FFT พรีวิว: ชลบุรี เอฟซี - บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ชลบุรี สเตเดี้ยม I พุธที่ 19 สิงหาคม I เวลา 19.00 น. I ช่องถ่ายทอดสด true SPORT HD2

ก่อนเกม

ชลบุรี เอฟซี กลายเป็นทีมที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาด้วยสถิติชนะรวด 6 นัด จนทำให้ทีมกลับมารั้งอันดับ 4 หลังผ่านไป 20 นัดมีแต้มตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงเพียง 5 คะแนน ฉะนั้นเกมนี้จะมีผลอย่างมากต่อการลุ้นแชมป์ในบั้นปลาย

วิเคราะห์เจาะลึก

หลังจากพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ บีอีซี เทโรศาสน 2-1 ได้ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชลบุรี เอฟซี จะเจอกับด่านทดสอบสำคัญที่จะพิสูจน์ว่าพวกเขาสมควรเป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก แน่นอนว่าเป้าหมายก็คือการเป็นทีมแรกที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ในซีซั่นนี้

ข้อเสียเปรียบเล็กน้อยในเกมนี้ของ ชลบุรี คือการมีเวลาพักน้อยกว่า บุรีรัมย์ ที่ลงเล่นไปในวันเสาร์ 1 วัน แต่หลังจากนี้ทุกทีมจะได้พักร่วมเดือนกว่าจะกลับมาแข่งกันใหม่ ทั้งสองทีมจึงไม่จำเป็นต้องออมแรงเอาไว้แต่อย่างใด

เกมรุกถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ฉลามชลทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมาโดยพวกเขามีสถิติการยิงประตูมากที่สุดในไทยพรีเมียร์ลีกเวลานี้จำนวน 41 ประตู ขณะที่ ติอาโก คุนญา ก็กำลังเข้าฝักสุดๆยิงไป 6 ประตูจาก 4 นัด รวมทุกรายการ ทั้งที่อนาคตของเขากับทีมในปีหน้าก็ยังไม่แน่นอน นอกจากนี้ เลอันโดร อัสซัมเซา ก็เป็นพาร์ทเนอร์ชั้นยอดที่พร้อมปั้นเกมและทำประตูเองได้ด้วยจุดเด่นที่ความเร็ว

เช่นเดียวกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เองก็มีอาวุธสำคัญที่คู่หูบราซิลเลียนอย่าง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ผู้นำดาวซัลโวด้วยจำนวน 16 ประตูและมีค่าเฉลี่ยยิงประตูเกือบ 1 ลูกต่อนัด กับ กิลแบร์โต มาเชนา ซึ่งกลับมาพังประตูให้ทีมได้แล้วในเกมเอาชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี 1-0 แม้จะยังไม่สามารถใช้งาน แจนด์สัน ดอส ซานโต้ส กองหน้ารายใหม่ที่เพิ่งคว้าตัวมาในเลกสองแต่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานทันที

ข่าวข้างสนาม

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่สงบเรียบร้อยดีนักบนใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครฯจากเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์จนมีผู้เสียชีวิตหลายราย ช่วงค่ำวันที่ 17 สิงหาคม หรือก่อนเกมนัดนี้จะเริ่มต้น 2 วัน สร้างความกังวลว่าการแข่งขันนัดกลางสัปดาห์จะถูกเลื่อนออกไป แต่ ทีพีแอล ตัดสินใจเดินหน้าต่อโดยกำชับเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบสัมภาระแฟนบอลอย่างเข้มงวดมากขึ้นแทน ซึ่งเกมระหว่าง ชลบุรี เอฟซี กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นหนึ่งในแมตช์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดแน่นอนเนื่องจากบัตรเข้าชมกว่า 8,600 ที่นั่งถูกขายหมดอย่างรวดเร็ว และไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ทางชลบุรีก็ยืนยันแล้วว่าไม่มีการปล่อยตั๋วยืนให้แฟนบอลเข้ามาเกินความจุเพื่อความปลอดภัย

ขณะที่ทัพฉลามชลได้รับข่าวดีเมื่อ จีระศักดิ์ โจมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของทีมยืนยันในงานแถลงข่าวมีตเดอะเพรสว่า นูรูล ศรียานเก็ม ปีกขวาทีมชาติไทยที่เจ็บเข่าไป 2 สัปดาห์จะหายกลับมาช่วยทีมได้ในเกมนี้ ซึ่งถือว่าเร็วกว่ากำหนดเดิมที่อาจต้องพัก 1 เดือน ซึ่งกลายเป็นข่าวดีไปถึงทีมชาติไทยที่จะทำศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กับ อิรัก วันที่ 8 กันยายนนี้ด้วย 

ดีโอโก้ หลุยส์ ซานโต กองหน้าบราซิลเลี่ยนฟอร์มร้อนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ติอาโก้ คุนญ่า กองหน้าแซมบ้าของเจ้าถิ่นฉลามชล แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เป็นรองใคร

