Analysis

FFT พรีวิว: แมนฯ ยูไนเต็ด vs แมนฯ ซิตี้

Premier League | Old Trafford | Sun 25 Oct | 2:05pm

We are part of The Trust Project What is it?

ก่อนเกม

ครั้งแรกในฤดูกาลนี้สำหรับศึกดาร์บี้แมตช์แห่งศักดิ์ศรีระหว่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ...เดิมพันสำคัญคือตำแหน่งจ่าฝูงแต่จะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่จะคว้ามันไปครอง ความพร้อมของทั้งคู่เป็นเช่นไรติดตามได้ที่นี่

ฟอร์ม แมนฯ ยูไนเต็ด

  • ซีเอสเคเอ 1-1 ยูไนเต็ด (CL)
  • เอฟเวอร์ตัน 0-3 ยูไนเต็ด (Prem)
  • อาร์เซนอล 3-0 ยูไนเต็ด (Prem)
  • ยูไนเต็ด 2-1 โวล์ฟสบวร์ก (CL)
  • ยูไนเต็ด 3-0 ซันเดอร์แลนด์ (Prem)

ฟอร์ม แมนฯ ซิตี้

  • ซิตี้ 2-1 เซบีญา (CL)
  • ซิตี้ 5-1 บอร์นมัธ (Prem)
  • ซิตี้ 6-1 นิวคาสเซิล (Prem)
  • กลัดบัค 1-2 ซิตี้ (CL)
  • สเปอร์ส 4-1 ซิตี้ (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

ผ่านมาปรมาณหนึ่งปีเศษนับตั้งแต่นายใหญ่เลือดดัตช์อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล ตบเท้าเข้ามากุมบังเหียนในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด และจนถึงตอนนี้คงน่าจะพูดได้ว่าผลงานของ "ปีศาจแดง" ภายใต้การดูแลของอดีตบิ๊กบอสทีมชาติฮอลแลนด์ออกจะแปลกอยู่สักหน่อย ...แปลกเพราะด้วยสไตล์การเล่นที่เจ้าตัวเคยนำพาสู่ บาเยิร์น มิวนิค และ "ทัพอัศวินสีส้ม" หลายๆ คนจึงคาดหวังที่จะได้เห็นการเล่นฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่กลับกันฟอร์มการเล่นของ "เดอะ เรด เดวิลส์" ไม่เคยเร้าใจขนาดนั้น แม้จะอยู่ในที่ฟอร์มร้อนแรงสุดๆ ก็ตามที

แมตช์เดียวที่พอจะพูดได้ว่าพวกเขาเล่นได้รวดเร็ว รุนแรง และน่าติดตาม ก็คือนัดที่เปิดบ้านเอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล 3-1 แต่ผลงานในนัดนั้นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับมาตรฐานทั่วไปที่พวกเขาแสดงให้เห็นในนัดอื่นๆ ...ยกตัวอย่างเช่นเกมบุกเชือด เอฟเวอร์ตัน 0-3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายๆ คนอาจจะคิดว่ามันเป็นเกมที่สนุกสนานตื่นเต้นหากดูจะผลการแข่งขัน แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นตรงกันข้าม วิถีฟุตบอลที่ ฟาน กัล เลือกใช้อาจไม่ถึงกับน่าเบื่อ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความรู้สึกจรรโลงใจให้กับแฟนบอลที่ติดตามผลงาน

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการคว้าชัยชนะ - มันคือมาตรฐานชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงที่สุดในโลกลูกหนัง - แม้ว่าฟอร์มในสนามจะไม่ได้สวยหรูเท่าไหร่ แต่ หลุยส์ ฟาน กัล ก็รู้ดีว่าเขาควรทำอย่างไรให้ทีมเก็บ 3 คะแนนให้ได้มากที่สุด และการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 3 ของตารางพร้อมกับมีคะแนนห่างจาก "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ เพียง 2 คะแนนก็ชี้ให้เห็นว่านายใหญ่เลือดดัตช์คนนี้เป็นมืออาชีพแค่ไหน

