ฟันเฟืองแห่งเกเก้นเพรสซิ่ง : เมื่อเฟอร์มิโน่และคูตินโญ่คือทุกสิ่งทุกอย่างของ 'หงส์แดง'

คริส ฟลานาแกน คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟรทูได้อยู่บนที่นั่งนักข่าวที่เซลเฮิร์สต์พาร์คเมื่อวันเสาร์ เพื่อวิเคราะห์เกมที่ลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะคริสตัล พาเลซ 4-2 โดยใช้ Stats Zone - ฟรีบน iOS และ Android... 

เมื่อปี 2014 ฟิลิปป์ คูตินโญ่ ได้ลงสนามในถิ่นเซลเฮิร์สต์พาร์คในนาทีที่ 78

ตอนนั้นลิเวอร์พูลนำ 3-0 และมีลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก โดยตอนนั้นเหลืออีกเพียงไม่กี่วันก็จะจบฤดูกาล แต่ไม่ถึงนาที คริสตัล พาเลซ ก็มาได้ประตูคืน และหลังจากนั้นไม่ถึง 3 นาที พวกเขายิงสองประตูรวด สุดท้ายลิเวอร์พูลต้องกลับบ้านพร้อมกับผลเสมอ 3-3 และความหวังลุ้นแชมป์ของพวกเขาก็จบลง

แม้อาการสะดุดหัวทิ่มนัดดังกล่าวนั้นแทบจะไม่ใช่ความผิดของคูตินโญ่ แต่เจ้าตัวก็คงไม่อยากจะเข้าสนามนั้นอีกเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 3 ปี ก็เป็นฟอร์มจากพ่อมดน้อยชาวบราซิเลียนนี่เองที่ช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกมาเอาชนะ 4-2

ลิเวอร์พูลมี 20 แต้มจาก 10 เกมแรกในฤดูกาล 2013/14 ซึ่งท้ายที่สุดแล้วพวกเขาน่าจะคว้าแชมป์ลีกได้เลย และคราวนี้พวกเขาก็มี 23 คะแนน แถมยังเจอกับคู่ปรับแข็งๆอย่างแมนฯยูไนเต็ดกับอาร์เซนอลมาแล้ว และตอนนี้พวกเขาก็มีแต้มเท่ากับ "เรือใบสีฟ้า" และ "ปืนใหญ่" เป็นรองแค่ลูกได้เสียเท่านั้น

เฟอร์มิโน่ทำประตูปิดกล่องตอกย้ำชัยให้หงส์แดง

เมื่อ 3 ซีซั่นก่อนคูตินโญ่ถือว่ามีอิทธพลต่อเกมเคียงข้างกับ หลยส์ ซัวเรซ และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ตอนนี้เขาและ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ สตาร์ชาติเดียวกันได้ผนึกกำลังเพื่อสร้างฝันอีกครั้ง

โดยเฟอร์มิโน่เป็นคนทำประตูที่ 4 อันเป็นประตูสุดท้ายของเกมในเกมกับพาเลซ ขณะเดียวกันคูตินโญ่ก็มีส่วนร่วมกับ 3 ประตูแรก โดยเขาเป็นคนตักให้ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ตบเข้ากลางให้ เอ็มเร่ ชาน เข้าฮอร์ส หลังจากต่อบอลกันมา 20 ครั้งถึงหน้าโกล หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เปิดลูกเตะมุมให้ เดยัน ลอฟเรน กับ โจเอล มาติป สองเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

2 บราซิเลียนทั้งยิงทั้งจ่าย

2 แอสซิสต์ของคูตินโญ่ทำให้ยอดรวมการจ่ายของเขาเพิ่มเป็น 6 จาก 10 นัดในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวมีเพียง เควิน เดอ บรอยน์ ที่เทียบเท่า แถมยังมากกว่า เมซุต โอซิล กับ เอเด็น อาซาร์ รวมกันเสียอีก

"เขาเป็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีคนหนึ่ง" เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวด้วยรอยยิ้ม ตอนที่ถูกถามถึงฟอร์มของคูตินโญ่ในเกมกับพาเลซ แต่เมื่อถูกถามลึกกว่านี้ เขาก็ทำเพียงยิ้มแล้วตอบอีกครั้งว่า "เขาเป็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีมากๆคนหนึ่ง!"

