ฝันเก่า...ครั้งใหม่ : โอกาสที่ 2 ของ 'สวานดี้' อดีตเด็กเทพสิงคโปร์ที่เคยค้าแข้งกับ ‘เม็ตซ์’

อดัม สวานดี้ อดีตนักเตะมหัศจรรย์ของสิงคโปร์ผู้ติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 15 ปี ในช่วงการเเข่งขัน ไลอ้อน ซิตี้ คัพ ซึ่งได้ดวลกับสโมสรใหญ่อย่าง นิวคาสเซิล และ ยูเวนตุส ก่อนที่ 2 ปีหลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่กับสโมสรในลีกสูงสุดของฝรั่งเศสอย่าง เม็ตซ์ ในปี 2013  

อดัม สวานดี้ อดีตนักเตะมหัศจรรย์ของสิงคโปร์ผู้ติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 15 ปี ในช่วงการเเข่งขัน ไลอ้อน ซิตี้ คัพ ซึ่งได้ดวลกับสโมสรใหญ่อย่าง นิวคาสเซิล และ ยูเวนตุส ก่อนที่ 2 ปีหลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่กับสโมสรในลีกสูงสุดของฝรั่งเศสอย่าง เม็ตซ์ ในปี 2013

การพัฒนาทางฝีเท้าของดาวเตะวัย 21 ปี ณ ช่วงเวลานั้นก็ชะงักลงไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาเก็บข้าวของกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดและย้ายมาอยู่กับ ยังไลอ้อนส์ ในปี 2015

แม้จะมีความก้าวหน้าในเส้นทางการค้าแข้ง ทว่าการพัฒนาทางฝีเท้าของดาวเตะวัย 21 ปี ณ ช่วงเวลานั้นก็ชะงักลงไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เขาเก็บข้าวของกลับมาค้าแข้งในบ้านเกิดและย้ายมาอยู่กับ ยังไลอ้อนส์ ในปี 2015 ก่อนจะมาลงเอยกับ โฮม ยูไนเต็ด ในปีที่แล้ว ทว่าตลอด 3 ปีกับสโมสรยักษ์เเดนลอดช่องก็ทำให้เขาได้กลายเป็นเพลย์เมคเกอร์ตัวหลักของทีมได้ในท้ายที่สุด...และตอนนี้เขามีเรื่องเล่าที่จะมาบอกกล่าวผ่าน FourFourTwo ที่เป็นสื่อกลางว่าชีวิตที่ฝรั่งเศสกับ เม็ตซ์ ของเขาเป็นอย่างไร และเขาหวังไว้แค่ไหนกับการนำทัพสิงคโปร์ลงเล่นในซีเกมส์ปี 2017 นี้

หลังจากลงซ้อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว สวานดี้ นั่งลงเเละเริ่มเล่าเรื่องราวของของเขาว่า  "แน่นอน ผมคิดว่าเส้นทางการค้าแข้งของผมมันไม่ได้เป็นไปตามที่คิดไว้ตอนแรกเท่าไหร่นักหรอก"

"ด้วยความสัตย์จริงเลยนะผมรู้สึกว่าผมเองก็มีช่วงเวลาที่น่าผิดหวังกับการเล่นกับ ยัง ไลอ้อนส์ ในปีที่เเล้ว เนื่องจากในทีมมีแต่นักเตะอายุน้อยกว่าและตัวผมเองก็ไม่ค่อยมีนักเตะระดับซีเนียร์ให้เรียนรู้มากนัก"

"แต่ผมก็ไม่เสียใจอะไรหรอกนะสำหรับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นโดยตัวผมเอง ผมยังมีความสุขกับวันนี้ และมีความสุขกับสิ่งที่ผมทำได้"

"ฤดูกาลนี้กับ โฮม ยูไนเต็ด คืออะไรที่เยี่ยมมากๆเลยโดยเฉพาะในแง่ผลลัพธ์ส่วนตัว ผมได้เรียนรู้เยอะมากขึ้นและพัฒนาแบบถูกทาง ผมพยายามจับตามองนักเตะซีเนียร์อย่าง ฮาริส ฮารูน และ ฟาริส รามลี่ เอาไว้เสมอ"

แม้เขาจะมีประสบการณ์มากมาย แต่เขาก็ยังถือว่าเป็นนักเตะดาวรุ่งอยู่ตามช่วงอายุในตอนนี้ เขาพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ของ โฮม ยูไนเต็ด เขาโชว์ฟอร์มเด่นตลอดทั้งฤดูกาลและเอาชนะเรื่องราวที่ยากลำบากด้วยประสบการณ์ที่เรียนรู้มาจากช่วงที่ยังเป็นนักเตะของ เม็ตซ์ เมื่อครั้งอดีต

"คว้าท้าทายแรกที่ผมต้องเจอสมัยอยู่กับ เม็ตซ์ คือปัญหาเรื่องภาษา เพราะทุกคนในทีม พูดภาษาฝรั่งเศสกันทั้งหมด"  เขาอธิบาย

"มันยากมากๆเลยที่ผมจะสื่อสารกับใครให้เขาใจไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือในยามที่ผมลงสนาม ...แค่คำพูดง่ายๆว่า "หลังเข้า" มันยังเป็นเรื่องยากเลยเพราะผมมีเวลาเรียนรู้ภาษาเพื่อสร้างความคุ้นเคยภายในระยะเวลา 2-3 เดือนเท่านั้น"