...อาจจะไม่สนุกสนามและชวนง่วงสักหน่อย แต่สโมสรแห่งนี้กำลังขยับเข้าใกล้ตำแหน่งที่มันควรอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ และนั่นก็คือพื้นที่บนสุดของตารางคะแนน

Louis van Gaal

หลุยส์ ฟาน กัล เริ่มยิ้มออกเมื่อฟอร์มของทีมเข้าร่องเข้ารอย...ขณะที่ เวย์น รูนีย์ กำลังเจอกับฝันร้ายฟอร์มร่วง

ขณะเดียวกันเรื่องราวการเกิดใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แทบจะเป็นนิยายคนละประเภท แม้ว่าผลการแข่งขันอาจคาดเดาได้ยากบ้างในบางครั้ง แต่วิถีฟุตบอลที่พวกเขาเล่น - โดยเฉพาะในยุคของ มานูแอล เปเยกรินี - และดราม่าครบรสที่มักเกิดขึ้นกับเรือใบสีฟ้าเสมอๆ คือเครื่องบันเทิงใจชั้นดีของคอฟุตบอลทั่วโลก

ไล่ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นที่ ชีค มานซูร์ เพิ่งเข้ามาสู่สโมสรที่ "เดอะ ซิติเซน" เป็นเพียงแค่ทีมลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์กับ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส, ลูกยิงดราม่าเกินร้อยในนาทีสุดท้ายของ เซร์คิโอ กุน อเกวโร ที่พาทีมคว้าแชมป์สมัยแรกในรอบนับสิบปีเหนือคู่ปรับร่วมเืองอย่าง ปีศาจแดง แบบสุดเจ็บใจ ไปจนถึงการค้วาแชมป์ลีกอีกหนึ่งสมัยเหนือ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2013/14

...คงไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่ารสชาติดราม่าลูกหนังที่พวกเขามักนำมาเสิร์ฟแก่คอบอลทำให้ ซิตี้ กลายเป็นสีสันเฉดใหม่ที่แตกต่างและน่าสนใจของฟุตบอลลีกสูงสุดในเกาะอังกฤษ

สำหรับฤดูกาลนี้พวกเขาเริ่มต้นซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อคว้าชัยชนะได้ 7 จาก 9 เกมที่ลงแข่งขันและรั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนนอย่างเต็มภาคภูมิ โดย 3 คะแนนที่พวกเขาคว้ามาไม่เคยได้มาด้วยวิธีการอันน่าเบื่อจืดชืด แต่มาด้วยการเล่นฟุตบอลที่สนุกสนานและเน้นบุกแหลกไว้ก่อน ซึ่งบางครั้งมันก็มากเกินไปจนทีมเสียสูญได้เหมือนกัน ผลงานที่แพ้ เวสต์แฮม และ สเปอร์ส คือตัวอย่างชั้นดีถึงข้อสังเกตนี้

ฉะนั้นศึกดาร์บี้แห่งเมืองแมนเชสเตอร์ไม่เพียงแต่จะเป็นการพบกันระหว่างสองทีมที่มีสไตล์การเล่นฟุตบอลที่แตกต่างกันสุดขั้วเท่านั้น แต่เดิมพันสำคัญของมันคือตำแหน่งจ่าฝูงที่รอคอยผู้ชนะ รวมถึงการพิสูจน์ว่าใครเป็น "เจ้ย" ของลีกที่แท้จริงหลังช่วงซัมเมอร์ลงทุนมหาศาลด้วยกันทั้งคู่

