ฝันร้ายที่ไม่อาจลืม : จากทริปเปิ้ลแชมป์สู่ความว่างเปล่าของ “ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน”

เมื่อ 15 ปีก่อน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน สโมสรชั้นนำจากประเทศเยอรมันได้ลุ้นที่จะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ทว่าไปๆ มาๆ สุดท้าย กลับกลายเป็นว่า พวกเขาจบฤดูกาลด้วยการมือเปล่าแบบน่าเจ็บใจที่สุด เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2002 ทัพ “ห้างยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน กำลังเตรียมความพร้อมที่ เบย์ อารีน่า เพื่อรับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังจากอังกฤษ ที่จะพบกันในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกที่ 2

ในตอนแรก เกมดังกล่าวคือ 1 ในนัดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรเลยก็ว่าได้ เพราะหากพวกเขาชนะ พวกเขาจะได้เข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยใหญ่สุดของยุโรปเป็นครั้งแรก ทว่าอีกไม่กี่สัปดาห์ ปีนั้นก็ถูกจดจำในฐานะ “ฝันร้าย” ของสโมสรเสียแทน เพราะพวกเขาจบลงด้วยมือเปล่าทั้งๆ ที่มีลุ้นทั้งแชมป์ลีก, แชมป์บอลถ้วย และแชมป์ยุโรปดังที่กล่าวมา

ในวันเดียวกันนั้นเอง สโมสร อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ สโมสรในศึกบุนเดสลีก้า 2 ในตอนนั้นก็ลงเล่นเกมลีกเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาดูเหมือน 2 สโมสรที่ไม่น่าจะต้องมาฟาดฟันกัน แต่เชื่อหรือไม่ว่าอีก 1 ปีถัดมา ทั้งคู่คือสมาชิกของลีกสูงสุดที่ต้องลุ้นแข่งกันจนนัดสุดท้ายเพื่อหาว่าใครจะเป็นผู้อยู่รอดปลอดภัย และใครจะร่วงหล่นตกชั้นไป

Carsten Ramelow

แม้ว่าจะได้ลุ้นแชมป์ถึง 3 รายการ ทว่าสุดท้ายพวกเขาก็ปิดฤดุกาลด้วยการมือเปล่า

ตกม้าตายในลีก

ในตอนนั้น พวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่งจนใครหลายๆ คนก็อิจฉา กระทั่งช่วง 2 อาทิตย์แห่งหายนะที่เรียกได้ว่า ดราม่าสุดๆ

นับเป็นเวลา 15 ปีมาแล้วที่ฝันร้ายของพวกเขาเกิดขึ้น โดยในศึกบุนเดสลีก้า 2001/02 ในตอนที่เหลือการแข่งขันอีก 3 นัด เลเวอร์คูเซนกำลังรั้งอยู่หัวตารางและมีคะแนนนำอันดับ 2 อย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ถึง 5 คะแนน พวกเขามีแววจะได้แชมป์ลีกสูงมากๆ แถมในรายการบอลถ้วย พวกเขาก็ยังทะลุเข้าชิงอีก 2 รายการด้วย ก็คือ ศึกเดเอฟเบ โพคาล ที่จะพบกับ ชาลเก้ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่จะพบกับเรอัล มาดริด ทัพห้างยามีโอกาสจะสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ทว่าภายใน 2 สัปดาห์ทุกอย่างที่พวกเขาหวังไว้กลับทลายลงแบบไม่มีชิ้นดี… ทุกๆอย่างหลุดจากกำมือพวกเขาไป 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2000 จริงๆแล้ว เลเวอร์คูเซ่น ก็เคยเกือบได้แชมป์ลีกมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยตอนนั้น พวกเขามีคะแนนนำบาเยิร์น มิวนิค อันดับ 2 อยู่ 3 คะแนน ทำให้เพียงแค่ผลเสมอพวกเขาก็จะได้ชูถาดแชมป์ทันที อย่างไรก็ตาม กลับกลายเป็นว่า มิชาเอล บัลลัค ทำเข้าประตูตัวเองนำไปสู่ความพ่ายแพ้ต่อ อุนเทอร์ฮัชชิ่ง ขณะที่ทัพเสือใต้ก็เปิดบ้านเอาชนะแวร์เดอร์ เบรเมนไปได้ ชวดแชมป์ไปแบบน่าเสียดายสุดๆ 

