Analysis

FFT Focus : พันธุ์ร็อคหน้าหงส์

ท่ามกลางรอยยิ้มที่ฉีกไปจนถึงใบหูของเหล่าแฟนคลับพลพรรค “เดอะ ค็อป” ที่วันนี้พวกเขาเพิ่งได้บอสคนใหม่ชื่อใกล้เคียงสาวกหงส์แดงมากุมบังเหียน อะไรจะเปลี่ยนไปบ้าง ติดตามได้จากรายงาน โดย ธีรภัทร รัญตะเสวี

We are part of The Trust Project What is it?

"จะให้ฝากข้อความถึงแฟนๆ ว่ายังไงน่ะเหรอ เราต้องเปลี่ยนจากความเป็น “คนที่ไม่แน่ใจ” กลายเป็น “คนที่ศรัทธา” เดี๋ยวนี้เลยครับ...” 

สิ้นสุดคำสัมภาษณ์แรกสุดของนายหัวคนใหม่แห่ง “หงส์แดง” ผมเองแม้จะไม่ใช่แฟนคลับของลิเวอร์พูลแบบเต็มหัวใจ ก็ต้องออกมายอมรับโดยสดุดีว่า “อิจฉาตาร้อน” เหล่าบรรดา “เดอะค็อป” ทั่วฟ้าเมืองโลกมนุษย์มากๆ ครับ ที่เพิ่งได้บุรุษรายนี้มาดูแลทีมในศักราชใหม่ต่อไป

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เหล่าแฟนานุแฟนทีมเสื้อแดงแห่งเมอร์ซีย์ไซด์รอบกายผมต่างยินดีปรีดายิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำแองโชวี่ เมื่อพวกเขากำลังจะได้โค้ชฮิปสเตอร์ มาดสุดเซอร์ แต่โหดได้ใจอย่าง “เจอร์เกน คล็อปป์” อดีตเทรนเนอร์คู่บุญจากทีม “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเป็นนายใหญ่คนใหม่ต่อจาก “แบรนเดน ร็อดเจอร์ส” ผู้น่าสงสาร

แม้จะพยายามให้ดีแค่ไหน แต่ในโค้งสุดท้ายของการเป็นบอส “บีร็อด” ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นที่เข้าใจเข้าใจของบรรดาแฟนและทีมงานผู้บริหาร และฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง หลังทำได้เพียงเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 1-1 ในเกมดาร์บี้แมตช์สำคัญ

ฟางเส้นสุดท้ายของ "บีร็อด" ขาดลงหลังทำได้เพียงเสมอกับเอฟเวอร์ตัน 1-1 ในเกมดาร์บี้แมตช์สำคัญ

ข่าวคราวการถูกปลดจากตำแหน่งตามมาทันทีภายในไม่กี่ชั่วอึดใจ ลืมไปเลยว่าอดีตกุนซือชาวไอริชรายนี้เคยพาขุมกำลังเร้ด แมทชีนเกือบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ห่างแค่เพียงเอื้อมมือเท่านั้น ซึ่งถือว่าใกล้เคียงที่สุดในรอบหลายปีดีดัก

อย่างว่าแหละครับ be 2nd to none (พูดอังกฤษซะหน่อย ง่อออออว์) การเป็นพระรองไม่มีประโยชน์ใดๆ ในวงการฟุตบอลที่โหดร้ายและดุเดือดเช่นนี้ ถึงขนาดที่เหล่าบรรดาทีมงาน #Saverodgers ทั้งจริงจังและเอาฮา ต่างมาโอดครวญผ่านหน้าสื่อกันตามธรรมเนียมว่า “ปลดน้องร็อดเจอร์สทำไม?” (ฮา)

เอาล่ะ “ร็อดเจอร์ส” กลายเป็นอดีต อย่างไรก็ขออวยพรให้พี่โชคดี เอาเป็นว่าข้ามช็อตมาที่ “คล็อปป์” กันบ้าง ทำไมเขาถึงเป็นที่น่าจับตามอง

เอาเข้าจริงๆ นี่คือบุคคลที่น่าจะเหมาะสมที่สุดกับภารกิจฟื้นฟูสภาพหงส์ปีกหักไม่มีราศีแชมป์ ให้กลับมายิ่งใหญ่เกรียงไกรมีออร่าเหมือนทาไวท์เทนนิ่งกลูต้าแล้วกลับเข้ามาประกวดใหม่

แน่นอนสิ เขาเป็นเจ้าของทัพเสือเหลืองโบรุสเซียอันเกรียงไกร ที่สร้างทีมท้าทายมหาอำนาจอย่างบาเยิร์น มิวนิคได้อย่างไม่มีใครเทียบ หนำซ้ำยังแว้บไปกระชากถาดแชมป์ลีกเมืองเบียร์มาครอบครองได้ชนิดเสือใต้เสียใจกระซิกๆ ถึง 2 หน ในช่วง 2008-2014 ไม่แปลกใจเลยที่สาวกเดอะค็อปทั่วโลกต่างจิ้นและฟินสุดขีด กรี๊ดแตกทันทีที่คล็อปเข้ารับตำแหน่ง เหมือนดูน้องดาว-น้องก้อยจุ๊บปากกันในฮอร์โมนส์ ซีซั่นล่าสุด

นอกเหนือจากความสามารถ อีกสิ่งหนึ่งที่แฟนคลับหลายทีมในลีกดงผู้ดีอังกฤษต่างอิจฉาตาร้อนผ่าวๆ ก็คงจะเป็นเรื่องของ PASSION หรือความอิน ความคลั่งไคล้ในเกมลูกหนัง ที่เจ้าตัวมีมากล้นเหลือคณา ความกระหายในชัยชนะ ห้าวหาญ ดุดัน ที่ต่างจากร็อดเจอร์สที่มีความสุขุม นุ่มนิ่มตามที่สื่อหลายสำนักแขวะกัน มันจึงกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “คาแรคเตอร์” ที่ดี ที่กุนซือวัยกลางคนรายนี้ น่าจะมาสร้างแบรนดิ้งใหม่ให้ลิเวอร์พูลได้

คิดดูสิครับ จากหงส์ขี้โรค เหนื่อยง่าย กลายเป็นหงส์พันธุ์ร็อค เยยยยยยยย่ห์ พั้งค์ว่ะ!!!

