FFT พรีวิว: อาร์เซนอล vs ลิเวอร์พูล

พรีเมียร์ลีก I เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม I จันทร์ที่ 24 สิงหาคม I 02.00 น.

นับเป็นการโคจรมาพบกันระหว่างสองทีมที่ลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลนี้ และถึงแม้ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จะมีภาษีดีกว่าเพราะได้ลงเล่นในบ้าน แต่การรับมือ “หงส์แดง” โฉมใหม่อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือซีซั่นก่อน

ฟอร์มล่าสุดของ ลิเวอร์พูล

  • ลิเวอร์พูล 1-0 บอร์นมัธ (พรีเมียร์ลีก)
  • สโต๊ค 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  • สวินดอน 1-2 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)
  • เฮลซิงกิ 0-2 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)
  • มาเลเซีย 1-1 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)

ฟอร์มล่าสุดของ อาร์เซนอล

  • คริสตัล พาเลซ 1-2 อาร์เซนอล (พรีเมียร์ลีก)
  • อาร์เซนอล 0-2 เวสต์แฮมฯ (พรีเมียร์ลีก)
  • อาร์เซนอล 1-0 เชลซี (คอมมิวนิตี้ ชิลด์)
  • อาร์เซนอล 1-0 โวล์ฟสบวร์ก (อุ่นเครื่อง)
  • อาร์เซนอล 6-0 ลียง (อุ่นเครื่อง)

วิเคราะห์เจาะลึก

ฤดูกาล 2015/16 ยังไม่ทันได้เริ่มต้นดี สาวก “เดอะ กุนเนอร์ส” บางคนก็แสดงถึงความไม่เชื่อใจในตัว อาร์แซน เวงเกอร์ กันแล้ว หลังจากที่ “ปืนใหญ่” ทำผลงานได้สุดน่าผิดหวังในนัดเปิดหัวซีซั่นด้วยการพ่ายแพ้ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คาบ้านแบบช็อคแฟนๆ 2-0… หลังจากนั้นลูกทีมของ อาร์แซน เวงเกอร์ ออกไปเยือน “ปราสาทแก้ว” คริสตัล พาเลซ และแม้จะคว้า 3 แต้มเต็มกลับบ้านมาได้ แต่ทรงบอลของทีมยังถือว่าคงต่ำกว่าสิ่งที่แฟนๆ คาดหวังอยู่มากทีเดียว

ขณะที่ทางฝั่ง “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เองแม้จะสามารถคว้าชัยชนะมาได้ 2 นัดติด แต่ผลงานในสนามแทบไม่ต่างอะไรกับทัพปืนใหญ่... ชัยชนะเหนือ สโต๊ค ซิตี้ 1-0 ในนัดเปิดหัวมีสิทธิที่จะจบลงด้วยผลเสมอไปแล้วหากไม่ได้ลูกยิงสุดสวยของ ฟิลิปป์ คูตินโญ ในช่วงท้ายเกมช่วยกู้สถานการณ์ของทีมไว้ได้ เช่นเดียวกับเกมถัดมาที่เปิดบ้านรับมือทีมน้องใหม่อย่าง บอร์นมัธ ที่พวกเขาเกือบเอาตัวไม่รอดและต้องอาศัยประตูของ คริสเตียน เบนเตเก้ ที่ดูกี่ครั้งๆ ก็น่าจะโดนจับล้ำหน้าคว้า 3 แต้มฝากแฟนๆ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุด ณ ตอนนี้ของพวกเขาคือชัยชนะ...ฟอร์มการเล่นที่สวยหรูแต่สุดท้ายจบด้วยผลเสมอหรือความพ่ายแพ้ย่อมไร้หมายความหมาย ยิ่งในสถานการณ์ของหงส์แดง ณ ตอนนี้แล้วทุกแต้มย่อมมีความหมาย เพราะพวกเขากำลังจะเข้าสู่ช่วงโปรแกรมเกมเยือนนรกแตก เริ่มด้วยบุกถิ่น อาร์เซนอล และตามด้วย แมนฯ ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน, สเปอร์ส และ เชลซี ตามลำดับ ฉะนั้นแม้ว่าพวกเขาจะเล่นไม่ดีแต่สุดท้ายปิดฉากเก็บด้วยชัยชนะในศึกบิ๊กแมตช์นี้ได้ก็น่าจะเป็นพื้นฐานที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทีมในแมตช์ต่อๆ ไปได้ดีทีเดียว