ทัพห้างยามีการเปลี่ยนแปลงกุนซือจนกระทั่งฤดูกาล 2001/02 พวกเขากลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งและก้าวขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์แชมป์ถึง 3 รายการดังที่กล่าวไป ในตอนนั้น พวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่งจนใครหลายๆ คนก็อิจฉา กระทั่งช่วง 2 อาทิตย์แห่งหายนะที่เรียกได้ว่า ดราม่าสุดๆ

Klaus Toppmoller

เคลาส์ ท็อปป์โมลเลอร์ กุนซือผู้พาห้างยาชิง 3 แชมป์แต่กลับพลาดทั้งหมด

ไปไม่ถึงเส้นชัย

ชัยชนะเหนือแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 2-1 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล ไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาคว้าแชมป์บุนเดสลีก้า

หลังจากที่แพ้ให้กับ แวร์เดอร์ เบรเมน 1-2 ในวันที่ 20 เมษายนปีนั้น ไม่กี่วันถัดมา พวกเขาก็บุกไปแพ้ให้กับ เนิร์นแบร์ก ทีมหนีตกชั้นอีก ทำให้พวกเขาเก็บไม่ได้แม้แต่คะแนนเดียวจาก 2 นัดดังกล่าว และนั่นเองที่ทำให้ข้อได้เปรียบ 5 แต้มเหนือดอร์ทมุนด์สลายหายไปในทันที เพราะทางทัพเสือเหลืองสามารถเก็บชัยชนะได้ตลอด 2 นัด ความได้เปรียบจึงตกไปอยู่ทางด้านดอร์ทมุนด์แล้ว และสิ่งที่เลเวอร์คูเซนทำได้มีเพียงภาวนาให้พวกเขาพลาดในนัดสุดท้าย

แม้ว่าทัพห้างยาจะคืนฟอร์มเก่ง เอาชนะ แฮร์ธ่า เบอร์ลินไปได้ 2-1 ในนัดปิดฤดูกาล แต่นั่นก็ไม่ทันแล้ว เนื่องจากดอร์ทมุนด์ก็คงความยอดเยี่ยมและเก็บชัยชนะได้สำเร็จ ส่งผลให้พวกเขากลายเป็นแชมป์ลีกในปีนั้นทันที ส่วนไบเออร์ เลเวอร์คูเซน ก็จบลงด้วยการคว้าอันดับ 2

7 วันต่อมา พวกเขาก็มีคิวลงฟาดแข้งกับชาลเก้ 04 ในศึกเดเอฟเบ โพคาล นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งพวกเขาก็ออกสตาร์ทได้ดี เมื่อออกนำไปก่อน 1-0 จากประตูของดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น กลับกลายเป็นทัพราชันสีน้ำเงินที่รัวยิง 4 ประตูรวด แม้ว่าเลเวอร์คูเซนจะมายิงคืนได้อีก 1 ลูกแต่ก็ไม่เพียงพอ ทำให้จบเกม พวกเขาแพ้ไป 2-4 คว้าตำแหน่งรองแชมป์อีกรายการหนึ่ง

 “พวกคุณแพ้การแข่งขัน” ท็อปป์โมลเลอร์กล่าวกับลูกทีมของเขา “เราต้องยอมรับเรื่องนั้น” ทัพห้างยามีเวลาทั้งหมด 4 วันที่จะลืมความเจ็บปวดในเกมดังกล่าวและลงพบกับทีมชาติเรอัล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลยุโรปที่เมืองกลาสโกว์

 “เราเพียงต้องการทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดจนจบฤดูกาล หลังจากที่ก่อนหน้านี้ เราพลาดมาแล้ว 2 ครั้ง”