FFT Best XI 2015 : 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมไทยลีกครั้งที่ 19

หลังจากที่เวทีลูกหนังสูงสุดแดนสยามประจำปี 2015 เดินทางมาถึงบทสรุป … FFT TH จะขออาสาพาผู้อ่านไปพบกับเหล่าพ่อค้าแข้งทั้งหมด 11 คนที่โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจที่สุดในสายตาของทีมงาน จะมีนักเตะจากทีมโปรดของคุณติดทัพยอดเยี่ยมของเรามากน้อยแค่ไหน ติดตามได้ที่นี่!

ผู้รักษาประตู

ฮัสซัน ซันนี

ก่อนฤดูกาล 2015 จะเริ่มเปิดฉาก เชื่อได้เลยว่านี่คือหนึ่งในดีลที่ได้รับการกังขามากที่สุดประจำตลาดซื้อขาย ...การตัดสินใจใช้โควต้านักเตะต่างชาติกับผู้เล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูถือเป็นความเสี่ยงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่สำหรับ “สุภาพบุรุษกงจักร” มันกลายเป็นความเสี่ยงที่เกินคำว่าคุ้มค่า เมื่อนายด่านทีมชาติสิงคโปร์พิสูจน์ด้วยสองมือของตัวเองว่าเขายอดเยี่ยมขนาดไหน

...มีหลายนัดเหลือเกินที่มือกาววัย 31 กะรัตโชว์เซฟมหัศจรรย์หลายต่อหลายครั้งและถือเป็นปราการหินด่านสุดท้ายที่หยุดยั้งลูกยิงของคู่แข่ง ไม่ให้กลายเป็นประตู โดยทั้งฤดูกาล ฮัสซัน เก็บคลีนชีทไป 8 จาก 26 เกมที่เขาลงทำหน้าที่ โดยเกมแจ้งเกิดและเป็นเกมที่เจ้าตัวทำผลงานได้สุดยอดทีสุดในปีนี้คงเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากนัดที่เขาพา อาร์มี บุกไปยันเสมอ “ปราสาทสายฟ้า” ได้ถึงถิ่น ไอ-โมบาย สตเดี้ยม ซึ่งนัดนั้น ฮัสซัน โชว์ฟอร์มระดับห้าดาวและเป็นด่านสุดท้ายที่ป้องกันไม่ให้ลูกยิงของ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต ข้ามเส้นประตู

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมคงเส้นคงวาตลอดปี แม้ว่าสุดท้ายแล้วต้นสังกัดของเขาจะจบเพียงอันดับ 10  แต่ถ้าพูดถึงผลงานส่วนตัวแล้วเราเชื่อว่าคงไม่มีแฟนบอลคนไหนกังขาความสามารถของเขา และด้วยที่เจ้าตัวเพิ่งจะต่อสัญญาใหม่กับต้นสังกัด เราก็น่าจะได้เห็นลูกเซฟอันน่าตื่นตาของเขาไปอีกอย่างน้อย 2 ปัด้วยกัน...

ฮัสซัน ซันนี ถือเป็นหนึ่งในนายด่านที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมสุดในฤดูกาลนี้

กองหลัง

อนาวิน จูจีน

แม้ว่าในปีนี้ บทบาทตัวหลักรวมถึงโอกาสการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงของ อนาวิน จูจีน อาจจะถูกลดลงมา เนื่องจากการเข้ามาของรุ่นน้องพลังหนุ่มในตำแหน่งเดียวกันอย่าง นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แต่โดยรวมแล้วเมื่อพูดถึงนักเตะในตำแหน่งแบ็คขวาก็คงไม่มีใครที่จะโดดเด่นไปกว่าเขาอีแล้วในชั่วโมงนี้

ช่วงแรกอาจจะเป็น “เจ้าต้น” ที่ได้รับโอกาสลงสนามมากกว่า ทว่าด้วยความที่ดาวรุ่งวัย 21 ปียังต้องปรับตัวให้เข้ากับระบบ 3-5-2 ของ “ปราสาทสายฟ้า” ทำให้สุดท้ายแล้วอดีตแนวรับ บางกอกกล๊าส เอฟซี รายนี้ก็ได้รับเลือกให้ลงสนามประจำการณ์อย่างต่อเนื่อง บ้างก็ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงตลอด 90 นาที บ้างก็ลงในฐานะตัวสำรองเพื่อประคับประคองรุ่นน้อง โดยในปีนี้วิงแบ็ควัย 28 ปีลงสนามไปทั้งหมด 27 นัดและทำได้ 3 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์ด้วยกัน…

