ฝ่าด่านโสมแดงในกาตาร์: เกาหลีเหนือ...ทีมนี้เอาจริงแน่!

มาถึงตอนสุดท้ายของสกู๊ปพิเศษ “The Opponents” และคราวนี้ FFT TH จะพาไปรู้จักกับเรื่องราวและขุมกำลังของคู่แข่งรายสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มในศึกชิงแชมป์เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีของทีมชาติไทย …“โสมแดง” เหล่าพลทหารของท่านคิมที่เคยประมือ “ช้างศึก” มาแล้วในรอบคัดเลือก!

ความเก่งกาจและประวัติทีม

เกาหลีเหนืออาจจะไม่ใช่ทีมชั้นนำระดับทวีปเมื่อเทียบกับบรรดาประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกันอย่าง จีน, ญี่ปุ่น หรือ เกาหลีใต้ เกียรติยศสูงสุดของพวกเขาคือการเข้าร่วมโม่แข้งในเวทีลูกหนังที่แสนยิ่งใหญ่อย่าง ฟีฟ่า เวิล์ด คัพ โดยร่วมแข่งขั้นทั้งหมด 2 ครั้ง ในปี 1966 ที่เข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และในปี 2010 ที่จอดป้ายไว้แค่รอบแบ่งกลุ่ม นอกจากนั้นพวกเขายังเคยเป็นตัวแทนทวีปไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์อีก 1 ครั้งด้วยในปี 1976 ที่พวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้ก่อนพ่ายแพ้ในรอบ 8 ทีมต่อ โปแลนด์ 0-5

...นอกเหนือจากนั้น “โสมแดง” ไม่มีโทรฟี่ใดๆ ติดมืออีก แม้จะได้เข้าร่วมแข่งขันในเวทีลูกหนังชั้นนำระดับทวีปอย่าง เอเชี่ยน คัพ ติดต่อกัน 2 ครั้งในปี 2011 และล่าสุดเมื่อปี 2015 แต่พวกเขาไม่เคยคว้าแชมป์ในรายการนี้ได้ เช่นเดียวกับ อีสต์ เอเชี่ยน คัพ ศึกชิงชัยระหว่างทีมชาติชุดใหญ่จากแถบเอเชียตะวันออก ที่ผลงานดีสุดคือจบอันดับสามเมื่อปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามในฟุตบอลระดับเยาวชน พวกเขาคือทีมที่กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงหลายปีหลังมานี้ เริ่มต้นจากการคว้าแชมป์ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เมื่อปี 2010 พร้อมกับจองตั๋วไปร่วมแข่งขันในรายการฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ที่โคลอมเบีย เมื่อปี 2011 ก่อนจะได้แข่งขันในเวทีลูกหนังระดับโลกเดียวกันอีกครั้งเมื่อปีที่ผ่านมา หลังตีตั๋วเข้าไปในฐานะรองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เมื่อปี 2014 ที่เมียนมาร์เป็นเจ้าภาพ

...ขณะที่ในระดับทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี พวกเขาก็เพิ่งจะจารึกผลงานอันเอกอุด้วยการคว้าเหรียญเงินสมัยแรกในศึก เอเชี่ยน เกมส์ 2014 ที่อินชอน เกาหลีใต้ ได้สำเร็จ โดยเอาชนะ อินโดนีเซีย 4-1 ในรอบ 16 ทีม ต่อด้วยการเฉือนชนะ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1-0 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และชนะ อิรัก 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ เข้าไปชิงกับคู่รักคู่แค้นอย่าง เกาหลีใต้ โดยพวกเขาต่อกรกับเจ้าภาพได้อย่างสูสีในนัดชิงชนะเลิศก่อนจะต้องพบกับความปราชัยในวินาทีสุดท้ายและทำได้เพียงคว้ารองแชมป์อย่างน่าเสียดาย

ส่วนในศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เกาหลีเหนือ เข้าร่วมแข่งขันมาแล้วตั้งแต่ปี 2013 โดยในรอบคัดเลือกเมื่อ 4 ปีก่อน พวกเขาจบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มและหนึ่งในทีมที่ “โสมแดง” เอาชนะได้ก็คือ ทีมชาติไทย ในยุคของ อดิศักดิ์ ไกรสร, ชิติพัทธ์ แทนกลาง และ ปกเกล้า อนันต์ ที่ถูกกดไปทั้งหมด 4-2 อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึงการแข่งขันรอบสุดท้ายที่โอมาน เกาหลีเหนือกลับทำผลงานได่อย่างน่าผิดหวังและต้องกลับบ้านโดยตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม

คู่ปรับ (เก่า) ช้างศึกรอบคัดเลือก

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหนนี้ ในรอบคัดเลือกเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว “โสมแดง” อยู่ในกลุ่ม G ร่วมสายกับ ไทย, กัมพูชา และ ฟิลิปปินส์ โดยในนัดแรกพวกเขาประเดิมเอาชนะ ฟิลิปปินส์ ไปแบบขาดลอย 4-0 ก่อนที่นัดต่อมาจะถล่ม กัมพูชา ที่มี จัน วัฒนากา กองหน้าฟอร์มแรงของ บองเกิต อังกอร์ เป็นตัวหลักไปแบบขาดลอยเช่นกัน 4-1 ขณะที่ทีมชาติไทยเองก็ทำผลงานยอดเยี่ยม นัดแรกเฉือน กัมพูชา 2-1 และนัดต่อมาถล่ม ฟิลิปปินส์ 5-1 ...แข่งสองนัด ทั้งคู่มี 6 คะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้-เสียเกาหลีเหนือดีกว่า

ก่อนเจอกับไทยในนัดตัดสินจ่าฝูงรอบคัดเลือก เกาหลีเหนือ เอาชนะสองทีมจากอาเซียนอย่าง ฟิลิปปินส์ และ กัมพูชา โดยทำได้ 4 ประตูในทั้งสองเกม

...ในนัดสุดท้าย “โสมแดง” ต้องการเพียงผลเสมอเพื่อการันตีแชมป์กลุ่ม ขณะที่ทีมชาติไทยต้องการชัยชนะสถานเดียวเท่านั้นเพื่อแซงขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูง โดยเกมนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ส่งแข้งตัวทีเด็ดลงทำหน้าที่ครบครัน ทั้ง ภิญโญ อินพินิจ, ชนาธิป สรงกระสินธ์, ปกรณ์ เปรมภักดิ์ และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ขณะที่ลูกทีมของ รา พง กี ก็จัดเต็มมาไม่น้อยหน้า นำมาโดย จาง กุ๊ก โชล แนวรับกัปตันทีม, รี อิล จิน ห้องเครื่องตัวเก่ง และ จาง ออค โชล กองหน้าที่ซัด 1 ประตูใส่ฟิลิปปินส์ไปในเกมแรก

รูปเกมของทั้งสองทีมเปิดแลกกันอย่างสูสี โดยเป็นฝั่งเกาหลีเหนือที่ขึ้นเกมรุกได้น้ำได้เนื้อมากกว่าและมีโอกาสจบสกอร์นอกกรอบเขตโทษหลายต่อหลายครั้งทว่าก็ยังไม่คมพอ ขณะที่ทีมชาติไทยซึ่งชื่อชั้นเป็นรองต่อเกมไม่ค่อยไหลลื่นในครึ่งแรก ก่อนที่ช่วงครึ่งหลังจะพัฒนาฟอร์มขึ้นมาและได้กดดันเกาหลีเหนืออยู่หลายครั้งเหมือกัน แต่สุดท้ายทั้งสองทีมทะลวงตาข่ายกันไม่ได้ ทำให้จบเกมจับมือเสมอกันไปแบบไร้สกอร์ 0-0 และเกาหลีเหนือทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายเหนือศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในฐานะแชมป์กลุ่มจากลูกได้-เสียที่ดีกว่า

โดยในรอบสุดท้ายนี้ ทั้งสองทีมจับพลัดจับผลูได้มาอยู่ร่วมสายกันอีกครั้ง ซึ่งเกาหลีเหนือจะเป็นคู่แข่งรายสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มของทีมชาติไทยในวันที่ 19 มกราคม และน่าสนใจว่าคราวนี้ใครจะเป็นฝ่ายที่มีเหลี่ยมอันเฉียบคมมากกว่ากัน…

...ขุมกำลังความพร้อมของเกาหลีเหนือในรอบสุดท้ายที่กาตาร์เป็นอย่างไร และใครคีย์แมนที่ทีมชาติไทยต้องคอยระวังบ้าง ติดตามได้ในหน้าถัดไป...