ข่าวข้างสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะขาดสองผู้เล่นอย่าง ลุค ชอว์ และ แอชลีย์ ยัง ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ นอกจากนั้นอยู่กันพร้อมหน้า ...คริส สมอลลิง และ ฟิล โจนส์ น่าจะได้รับโอกาสให้จับคู่ในตำแหน่งปราการหลังต่อไป ขณะที่ในแผงมิดฟิลด์มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นทริโอระหว่าง บาสเตียน ไชวน์สไตเกอร์, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน และ อันเดอร์ เอร์เรรา ส่วนกองหน้าจะมี เวย์น รูนีย์ ทำเกมรุกร่วมกับ ฆวน มาต้า และ อ็องโธนีย์ มาร์กซิยัล

ทางด้านซิตี้น่าจะได้กัปตันทีมอย่าง แว็งซองต์ กอมปานี พร้อมลงสนามหลังบาดเจ็บและพลาดไปแล้ว 7 เกมก่อนหน้านี้ แต่ยังจะขาดสองผู้เล่นหัวใจของทีมอย่าง เซร์คิโอ กุน อเกวโร และ ดาบิด ซิลบา ที่ยังต้งพักฟื้น ฉะนั้นอาจมีโอกาสที่ ยาย่า ตูเร่ จะถูกดันสูงไปแล้วหลังกองหน้า โดยมีผู้เล่นริมเส้นอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง และ เควิน เด บรอยน์ ปั้นเกมรุกให้กับศูนย์หน้าตัวเป้าอย่าง วิลเฟรด โบนี

Kevin De Bruyne, Vincent Kompany

แว็งซองต์ กอมปานี กลับมาพร้อมลงสนามแล้วแต่ยังต้องลุ้นเบียดตำแหน่งตัวจริงกับผู้เล่นคนอื่นที่เหลือ

ประกบคู่: เดอ บรอยน์ vs "ชไวเดอร์ลิน"

การที่ ดาบิด ซิลบา ได้รับบาดเจ็บย่อมเป็นข่าวร้ายที่น่าเสียดายของ "เดอะ ซิติเซน" แต่นั่นก็ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพตัวเก่งทีมชาติเบลเยียมได้วาดลวดลายฝีเท้าในตำแหน่งเพลย์เมคเกอร์หมาเลย "10" ที่ตัวเองถนัด ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ปล่อยให้ใครต้องผิดหวังเมื่อฝากผลงานระดับท็อปด้วยการขับเคลื่อนเกมรุกในนัดเปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ 5-1 ต่อด้วยการลงมาเป็นซุเปอร์ซับซัดประตูนาทีท้ายพาเรือใบเก็บชัยท้ายเกมเหนือ เซบีญา ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

วิสัยทัศน์การผ่านบอลอันเหนือชั้นและสปีดที่รวดเร็วว่องไวทำให้อดีตตัวรุกโวล์ฟสบวร์กเป็นกองกลางที่สามารถสร้างอันตรายให้กับคู่แข่งได้ทุกเมื่อ และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ รวมถึง มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน จะต้องเจอกับบททดสำคัญในการรับมือแนวรุกมากพรสวรรค์คนนี้

สองคู่หูมิดฟิลด์ปีศาจแดงได้รับการยกย่องอย่างมากในการสร้างความสมดุลให้กับแผงกองกลางของทีม แต่จุดอ่อนก็คือพวกเขามีความเร็วที่จำกัดและมักโดนผู้เล่นที่มีความเร็วโจมตีอยู่บ่อยๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือนัดที่พวกเขาบุกไปพ่ายแพ้ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล แบบหมดรูป 3-0 เกมนั้นกองกลางปีศาจแดงล้มเหลวโดยสิ้นเชิงกับารตามสปีดเกมที่รวดเร็วของ อเล็กซิส ซานเชซ, ซานติ การ์ซอลา และ เมซุด โอซิล

...มาเกมนี้พวกเขาจะต้องเจอกับงานหินอย่างการตามประกบ เควิน เดอ บรอยน์ ที่กำลังฟอร์มแรงสุดๆ และจุดปะทะสำคัญตำแหน่งนี้มีโอกาสสูงที่จะเป็นตัวชี้ขาดผลการแข่งขันระหว่างสองทีมจากแมนเชสเตอร์

