญกับสโมสรเพียงใด

จากนักเตะภายใต้การดูแลของกวาร์ดิโอล่า ตอนนี้บัวเต็งได้กลายมาเป็นกองหลังควอเตอร์แบ็คที่เป็นแบบอย่างสำหรับเกมสมัยใหม่ไปแล้ว การวางบอลและความแม่นยำของเขาน่าจะทำให้ทอม เบรดี้ประทับใจไม่น้อย และเขาก็คว้าแชมป์ได้เหมือนกับดาวดังจากนิว อิงแลนด์ แพเทรียตส์ด้วย โดยคว้าดับเบิ้ลแชมป์ภายในประเทศสำหรับปี 2016 จนถึงขณะนี้บัวเต็งกลายเป็นแชมป์บุนเดสลีกาถึง 4 สมัยไปแล้ว

ผู้นำโดยธรรมชาติ

การเข้ามาของคาร์โล อันเชล็อตติอาจส่งผลกระทบถึงบัวเต็งอยู่บ้าง เมื่อนักเตะวัย 28 ปีต้องปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นในทีมแบบใหม่ และการมาของเพื่อนร่วมทีมชาติเยอรมันอย่างมัตส์ ฮุมเมิลส์ก็จะคอยกดดันเขาด้วยเช่นกัน แต่นั่นก็จะช่วยให้เขาไม่ใช่เพียงแค่คนเดียวที่สามารถจ่ายบอลขึ้นหน้าจากแผงหลังได้

แม้จะเป็นที่นิยมในหมู่แฟนบอลเยอรมัน แต่บัวเต็งก็ถูกมองข้ามสำหรับการสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติต่อจากบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ อย่างไรก็ตาม เขายังคงแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า อาร์ตูโร่ วิดัลอาจเป็นคนที่ตะโกนเสียงดังมากกว่าเขา แต่อิทธิพลแบบเงียบๆ จากบัวเต็งนี่แหละคือสิ่งที่โดดเด่นมาก และเขาก็มีศักยภาพสำหรับการนำทัพจากแคว้นบาวาเรียนส์พุ่งชนเกียรติยศในฤดูกาลนี้

บางทีมันอาจไม่ใช่ปีที่เต็มไปด้วยสีสันเหมือนกับปี 2015 (แม้ว่าทรงผมของเขาจะค่อนข้างน่าจดจำเป็นอย่างมาก) แต่บัวเต็งก็ยังคงแสดงให้เห็นว่าทำไมเขาถึงเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้

หากว่าเขาสามารถทำประตูได้มากกว่านี้อีกสักนิด ซึ่งเป็นส่วนที่เขาต้องการจะพัฒนาในเกมการเล่นของเขา บางทีในอีก 12 เดือนถัดไป เขาอาจจะกลายเป็นพาดหัวผู้ชายแห่งปีของ GQ ก็ได้