ฝันไว้ไกล...แต่ไปไม่ถึง : 5 ทีมฟอร์มเทพที่สมควรได้แชมป์พรีเมียร์ลีก(แต่อด)

Steven Gerrard

แม้คืนที่ผ่านมา สเปอร์ส จะสะดุดไม่ชนะเป็นครั้งแรกในรอบ 10 เกม ทว่าผลงานตลอดซีซั่นที่ผ่านมา ถือว่าพวกเขาสามารถเป็น ‘แชมป์’ ได้อย่างไม่อายใคร ดังนั้น FFT จึงรวบรวมรุ่นพี่ของพวกเขาที่แม้จะเทพขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน…

1. นิวคาสเซิล 1995/96

ทีมชุดนั้นของ “สาลิกาดง” มีนักเตะดีๆอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ และ ดาวิด ชิโนล่า

“เมื่อคุณฟังสิ่งที่เขา(อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน)พูดถึง ลีดส์ ผมก็เงียบมาตลอด แต่ผมอยากจะบอกพวกคุณ เขาไม่อยู่ในสายตาและผมไม่เคารพเขาอีกต่อไป ” เควิน คีแกน ให้สัมภาษณ์อย่างตบะแตกหลังเกมที่ นิวคาสเซิล ของเขา ปราบ ลีดส์ 1-0 ขณะที่ไม่กี่เกมให้ลุ้นแชมป์กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

“คุณเอาคำพูดของผมไปบอกเขาได้เลย เรายังคงอยู่ในเส้นทางการต่อสู้ลุ้นแชมป์ และเขาก็จำเป็นต้องบุกไปเยือน มิดเดิ้ลสโบรซ์ แล้วได้อะไรบางอย่างกลับมาบ้าง ด้วยความสัตย์จริง ผมจะสะใจ สะใจมากๆ ถ้าพวกเราแซงพวกเขาได้ สะใจสุดๆเลย”

สุดท้ายพวกเขาทำไม่ได้ ทั้งๆที่ทีมชุดนั้นของ “สาลิกาดง” มีนักเตะดีๆอย่าง เลส เฟอร์ดินานด์, ปีเตอร์ เบียร์ดสลี่ย์ และ ดาวิด ชิโนล่า พร้อมกับมีสไตล์เปิดเกมรุกเดินหน้าฆ่าคู่แข่ง

โดย 10 เกมแรกของฤดูกาล ทีมดังแห่งอีสาน ชนะถึง 9 จาก 10 นัดแรก และเมื่อถึงเดือนมกราคม นิวคาสเซิล นำ อันดับ 2 ห่างถึง 12 แต้ม จนทำให้แฟนๆคิดว่า การรอคอยแชมป์ลีกตั้งแต่ปี 1927 กำลังจะสิ้นสุดลง

ทว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยอม โดย 15 เกมสุดท้ายนั้น “ปีศาจแดง” ชนะไปถึง 13 นัด พร้อมกับแซงหน้า “สาลิกาดง” เป็นแชมป์หน้าตาเฉย พร้อมทิ้งความเจ็บปวดให้ “ทูน อาร์มี่” ตลอดมา

อย่างไรก็ตาม เราก็จดจำ นิวคาสเซิล ชุดนั้นว่าเป็นทีมที่เล่นได้เร้าใจแฟนๆได้มากที่สุดทีมหนึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

Les Ferdinand, Keith Gillespie, David Ginola

สวยงามแต่ไร้แชมป์

2. ลิเวอร์พูล 2013/14

เชลซี ก็มาหยุดความฝันของ เดอะ ค็อป ด้วยการชนะ 2-0 ก็ที่ คริสตัล พาเลซ จะมายันเสมอ 3-3 จนทำให้สถานการณ์พลิกผลัน

หากไม่มีใครบางคน “ลื่น” ในวันนั้น ป่านนี้ ลิเวอร์พูล น่าจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกไปแล้ว

โดยปีนั้น “หงส์แดง” เริ่มต้นได้ดีด้วยการชนะสามเกมรวด ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการปราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ด้วย ทว่าพอเข้าสู่เดือนธันวาคม พวกเขากลับตามหลังจ่าฝูงถึง 7 แต้ม พร้อมทั้งทำท่าว่าจะหมดลุ้นแชมป์อีกครา

อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังของสามแนวรุกอย่าง หลุยส์ ซัวเรส, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำให้ทีมยิงได้ถล่มทลายในหลายเกม ไม่ว่าจะเป็นชัยชนะเหนือ นอริช (5-1), เวสต์แฮม (4-1), สเปอร์ส (5-0) และ คาร์ดิฟฟ์ (3-1) จนสุดท้ายเมื่อจบซีซั่น ลิเวอร์พูล ยิงรวมได้ถึง 101 ประตู

แต่ถึงยิงได้ขนาดนั้น ทว่าพวกเขากลับอดเป็นแชมป์ เพราะจุดอ่อนคือเกมรับที่เสียไปถึง 50 ลูก

ที่น่าเสียดาย คือ ทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซด์ ขึ้นจ่าฝูงตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคม พร้อมกับทำท่าว่าจะได้หยุดการรอคอยที่ยาวนาน แต่ เชลซี ก็มาหยุดความฝันของ เดอะ ค็อป ด้วยการชนะ 2-0 ก็ที่ คริสตัล พาเลซ จะมายันเสมอ 3-3 จนทำให้สถานการณ์พลิกผลัน

และนั่นทำให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ไม่มีโอกาสชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก และเหล่า “ชาวหงส์” ก็ยังคงต้องรอความสุขแบบนั้นต่อไป

3. เชลซี 2007/08

โชคร้ายที่เมื่อจบ 38 เกม 85 คะแนนของพวกเขาอาจจะได้แชมป์เมื่อแข่งในซีซั่นอื่น แต่ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอม

ผู้จัดการทีม เชลซี ที่น่าสงสารที่สุดคนหนึ่งตลอดกาล คือ อัฟราม แกรนท์

เพราะตลอดเวลาที่เขาคุมทีมใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่มีใครเคยเชื่อมือเขาแม้แต่น้อย เพราะทุกคนรู้สึกว่า แกรนท์ ใช้เส้นสายของเจ้าของทีมเข้ามา

โดยหลังจากที่ โชเซ่ มูรินโญ่ จากไปในเดือนกันยายน “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่ชนะทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ ฟูแล่ม ในอีกสามเกมถัดมา พร้อมกับตามหลังจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ถึง 7 แต้มและยังแข่งมากกว่า

ทว่า หลังจากนั้น เทรนเนอร์ชาวอิสราเอล พาทีมแพ้เพียงเกมเดียวจาก 30 นัด(ชนะ 22) พร้อมกับมีโอกาสลุ้นแชมป์ตลอดทั้งปี

โชคร้ายที่เมื่อจบ 38 เกม 85 คะแนนของพวกเขาอาจจะได้แชมป์เมื่อแข่งในซีซั่นอื่น แต่ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ยอม โดย “ปีศาจแดง” เก็บได้ 87 คะแนน พร้อมกับคว้าแชมป์ไปอย่างสะใจ

Avram Grant

แกรนท์ พาทีมไปไกลกว่ากุนซือดังๆหลายคน

นอกจากนี้ ทีมดังแห่งแมนเชสเตอร์ ยังฝากรอยแผลในใจเหล่า “เดอะ บลู” อีกครั้ง หลังจากที่ ยูไนเต็ด ปราบ เชลซี ในรองชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในเกมที่ จอห์น เทอร์รี่ “ลื่น” จนพลาดจุดโทษในช่วงตัดสินนั่นเอง