ฤดูกาลนี้บทบาทของเขาอาจถูกลดทอนลงมา ทว่าทุกครั้งที่ได้ลงสนาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เจ้าเอ็ม” มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันกว่าและถือเป็นวิงแบ็คที่ไว้วางใจได้ทั้งเกมรุกและรับ ซึ่งความหลากหลายของเขาที่เล่นได้ทั้งตัวริมเส้นหรือขยับเป็นเซ็นเตอร์ตัวขวา (ยามจำเป็น) ก็ทำให้ อเล็กซานเดอร์ กามา มีตัวเลือกการจัดทัพที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

ผลงานของเขาคงไม่สร้างผลกระทบกับทีมมากเท่ากับดาวเตะคนอื่นๆ ทว่าเจ้าตัวก็เป็นอะไหล่ชั้นยอดที่ทำให้ “ปราสาทสายฟ้า” มีทีมที่แข็งแกร่งพร้อมกับกวาดแชมป์ไปแล้วมากมายในประเทศ

แม้จะถูกลดบทบาทลงบ้าง แต่ อนาวิน จูจีน ยังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นทุกครั้งที่ได้รับโอกาส

อันเดรส ตูเญซ

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่านี่ถือเป็นอีกหนึ่งปีทองของปราการหลังทีมชาติเวเนซูเอลา เมื่อเขาเป็นกำลังหลักในแดนหลังของ “ปราสาทสายฟ้า” ที่พาทีมจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ไทยลีกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน นอกจากนี้ในบอลถ้วย เจ้าตัวก็มีส่วนสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ ลีก คัพ รวมถึงเข้าชิง เอฟเอ คัพ ช่วงปลายเดือนนี้เช่นกัน

อดีตแนวรับเซลต้าบีโก้ย้ายเข้าสู่รั้ว “ปราสาทสายฟ้า” ในปี 2014 เพื่อทดแทนการจากไปของ ออสมาร์ อิบันเญซ ที่ย้ายไปโลดแล่นในเคลีกกับ เอฟซี โซล และเพียงฤดูกาลแรก อันเดรส ตูเญซ ก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมลงสนามป้องหลังบ้านให้ทีมไปทั้งหมด 19 นัดและถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญพาสโมสรเถลิงแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 4 ได้สำเร็จ ...อย่างไรก็ตาม ความยอดเยี่ยมของเขาในปีที่แล้วก็ยังไม่อาจเทียบกับผลงานที่เจ้าตัวทำได้ในปีนี้เลยจริงๆ

ฤดูกาลนี้นอกจากความแข็งแกร่งในเกมป้องกันที่เจ้าตัวช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีทได้ถึง 13 จาก 26 นัดที่ลงสนาม กองหลังวัย 28 กะรัตยังพัฒนาอาวุธชิ้นสำคัญขึ้นมาได้อีกหนึ่งอย่างคือความเฉียบขาดในเกมรุก โดยเฉพาะการทำประตูซึ่งในปีนี้เจ้าตัวกดไปแล้วถึง 9 ประตู สูงที่สุดในบรรดาผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันและมากกว่ากองหน้าในลีกบางคนเสียอีก!

...น่าสนใจว่าปีหน้าเจ้าตัวจะยังรักษาฟอร์มร้อนแรงได้ต่อเนื่องหรือไม่ และปฏิเสธไม่ได้ว่าฟอร์มของเขาจะเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในเวทีถ้วยใหญ่เอเชียของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน

อันเดรส ตูเญซ กองหลังจอมซัลโวที่ซัดไปแล้ว 9 ลูกในลีก

ประทุม ชูทอง

“คันนาวาโร่เมืองไทย” ย้ายมาค้าแข้งกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในช่วงต้นปี 2015 และผลงานส่วนตัวของเขายังคงดีเยี่ยมไม่เปลี่ยนเปลี่ยน ไม่สิ อันที่จริงแล้วต้องบอกว่ามันเยี่ยมยิ่งกว่าสมัยที่อยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยซ้ำไป...

ประทุม ชูทอง โดดเด่นเสมอในเรื่องการเข้าบอลได้ดุดันหนักหน่วงและการอ่านเกมดีเยี่ยม นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะประเภทที่เล่นบอลขาวสะอาด โดย 3 ปีหลังมานี้เขาไม่เคยโดนใบแดงเลยแม้แต่ใบเดียว และปีนี้ก็เสียแค่ 2 ใบเหลืองเท่านั้น แถมเจ้าตัวยังเพิ่มทีเด็ดจากการสอดขึ้นมาทำประตูด้วย อย่างที่สังเกตได้ว่าปีนี้กองหลังวัย 32 กะรัตถือเป็นอีกหนึ่งปราการหลังจอมทะลวงตาข่าย เมื่อทำประตูไปทั้งหมด 6 ลูกจากการลงเล่น 20 นัดในลีก!