Cr. Liverpool Thailand Fanclub FC [LTF. Football Club]

ผมอาจจะพูดเกินจริงไปสักนิด แต่ภาพลักษณ์ที่ผ่านมา มันตอบโจทย์ทุกอย่างได้อย่างดี เพราะฟุตบอลของคล็อปป์ หลงรักการเพรสซิ่งแบบสุดพลัง โจมตีรุนแรง สปีดบอลจี๊ดจ๊าด และมันคือ “เกมรุกที่ดุดัน” ที่ลิเวอร์พูลขาดหายไปนาน ถ้าเป็นผู้หญิง ก็สวยเซ็กซี่ถึงขั้นทำให้น้ำเดินกันได้แค่เพียงหล่อนเดินผ่าน

ขณะเดียวกัน ทีมงานของคล็อปป์ ก็พร้อมที่จะมาเสริมแกร่งในทุกๆ แง่มุม และแม้ทุกอย่างจะต้องมาแก้ปมใหม่จากศูนย์ แต่เชื่อว่ากุนซือแฮงค์โอเวอร์รายนี้ก็พร้อมที่จะลุยไปกับลิเวอร์พูลแน่นอน

คำถามคือ เขาจะใช้เวลาเท่าไหร่ที่จะสร้างยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์สโมสรนี้ให้กลับมาอย่างองอาจ

คำตอบน่าจะเริ่มต้นที่แมตช์กับสเปอร์สในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ครับ

เกมในบ้านนัดล่าสุดของ "ไก่เดือยทอง" คือนัดพลิกถล่ม แมนฯ ซิตี้ 4-1

คล็อปป์มีภาระที่หนักอึ้งรออยู่ บวกกับโจทย์ที่ต้องแย่งชิงพื้นที่โควต้าฟุตบอลยุโรปให้ได้ แม้อาจจะดูไม่ง่าย แต่ถ้าทีมของเขาตั้งตัวกันได้เร็ว มันก็คงไม่ยากเกินไปเช่นกัน

ถึงแม้ว่า “เดอะ เร้ดแมชชีน” ในชุดนี้จะขาดเสน่ห์ไปนิดหน่อยจากการอำลาทีมของหลุยส์ ซัวเรซ หรือราฮีม สเตอร์ลิง แต่อย่างไรก็ดี ขุมกำลังที่พวกเขามีก็ไม่ถึงขั้นขี้เหร่เสียทีเดียว หนำซ้ำ การมาของพี่เคราคล็อปป์ครั้งนี้ น่าจะเป็นยุคใหม่ที่สร้างความน่าสนใจและดึงดูดใจให้กับบรรดาแข้งชั้นดี ว่าจะได้เล่นภายใต้การคุมทัพอีกครั้งของกุนซือหมวกแก๊ปสีสดรายนี้ ที่คัมแบ็ค ออน สเตจ คุมทีมข้างสังเวียนผืนหญ้าอีกครั้งก็เป็นได้

เพราะทุกคนรู้ดีว่า ข้อดีของคล็อปป์คือการหลอมรวมนักเตะที่แม้จะไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ทั้งทีม แต่ก็เล่นด้วยกันได้อย่างมีสปิริต และทีมเวิร์คที่น่าสนใจ

หลังจากนี้ "หงส์แดง" จะมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่าง และพวกเขาจะกลายเป็ทีมที่เล่นด้วยความมุ่งมั่น สามัคคี และมุทะลุ

เอาเถอะครับ ผมอาจจะโม้เกินจริงก็ได้ เกมนัดต่อนัดต่อจากนี้ จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

อย่างไรก็ดี แฟนๆ หงส์แดงก็ต้องให้เวลาแกหน่อยนะครับ เพราะต้องปรับตัวใหม่หมดตั้งแต่หัวจรดเท้า จากเยอรมันสู่อังกฤษ แต่ผมออกตัวเชื่อมั่นแทนเลยว่า ระดับพี่แกคงปรับตัวไม่นาน ดูจากบทสัมภาษณ์และลีลาการเปิดตัวเป็นกุนซือคนใหม่ของชาวหงส์แดงก็ตอบโจทย์ได้หมดแล้ว ว่าเขาจะสนุกกับการทำงานมากแค่ไหน

แม้จะยังไม่เปลี่ยนแปลงขนาดหน้ามือเป็นหลังมือ ฟอร์มไม่พุ่งพรวดดีดขึ้นมาอยู่หัวตารางในเร็ววัน แต่อย่างน้อยที่สุด ณ ตอนนี้ พวกเขาได้คาแรคเตอร์ใหม่ของทีมที่น่าจะเปลี่ยนแปลงเรื่องสภาพจิตใจได้ทันที

จากหงส์เหี่ยว กลายเป็น หงส์ร็อค!!

แค่นี้ก็น่าตื่นเต้นแทนแล้วครับ

ธีรภัทร FFT