"ส่วนเรื่องการเเข่งขันภายในทีมก็ดุเดือดมากนะ เหมือนเป็นศูนย์รวมของนักเตะที่มีความสามารถมากมายรวมตัวกันเลย จากนั้นค่อยมาดูว่าใครจะเก่งได้มากกว่ากัน คุณจะมีคู่แข่งในทีมให้ท้าดวลเสมอและถ้าคุณทำมันได้ดีเเล้วล่ะก็ในวันต่อไปตำแหน่งในทีมจะเป็นของคุณ"

"นี่คือสิ่งที่แตกต่างกับที่ผมเจอที่สิงคโปร์ เรามีนักเตะที่มีความสามารถน้อยเกินไป และต่อให้คุณเล่นไม่ดีในเกมๆหนึ่งนั้นคุณก็ยังมีลุ้นที่จะจับจองตำแหน่งตัวจริงในเกมต่อไปอยู่ดี"

จากประสบการณ์ที่เคยผ่านเวทียุโรปมาเเล้ว อดัม หวังว่าเขาจะสามารถช่วยให้ทัพสิงคโปร์ยู 22 บรรลุเป้าหมายในซีเกมส์ครั้งนี้ได้ เขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดซีเกมส์ในปี 2015 มาก่อนเเล้ว ทว่าตอนนั้นสิงคโปร์ก็ตกรอบไป ซึ่งตัว สวานดี้ เองก็รู้ดีว่าทีมของเขาถูกตั้งความหวังไว้ต่ำ และมักจะโดนมองข้ามเสมอ

เขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดซีเกมส์ในปี 2015 มาก่อนเเล้ว ทว่าตอนนั้นสิงคโปร์ก็ตกรอบไป ซึ่งตัว สวานดี้ เองก็รู้ดีว่าทีมของเขาถูกตั้งความหวังไว้ต่ำ และมักจะโดนมองข้ามเสมอ

"ส่วนตัวผมก็รู้สึกมาตลอดนะว่ามีคนจำนวนไม่มากหรอกที่คาดหวังในทีมของเรา แต่นั่นก็ดีเหมือนกันผมจะได้มองมันเป็นแง่บวก หากเราสามารถสร้างเซอร์ไพรส์ให้คนเหล่านั้นได้ พวกเขาจะได้ตระหนักขึ้นมาเสียทีว่าเราฝึกฝนมาหนักแค่ไหน"

"ผมคิดว่าตอนนี้ทีมของเราก็กำลังเขารูปเข้ารอยมากเรื่อยๆนะ เหลือแต่ปัญหากาารยิงประตูเท่านั้นแหละ ซึ่งผมก็เชื่อว่าเรื่องนี้ผมเชื่อว่านักเตะซีเนียร์ในทีมอย่างผม และ อิร์ฟาน ฟานดี้ จะสามารถนำประสบการณ์ที่มีมาใช้เพื่อสร้างผลงานที่ดีให้ได้"

แม้ ซีเกมส์ จะเป็นรายการที่ อดัม ให้ความสำคัญในเวลานี้ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บความฝันส่วนตัวเขาไว้นั่นคือการได้ไปค้าแข้งในยุโรปอีกสักครั้ง สำหรับการเล่นในช่วงหนึ่งเดือนหลังจากนี้ อดัม เชื่อว่ามันจะทำให้เขาได้รับข้อเสนอจากทีมอื่นๆเพิ่มขึ้น
"ย้อนกลับไปตอนอยู่กับ เม็ตซ์ ทางสโมสรได้ยื่นการขยายสัญญาให้ผมออกไปอีกหนึ่งปี แต่ผมก็ตอบกลับไปว่า ผมอยากจะทำสำเร็จภารกิจกับทีมชาติของผมก่อน" เขาอธิบาย

"สำหรับตอนนี้เป้าหมายของผมคือการก้าวเข้าไปเป็นส่วนสำคัญของทีมชาติ สิงคโปร์ ชุดใหญ่ให้ได้ นั่นคือความหวังของผมและผมสามารถจะไปค้าแข้งในต่างประเทศได้โดยเริ่มที่จุดๆนี้"

"สำหรับชาวเอเชียอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะมีชื่อเสียงโด่งดังในฟุตบอลยุโรป มันมีโควต้านักเตะต่างชาติอยู่ในบางลีก และโควต้าเหล่านั่นหลายๆ ทีมก็พร้อมจะมอบให้กับนักเตะเก่งๆจากอเมริกาใต้มากกว่า"

แม้ ซีเกมส์ จะเป็นรายการที่ อดัม ให้ความสำคัญในเวลานี้ แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บความฝันส่วนตัวเขาไว้นั่นคือการได้ไปค้าแข้งในยุโรปอีกสักครั้ง

"แต่สำหรับคำจำกัดความของคำว่า นักฟุตบอล ในความคิดของผมนั้น ผมพร้อมตั้งเป้าให้ไกลที่สุดเสมอ ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันการได้เล่นในยุโรปคือความฝันสูงสุดของนักฟุตบอล ยิ่งเราตั้งเป้าให้สูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะต่อให้ไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่อย่างน้อยเราก็ยังได้พยายามก้าวไปอย่างสุดความสามารถ"