ประกบคู่ : ติอาโก้ คุนญ่า VS อันเดรส ตูเญซ

ย้อนกลับไปต้นฤดูกาล ชลบุรี มีผลงานที่ไม่คงเส้นคงวามากนัก ส่วนหนึ่งคงหนีไม่พ้นการขาดหายไปของ ติอาโก คุนญา อีกทั้งข่าวคราวเรื่องอนาคตของเขากับทีมก็ดูจะส่งผลต่อฟอร์มการเล่นพอสมควร แต่จนถึงขณะนี้ ดาวยิงวัย 30 ปีพิสูจน์แล้วว่าเขายังคงมุ่งมั่นและมีสมาธิในการช่วยทีมอยู่เสมอ ด้วยสถิติการเล่น 13 นัดยิงไป 8 ประตูในไทยพรีเมียร์ลีก แต่แน่นอนว่าคู่ต่อสู้ในนัดนี้คือปราการหลังที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในลีก

ภูผาหินแห่งเวเนซุเอล่าเป็นกองหลังที่โปร์ไฟล์ดีที่สุดเท่าที่ไทยพรีเมียร์ลีกเคยมีมาคนหนึ่งเลยทีเดียวโดยมีประสบการณ์เคยเป็นตัวหลักของเซลต้า บีโก้ ในลาลีกา สเปน และเป็นผู้เล่นจากลีกไทยหนึ่งเดียวในเวทีโคปาอเมริกาครั้งล่าสุดเป็นเครื่องการันตี

การหายกลับมาจากอาการบาดเจ็บของ อันเดรส ตูเญซ ทำให้แนวรับของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากต้องสลับเอา โก ซุล กิ ลงมาเป็นกองหลังคนสุดท้ายแต่ก็ยังส่งผลต่อความสมดุลในแผงมิดฟิลด์ที่ต้องเสียไปแทน อย่างไรก็ตามเกมนี้ ตูเญซ จะต้องพบกับความยากลำบากไม้น้อยในการหยุดศูนย์หน้าที่มีทั้งความเร็ว มันสมอง ครบเครื่องอย่างคุนญ่า

ผลการแข่งขัน 5 นัดหลังสุด ชลบุรี เอฟซี

16/08/15 ชนะ บีอีซี เทโรศาสน 1-2

12/08/15 ชนะ ศรีสะเกษ เอฟซี 2-3

08/08/15 ชนะ ราชบุรี มิตรผล 2-1

01/08/15 ชนะ ชัยนาท ฮอร์นบิล 1-5

29/07/15 ชนะ สุโขทัย 1-2

ผลการแข่งขัน 5 นัดหลังสุด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

15/08/15 ชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี 1-0

12/08/15 ชนะ บางกอกกล๊าส 1-3

09/08/15 ชนะ ศรีสะเกษ 0-1

05/08/15 เสมอ ลำพูน วอร์ริเออร์ 0-0

01/08/15 เสมอ เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-2

สองกุนซือ

เทียบประสบการณ์กันแล้วต้องยกให้ อเล็กซานเดอร์ กาม่า มีภาษาดีกว่า จเด็จ มีลาภ อยู่พอสมควรเพราะนอกจากการพาทีมคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่แล้วด้วยการเบียด ชลบุรี เอฟซี ในช่วงท้าย ยังผ่านการคุมทีมในระดับเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งการทำงานทั้งกุนซือกียองนัม ในเคลีก และผู้ช่วยทีมชาติเกาหลีใต้

ด้าน มาสเซอร์เด็จ ต้องพบกับความกดดันจากแฟนบอลฉลามชลมาตั้งแต่รับงานต่อจาก มาซาฮิโระ วาดะ ที่พาทีมได้รองแชมป์สองรายการเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็สามารถทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเกมนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีว่าเขาจะพาทีมมีลุ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์เหมือนที่เคยทำได้ในปี 2007 หรือไม่

การพบกันในเลกแรก

11 /03 15 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 ชลบุรี เอฟซี : ประกิต ดีพร้อม 66' ,โก ซุลกิ (OG) 84'

ข้อมูลและสถิติน่าสนใจ

- ชลบุรี เอฟซี และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นสองทีมที่มีสถิติชนะรวดในลีกปีนี้มากที่สุดที่จำนวน 6 นัดเท่ากัน

- ทั้งสองทีมเจอกันมาในไทยพรีเมียร์ลีกทั้งหมด 11 นัด(ตั้งแต่ปี 2010) บุรีรัมย์ ชนะ 5 เสมอ 3 ชลบุรี ชนะ 3

- บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยทำสถิติไม่แพ้ใครในบ้านไว้นานถึง 39 นัดติดต่อกันก่อนถูก ชลบุรี เอฟซี บุกมาเอาชนะเอาชนะไป 4-3 เมื่อปี 2012

- ดาวยิงสูงสุดสองอันดับแรกของ ชลบุรี คือ ติอาโก คุนญา และ เลอันโดร อัสซัมเซา (8 ประตู) ส่วน บุรีรัมย์ คือ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต (16ประตู) และ กิลแบร์โต มาเชนา 9 ประตู ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นชาวบราซิล