คูตินโญ่สร้างสรรค์โอกาส 4 ครั้งในเกมที่เซลเฮิร์สต์พาร์ค และจ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายอีก 23 หน เขามีโอกาสยิง 4 ครั้ง มีเพียงเฟอร์มิโน่ที่ทำได้เทียบเท่า

นอกจากนี้คูตี้ยังทำไปแล้ว 4 ประตูในลีก ขณะที่เฟอร์มิโน่ทำไป 4 ประตูเท่ากันกับอีก 3 แอสซิสต์ และถ้านับเฉพาะปี 2016 เฟอร์มิโน่มีส่วนร่วมกับ 18 ประตูที่ทีมทำได้ แบ่งเป็นยิงเอง 13 จ่ายอีก 5

ซึ่งจริงๆแล้วทั้งคู่ประสานงานกันจนเกือบได้อีกลูกที่บ้านของพาเลซ เมื่อคูตินโญ่โหม่งลูกเปิดของเฟอร์มิโน่แบบมีลุ้น พวกเขาได้ช่วยให้ลิเวอร์พูลมีเกมรุกที่น่ากลัวที่สุดในลีก โดยยิงได้ 24 ลูกเท่ากับแมนฯซิตี้ 

แต่เกมรับของ "หงส์แดง" ยังน่าเป็นห่วง เมื่อไม่สามารถเก็บคลีนชีตเกมเยือนได้ 11 เกมในลีกติดต่อกัน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าฟอร์มของทั้งคู่สำคัญมากในการที่ทีมจะต้องยิงให้ได้มากกว่าที่เสีย และในเกมที่เซลเฮิร์สต์พาร์คก็เป็นเช่นนั้นซึ่งต้องขอบคุณคูตินโญ่กับเฟอร์มิโน่มากๆ ทั้งคู่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับในสัปดาหืและเดือนที่กำลังจะมาถึง

โมเรโน่ช่วยปั้นคูตินโญ่

การมี อัลเบร์โต้ โมเรโน่ อยู่ในทีมตัวจริงถือเป็นเรื่องน่าเซอร์ไพร้ส์ เมื่อ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ได้ลงเนื่องจากป่วย

ซึ่งเกมลีกนัดสุดท้ายที่โมเรโน่เป็นตัวจริงต้องย้อนไปถึงนัดเปิดฤดูกาลที่บุกไปชนะอาร์เซนอล 4-3 นับตั้งแต่นั้น "หงส์แดง" เสียเพียง 8 ลูกจาก 8 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

มันจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่การกลับมาของเขาจะทำให้นัดที่ยิงกันถล่มทลายอีกนัดหนึ่ง เพราะเป็นที่รู้กันอยู่แล้วถึงความรั่วในเกมรับ และเขาน่าจะทำได้ดีกว่านี้ในการบล็อคลูกครอสของพาเลซที่นำไปสู่ประตูที่ 2 ของเจ้าถิ่น แต่แบ็คชาวสแปนิชก็มีส่วนสำคัญกับเกมรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในครึ่งแรก เมื่อเขาเติมขึ้นไปเชื่อมเกมกับคูตินโญ่ได้อย่างต่อเนื่อง

โดยโมเรโน่ผ่านบอลในพื้นที่สุดท้ายไป 12 ครั้งตลอดทั้งเกม ซึ่งทั้งหมดมาจากครึ่งแรก ตรงกันข้ามกับมิลเนอร์ที่ทำได้เพียง 9 ครั้งบนพื้นที่สุดท้ายในเกมกับเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อสัปดาห์ก่อน

รวมแล้วโมเรโน่ผ่านบอลทั้งสิ้น 34 ครั้งและ 10 จากในนั้นส่งให้คูตินโญ่ที่จ่ายให้เขาไป 9 ครั้ง นั่นทำให้ลิเวอร์พูลขึ้นเกมทางด้านซ้ายหลายครั้ง ที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือลูกแรก

ฟันเฟืองแห่งเกเก้นเพรสซิ่ง

นอกจากเกมรุกแล้ว คูตินโญ่และเฟอร์มิโน่ยังมีส่วนในเกมรับเช่นกัน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญต่อระบบของ เจอร์เก้น คล็อปป์

โดยคูตินโญ่พยายามจะแย่งบอล 8 ครั้งในเกมที่เซลเฮิร์สต์พาร์ค และทำได้สำเร็จ 4 ครั้งด้วยกัน ทำให้สตาร์บราซิเลียนทั้งสองคนคือส่วนสำคัญในแผนของคล็อปป์ และยังเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไม ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ จึงไม่ได้เป็นตัวเลือกแรกในถิ่นแอนฟิลด์อีกต่อไป

จริงๆแล้วคริสตัล พาเลซ นั้นแย่งบอลได้มากกว่าลิเวอร์พูล (27 ต่อ 26) แต่มีเพียง 9 หนที่ทีม "ปราสาทเรือนแก้ว" แย่งได้ในแดนฝั่งตรงข้าม สวนทางกับทีมเยือนที่ทำได้ 13 ครั้งในฝั่งพาเลซ

ซึ่งระบบของคล็อปป์นั้นให้ความสำคัญมากกับการแย่งบอลในแดนฝั่งตรงข้าม เพื่อจะได้พาบอลเข้าทำประตูได้อย่างรวดเร็ว และจากการที่มีคูตินโญ่และเฟอร์มิโน่อยู่ ทำให้ระบบดังกล่าวได้ผลอย่างต่อเนื่อง

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android

New features every day on FourFourTwo.com • More analysis