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

  • ยูไนเต็ด 4-2 ซิตี้ (PL, เม.ย. 15)
  • ซิตี้ 1-0 ยูไนเต็ด (PL, พ.ย. 14)
  • ยูไนเต็ด 0-3 ซิตี้ (PL, มี.ค. 14)
  • ซิตี้ 4-1 ยูไนเต็ด (PL, ก.ย. 13)
  • ยูไนเต็ด 1-2 ซิตี้ (PL, เม.ย. 13)

สองกุนซือ

"เราต้องคงเส้นคงวามากกว่านี้" คือคำพูดของ หลุยส์ ฟาน กัล ในนัดที่ปีศาจแดงบุกไปเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน คาบ้าน 0-3 "สัปดาห์หน้าหากเราเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ เมื่อนั้นเราถึงจะเริ่มพูดได้ว่าเป้าหมายของเราคือการคว้าแชมป์ลีก" ...เรียกได้ว่าไม่มีกั๊กเลยสำหรับอดีตกุนซืออํสวินสีส้มที่ชี้ชัดเจนว่าหากแพ้ก็เลิกคิดเรื่องแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ได้เลย

ขณะเดียวกัน มานูแอล เปเยกรินี ของ แมนฯ ซิตี้ ได้รับคำชมอย่างล้นหลามถึงสไตล์ฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจซึ่งเขาพำเข้าสู่สโมสร ...ฤดูกาลนี้ลูกทีมของเฮดโค้ชชาวชิลียิงประตูไปแล้วถึง 24 ลูก - มากกว่าทุกทีมในลีก - และเกมรับเองก็แข็งแกร่งใช้ได้เมื่อเสียแค่ 8 ลูกเท่านั้น (น้อยที่สุดเป็นอันดับสองในลีก) ซึ่งสุดสัปดาห์นี้เขาจะพาทีมเดินทางข้ามฝั่งเมืองไปยัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด และในเกมนี้ที่มีตำแหน่งจ่าฝูงเป็นเดิมพัน - ยังไม่รวมถึงศักดิ์ศรีที่กินกันไม่ลง - เป้าหมายที่พวกเขาต้องทำให้ได้เพื่อเดินหน้าคว้าแชมป์ลีกแบบเต็มกำลังก็คือการยัดเยียดความปราชัยและกลับออกมาด้วยชัยชนะพร้อมกับ 3 คะแนนในมือ

Kevin De Bruyne, Manuel Pellegrini

มานูเอล เปเยกรินี ต้องขอบคุณจอมทัพค่าตัวแพงทีมชาติเบลเยียมที่ยิงประตูชัยในนาทีสุดท้ายเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข้อมูลและสถิติน่าสนใจ

  • หากเอาชนะได้ในเกมนี้ นั่นจะเป็นการชนะหนที่ 50 ของ แมนฯ ซิตี้ ในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ (ชนะ 49 เสมอ 50 แพ้ 69).
  • เวย์น รูนีย์ คือนักเตะที่ทำประตูในศึกแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ได้มากที่สุดนับตั้งแต่ที่ทั้งคู่เคยเจอกัน โดยยิงไปทั้งหมด 11 ประตูรวมทุกรายการ
  • เควิน เดอ บรอยน์ มีสถิติแอสซิสต์ 23 ครั้งจากการลงสนามในลีก 51 นัดนับตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว (รวมช่วงเวลาในบุนเดสลีกา) มากที่สุดเป็นอันดับสองในห้าลีกดังของทวีปยุโรป

FourFourTwo ฟันธง

เกมนี้ออกมาได้หลายหน้า...แต่ผลเสมอ 1-1 น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด

ดาวน์โหลด STATS ZONE ฟรี บน iOS • และ Android