โดยจุดสำคัญที่จะชี้ขาดความเป็นไปของเกมนี้น่าจะอยู่ที่การรับมือเกมรุกของทั้งสองฝั่ง ลิเวอร์พูล ปีนี้ปรับสไตล์การเล่นมาเป็นบอลน้อยจังหวะและเน้นโยนยาวมากขึ้น ฉะนั้นพวกเขาน่าจะใช้ คริสเตียน เบนเตเก้ เป็นอาวุธหนักในการพักบอล หาจังหวะให้เพื่อนร่วมทีมรวมถึงจบสกอร์ด้วยตัวเอง ตรงนี้จุดนี้จึงเป็นหน้าที่ของ แพร์  แมร์เตซัคเกอร์ ที่ต้องตามประกบตัวกองหน้าทีมชาติเบลเยียมให้อยู่

แม้จะคว้าชัยชนะเหนือ คริสตัล พาเลซ ได้ 1-2 แต่ฟอร์มการเล่นยังทิ้งเครื่องหมายคำถามไว้ในใจแฟนๆ

ส่วนทางฝั่ง อาร์เซนอล นั้นจะยังคงเน้นระบบไล่เพรสซิ่งเร็วและต่อบอลสั้นหาช่องเช่นเคย ฉะนั้นหากหงส์แดงคิดจะมีแต้มกลับออกไปก็ต้องคิดหาวิธีรับมือกับเหล่านักเตะอันตรายของคู่ต่อสู้อย่าง อารอน แรมซีย์, เมซุด โอซิล และ ซานติ การ์ซอลา ให้ได้

คริสเตียน เบนเตเก้ อาวุธหนักตัวใหม่ของพลพรรคหงส์แดง

ข่าวข้างสนาม

ลิเวอร์พูล น่าจะยังคงต้องรอลุ้นผลตรวจอาการบาดเจ็บของกัปตันทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ว่าจะสามารถเรียกฟิตทันกลับมาช่วยทีมในเกมนี้ได้หรือไม่ ที่เหลือนั้นไม่มีปัญหาใครเจ็บเพิ่มนอกจาก แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ที่อาจต้องใช้เวลาอีกสองถึงสามสัปดาห์ในการฟื้นตัวและจบโปรแกรมกายภาพบำบัดก่อนกลับจะมาลงซ้อมให้ทีมได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งหนึ่ง

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมคนเก่งยังต้องรอเช็คฟิตต่อไป

มองมาทางฝั่ง อาร์เซนอล ตอนนี้แน่นอนแล้วว่าจะต้องขาด แจ็ค วิลเชียร์, โธมัส โรซิคกี้ และ แดนนี เว็ลเบค ที่ยังคงมีปัญหาอาการบาดเจ็บ นอกจากนั้นก็อยู่กันพร้อมหน้าทั้ง โอซิล, แรมซีย์, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, ธีโอ วัลค็อตต์ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์เลือดผู้ดียังเจ็บและจะชวดลงสนาม

ผู้เล่นน่าจับตา: คริสเตียน เบนเตเก้

อดีตกองหน้า แอสตัน วิลลา เจ้าของค่าตัวสูงลิ่วถึง 32.5 ล้านปอนด์เริ่มแสดงให้เห็นถึงคุณภาพฝีเท้าบ้างแล้ว โดยเฉพาะในเกมล่าสุดที่หงส์แดงเปิดบ้านเอาชนะ บอร์นมัธ ได้ 1-0 ที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยม ยิง 1 ประตูพร้อมกับเพิ่มมิติเกมรุกที่หลากหลายให้กับ ลิเวอร์พูล “ในมุมมองของผมนั้นคิดว่า เบนเตเก้ เป็นนักเตะที่มีประโยชน์กับทีมมากๆ” ร็อดเจอร์สกล่าวชมเจ้าตัว

“การพักบอลของเขานั้นยอดเยี่ยมากๆ และนอกจากนี้เขายังไปกับบอลได้ดีทีเดียว...ตลอดสามปีที่ผ่านมาผมไม่เคยมีผู้เล่นสไตล์นี้ซึ่งผมคิดว่าด้วยระบบการเล่นแบบใหม่ของเรา เขาจะเป็หัวใจสำคัญและเพิ่มความหลากหลายให้เกมรุกเราได้ ตอนนี้หลายๆ อย่างอาจจะดูไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่แต่ผมเชื่อว่าหากทุกคนได้จูนเข้ากันอย่างเต็มที่แล้วมันจะเป็นอีกหนึ่งซีซั่นที่น่าตื่นเต้นสำหรับพวกเราและแฟนบอลทุกคน”

วาทะสองกุนซือ

อาร์แซน เวงเกอร์ ดูจะพออกพอใจกับพัฒนาการของ ธีโอ วัลคอตต์ ในฤดูกาลนี้เป็นพิเศษ “ตอนนี้เขาโตเป็นคนหนุ่มเต็มตัวแล้ว เมื่อ 9 ปีก่อนเขาเข้ามาสู่ทีมในฐานะดาวรุ่งคนหนึ่ง แต่ตอนนี้ผมชื่อว่าเขาเริ่มมีประสบการณ์และเป็นนักเตะที่ดีขึ้นกว่าครั้งที่ผ่านมาๆ วัลค็อตต์เองเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์อยู่แล้วแต่โคร้ายที่เขามักจะได้รับบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด แต่ปัจจุบันเขากลับมาฟิตเต็มที่อีกครั้งและผมหวังว่าฤดูกาลนี้เขาจะอยู่ในสภาพร่างกายที่สมบูรณ์ต่อไปเรื่อยๆ”

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะกลับมาดวลฝีมือกับ อาร์แซน เวงเกอร์ เป็นครั้งแรกของซีซั่่นนี้

ขณะที่ทางฝั่ง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส นั้นแม้จะยอมรับว่าฟอร์มการเล่นอาจจะยังไม่ปะติดปะต่อเท่าไหร่ แต่เขารู้สึกพอใจกับทิศทางที่ทีมกำลังมุ่งหน้าไปอยู่พอสมควร “ในแง่ของผลการแข่งขันนั้นถือว่าเราทำได้ตามเป้า ส่วนเกมรับของเราก็เริ่มลงตัวมากขึ้นและมีสัญญาณที่ดีกว่าฤดูกาลที่แล้วพอสมควร ผมคิดว่าตอนนี้เราแค่ต้องพยายามปรับให้แต่ละคนเล่นเข้าขากันมากขึ้นเล็กน้อย และจากนั้นเราจึงจะมีรูปแบบการเล่นที่ดีได้ตามที่คาดหวัง”

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

  • อาร์เซนอล 4-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก, เมษายน 2015)
  • ลิเวอร์พูล 2-2 อาร์เซนอล (พรีเมียร์ลีก, ธันวาคม 2014)
  • อาร์เซนอล 2-1 ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ, กุมภาพันธ์ 2014)
  • ลิเวอร์พูล 5-1 อาร์เซนอล (พรีเมียร์ลีก, กุมภาพันธ์ 2014)
  • อาร์เซนอล 2-0 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก, พฤศจิกายน 2013)

ข้อมูลและสถิติน่าสนใจ

  • อาร์เซนอลพ่ายแพ้ให้ลิเวอร์พูลเพียงครั้งเดียวเท่านั้นตลอดการเจอกันในลีก 7 ครั้งที่ผ่านมา
  • แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่เอาชนะ อาร์เซนอล ในลีกได้บ่อยที่สุด (21 ครั้ง) ขณะที่ ลิเวอร์พูล คืออันดับสองที่เอาชนะปืนใหญ่ได้ (16 ครั้ง)
  • จนถึงตอนนี้ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่สถิติจำกัดโอกาสยิงตรงกรอบของคู่แข่งดีที่สุดในลีก โดย 2 นัดที่ผ่านมาพวกเขาปล่อยให้คู่ต่อสู้มีโอกาสยิงตรงกรอบแค่ 3 ครั้งเท่านั้น

FFT ฟันธง

เกมนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งเกมที่สูสีแต่ด้วยความที่ได้เล่นในบ้าน... อาร์เซนอลจึงน่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปได้ 2-1