กองหลังชาวจังหวัดระนองมีผลงานที่โดดเด่นกับต้นสังกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฟิตสมบูรณ์และได้จับคู่กับ ปรัชญ์ สมัครราษฎร์ อีกหนึ่งเซนเตอร์ฮาล์ฟจอมเก๋า ซึ่งนับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวสุดๆ จนพา “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี จบด้วยอันดับ 3 ในลีกพร้อมกับได้สิทธิไปเล่นในรอบเพลย์ออฟ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งทีม แต่น่าเสียดายที่ปัญหาเรื่อง คลับ ไลเซนส์ซิ่ง ทำให้ยอดทีมจากเมืองเหน่อพลาดตั๋วไปในตอนท้าย โดยโควต้าดังกล่าวตกเป็นของทีมอันดับ 4 อย่าง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี แทน

...ทีแรกนั้นดูเหมือนว่าด้วยวัยที่แก่ตัวลงเรื่อยๆ จะทำให้ ประทุม ชูทอง เข้าสู่ช่วงขาลง แต่เขากลายเป็นขิงแก่ที่เผ็ดร้อนขึ้นกว่าเดิมเสียอีก และปีหน้าเมื่อเจ้าตัวย่างเข้าสู่วัย 33 ปีก็น่าสนใจว่าเขาจะยังสานต่อฟอร์มยอดเยี่ยมได้ต่อไปหรือไม่

ประทุม ชูทอง อดีตแนวรับ "ปราสาทสายฟ้า" ที่เจิดจรัสกับ สุพรรณบุรี เอฟซี

ธีราทร บุญมาทัน

ธีราทร บุญมาทัน อดีตเด็กหนุ่มอารมณ์ร้อน พัฒนาฝีเท้าและการควบคุมอารมณ์ได้แบบไม่หยุดหย่อน และด้วยผลงานของเขาทั้งในนามสโมสรและทีมชาติไทย คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่านี่คือนักเตะชาวไทยที่มีฝีเท้าอันยอดเยี่ยมที่สุด ณ เวลานี้...

“เจ้าอุ้ม” เล่นได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่ต้นฤดูกาล โดยเฉพาะเกมระดับ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่ง บุรีรัมย์ อยู่กลุ่มเดียวกับยอดทีมอย่าง กัมบะ โอซาก้า, ซองนัม อิลวา, และ กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ แต่วิงแบ็คจอมบุกยังแสดงให้เห็นว่าเขาคือยอดแบ็คซ้ายระดับเอเชียตัวจริงเสียงจริง โดยเฉพาะการเล่นเกมรุกที่โดดเด่นและลูกทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีซ ยกตัวอย่างเช่นประตูจากลุกเตะมุมที่เขายิงใส่ กัมบะ โอซาก้า จนกลายเป็นที่กล่าวขานไปทั่วทั้งเอเชียและทั่วโลก

ปีนี้กัปตันทีมชาติไทยไม่ได้เล่นเกมลีกแค่นัดเดียวเท่านั้นนอกนั้นลงลงเป็นตัวจริงทุกนัดยิงไป 3 ประตู และทำแอสซิสต์ไปถึง 19 ครั้ง สูงที่สุดในลีก นอกจากนี้ยังเป็นกำลังหลักพา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำเทรเบิลแชมป์เรียบร้อยแล้วเมื่อรวมกับ ลีก คัพ และถ้วยพระราชทาน ก. มากไปกว่านั้น  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็กำลังอยู่ในเส้นทางลุ้น 5 แชมป์ เพราะมี เอฟเอ คัพ และ แม่โขง คัพ ให้ลงเล่นอีกในช่วงปลายเดือน

...ซึ่งถ้า “ปราสาทสายฟ้า” คว้าถ้วยรางวัลได้ทั้งหมด พวกเขาจะเป็นสโมสรแรกจากเอเชียที่คว้าได้ 5 แชมป์ในปีเดียว ก็ต้องติดตามต่อไปว่า ธีราทร บุญมาทัน จะทำได้ตามเป้าและสร้างประวัติศาสตร์ได้หรือไม่

"เจ้าอุ้ม" คือนักเตะในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย