Analysis

FFT พรีวิว: เวสต์แฮม vs เชลซี

พรีเมียรลีก | อัพตัน พาร์ค | เสาร์ที่ 24 ต.ค. | 21.00 น.

We are part of The Trust Project What is it?

ก่อนเกม

บทบาทที่สลับสับเปลี่ยนกันระหว่างทั้งสองทีมเมื่อ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม กำลังไล่ลาชัยชนะเพื่อตำแหน่งจ่าฝูงของตาราง ขณะที่ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี หวังเดินหน้าเพื่อขยับตัวเองสู่พื้นที่ครึ่งบนของตารางคะแนน ...ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ ติดตามความพร้อมทั้งสองทีมได้ที่นี่!

ฟอร์มเวสต์แฮม

  • พาเลซ 1-3 เวสต์แฮม (Prem)
  • ซันเดอร์แลนด์ 2-2 เวสต์แฮม (Prem)
  • เวสต์แฮม 2-2 นอริช (Prem)
  • เลสเตอร์ e2-1 เวสต์แฮม (LC)
  • แมนฯ ซิตี้ 1-2 เวสต์แฮม (Prem)

ฟอร์มเชลซี

  • ดินาโม เคียฟ 0-0 เชลซี (CL)
  • เชลซี 2-0 วิลลา (Prem)
  • เชลซี 1-3 เซาแธมป์ตัน (Prem)
  • ปอร์โต้ 2-1 เชลซี (CL)
  • นิวคาสเซิล 2-2 เชลซี (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

เดินหน้าหนึ่งก้าว ถอยหลังอีกสองก้าว...คือคำจกัดความที่น่าจะตรงตัวที่สุดแล้วสำหรับ เชลซี ในฤดูกาลนี้ ทีแรกดูเหมือนว่าปัญหาของ "สิงห์บลู" จะเป็นเรื่องฟอร์มการเล่นที่ตกฮวบจนน่าใจหาย แต่จากผลงานที่แตกต่างสุดขั้วในสองหลังสุดทำให้เราได้เห็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญของพวกเขา และนั่นก็คือการรักษามาตรฐานการเล่นให้ต่อเนื่อง

แม้จะไม่ได้ใกล้เคียงกับฟอร์มเมื่อปีก่อน แต่การเปิดบ้านเอาชนะ "สิงห์ผงาด" แอสตัน วิลลา 2-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สร้างความพอใจและเชื่อมั่นให้กับแฟนๆ ได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเก็บคลีนชีทครั้งที่สองประจำฤดูกาลได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามความหวังของสาวกเชลซีต้องสลายไปอย่างรวดเร็วเมื่อกลางสัปดาห์พวกเขาทำได้แค่บุกไปเสมอกับ ดินาโม เคียฟ 0-0 โดยแทบจะสร้างสรรค์โอกาสใกล้เคียงในการพังประตูไม่ได้เลย

แต่แนวรับ "สิงห์บลู" ที่เริ่มเข้ารูปเข้ารอยมากขึ้นและเก็บคลีนชีทได้สองนัดติดต่อกันก็ยังเป็นเรื่องที่ทำแฟนๆ ได้อุ่นใจ โดยเฉพาะ เนมันยา มาติช กองกลางตัดเกมเลือดเซิร์บที่ดูเหมือนจะควานหาฟอร์มเก่งตัวเองเจอจนได้ อย่างไรก็ตามปัญหาใหญ่ก็ยังไม่จางหายไปไหนเมื่อเกมรุกของทีมยังดูไร้มิติและปราศจากจินตนการอย่างน่าเป็นห่วง...

ประตูเกือบทั้งหมดของ เชลซี ในฤดูกาลนี้มาจากจังหวะเซ็ตพีซ, ลูกยิงไกล และความผิดพลาดของแนวรับคู่แข่งเป็นส่วนใหญ่ การสร้างสรรค์เกมในจังหวะโอเพนเพลย์ยังแทบไม่มีให้เห็นและมันเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับทีมที่ต้องลุ้นป้องกันแชมป์ ฉะนั้นจึงไม่เกินความจริงไปนักหากจะพูดว่า "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงสุดๆ ดูจะมีภาษีเหนือกว่าในการเก็บชัยชนะครั้งนี้

ที่น่าสนใจคือชัยชนะ 5 จาก 9 เกมของ "เดอะ แฮมเมอร์ส" ล้วนมาจากการคว่ำบรรดาบิ๊กเนมอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล ...ไม่แน่เป้าหมายต่อไปของพวกเขาอาจะเป็น เชลซี

สลาเวน บีลิช อดีตปราการหลังของทีมที่เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือในฤดูกาลนี้ได้เปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่นของเวสต์แฮมโดยสิ้นเชิง จากทีมที่เล่นได้น่าเบื่อจืดชืดกลายเป็นทีมที่มีเกมรุกอันตราย โต้กลับรวดเร็ว แม่นยำและคมกริบ ...ปัจจัยสำคัญคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากแนวรุกตัวใหม่อย่าง ดิมิทรี ปาเยต์ ที่เล่นดีสุดๆ ทำไปแล้ว 5 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โอลิมปิก มาร์กเซย

แม้ว่าจะยิงประตูไม่ได้ แต่ฟอร์มการเล่นส่วนตัวของ เอแด็น อาซาร์ ในนัดล่าสุดก็มีสัญญาณบวกที่น่าพอใจ

แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไร้จุดอ่อนซะทีเดียว ...ปัญหาหลักๆ ของทัพขุนค้อนในฤดูกาลนี้ก็คือพวกเขามักจะทำผลงานได้ดีในเกมเยือนแต่กลับเป็นตรงกันข้ามยามได้ลงเล่นในรังเหย้า โดย เวสต์แฮม เก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวเท่านั้นจากการลงเล่นในบ้านทั้งหมด 4 นัด (ที่เหลือเสมอไป 1 และแพ้ไปถึง 2 เกม) ...ฉะนั้นหากดูตัวเลขแล้วบางที เชลซี น่าจะดีใจไม่น้อยที่ได้ดวลกันในถิ่น อัพตัน พาร์ค 

ข่าวข้างสนาม

โลอิค เรมี และ เปโดร โรดริเกซ ที่ไม่ได้ร่วมเดินทางไปทำศีกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์น่าจะฟื้นสภาพร่างกายทันกลับมาลงสนามในเกมนัดนี้ แต่ โชเซ มูรินโญ จะต้องขาดสองผู้เล่นในแนวรับอย่าง บรานิสลาฟ อิวาโนวิช และ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ที่ยังบาดเจ็บอยู่ ขณะที่ เอแด็น อาซาร์ ปีกเจ้าของรางวัลผู้เล่นแห่งปีเมื่อฤดูกาลก่อนที่โดนดร็อปเป็นตัวสำรองในเกมลีกนัดล่าสุดกับ แอสตัน วิลลา ยังต้องลุ้นว่าจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงหรือไม่

ขณะเดียวกัน สลาเวน บีลิช จะยังไม่มี วินสตัน รีด ปราการหลังตัวเก่งที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ เช่นเดียวกันกับ โจอี้ โอไบรอัน และ อเล็กซ์ ซง ส่วน วิคเตอร์ โมเสส ลงสนามไม่ได้เนื่องจากไม่สามารถดวลกับต้นสังกัดที่แท้จริงได้

การขาดหายไปของ วิคเตอร์ โมเสส จะส่งผลต่อทัพขุนค้อนอย่างแน่นอน

ประกบคู่ : ดิมิทรี ปาเยต์ vs เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

ดิมิทรี ปาเยต์ กำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งความสุขกับชีวิตในอังกฤษเมื่อเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมจนบรรดาบิ๊กทีมต่างก็ต้องเสียดายที่ไม่ได้คว้าลายเซ็นเจ้าตัวไปร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ โดยนัดล่าสุดปีกจอมพลิ้วชาวฝรั่งเศสก็เพิ่งจะกดหนึ่งประตูให้ทีมบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1 และเกมที่จะถึงนี้เขาก็ยังเป็นคีย์แมนสำคัญในเกมรุกของทีมอย่างไม่มีข้อสงสัย

ขณะเดียวกัน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ที่ตอนเปิดฉากฤดูกาลใหม่ๆ ดูจะหลุดฟอร์มไปไกลก็เริ่มกลับเข้าฝั่งได้อีกครั้งหลังได้เล่นตำแหน่งถนัดฟูลแบ็คฝั่งขวาในเกมนัดล่าสุดที่เสมอกับ ดินาโม เคียฟ และเนื่องจากทีมจะไม่มี อิวาโนวิช ที่ติดปัญหาอาการบาดเจ็บนั่นจึงหมายความว่าแนวรับทีมชาติสเปนจะได้โอกาสลงเล่นในตำแหน่งถนัดต่อไป ซึ่งเขาจะเป็นความหวังของเชลซีในการตามประกบ ดิมิทรี ปาเยต์ เพื่อทำลายจังหวะการขึ้นเกมรุกของคู่ต่อสู้

ทั้งนี้หาก เชลซี หวังจะบุกมาเก็บชัยชนะให้ได้ การหยุดอดีตโอแอ็มคือสิ่งที่พวกเขาต้องทำให้ได้ แต่มันคงไม่ง่ายนักเพราะนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งที่ลอนดอน เจ้าตัวก็ทำผลงานได้น่าประทับใจสม่ำเสมอ สร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูถึง 39 ครั้ง มากที่สุดในบรรดาแข้งทุกคนของพรีเมียร์ลีก ฉะนั้น อัซปิลิกวยต้า จะต้องเจองานหนักอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และบางทีจุดชี้ขาดผลการแข่งขันอาจอยู่ที่การดวลระหว่างสองคนนี้ว่าใครจะเป็นฝ่ายโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากกว่ากัน

เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า มีสถิติที่ดีเยี่ยมในการเข้าสกัด ขณะที่ ดิมิทรี ปาเยต์ เองก็มีสถิติการสร้างสรรค์เกมที่อันตรายไม่แพ้กัน

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

  • เวสต์แฮม 0-1 เชลซี (PL, มี.ค. 15)
  • เชลซี 2-0 เวสต์แฮม (PL, ธ.ค. 14)
  • เชลซี 0-0 เวสต์แฮม (PL, ม.ค. 14)
  • เวสต์แฮม 0-3 เชลซี (PL, พ.ย. 13)
  • เชลซี 2-0 เวสต์แฮม (PL, มี.ค. 13)

สองกุนซือ

โชเซ มูรินโญ กุนซือ "เดอะ แฮปปี้ วัน" ของ เชลซี ดูจะไม่ "แฮปปี้" เท่าไหร่นักในเวลานี้ และเหยื่อในสโมสรคนล่าสุดที่โดนเฮดโค้ชโปรตุกีสโจมตีก็คือลูกรักอย่าง เอแด็น อาซาร์ ที่โดนวิจารณ์หลังจบเกมเปิดบ้านเอาชนะ แอสตัน วิลลา ว่าไม่ช่วยทีมเล่นเกมรับและขาดวินัยรวมถึงความขยันในการไล่บอล ...แม้จะมีหลายเสียงที่ออกมาให้การสนับสนุนและยืนยันว่าอดีตบอสราชันชุดขาวจะยังได้ทำทีมต่อไป แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มูรินโญ กำลังตกอยู่ในความกดดันอันมหาศาลและหากเขาล้มเหลวกับการพาทีมทำผลงานดีขึ้น คงไม่มีอะไรหยุดยั้ง โรมัน อบราโมวิชจากการปลดเจ้าตัวพ้นเก้าอี้เป็นครั้งที่สอง

ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงกับสถานการณ์ของ สลาเวน บีลิช ที่ก่อนฤดูกาลจะเริ่มต้นโดนหลายๆ ฝ่าย - รวมถึงแฟนบอลขุนค้อน - วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเฮดโค้ชของทีมเพราะขาดประสบการณ์การคุมทีมในพรีเมียร์ลีก แต่หลังจากผ่านมา 9 นัดเชื่อได้เลยว่าสาวก "เดอะ แฮมเมอร์ส" คงจะเปลี่ยนความคิดและลืมคำสบประมาทของตัวเองเป็นปลิดทิ้ง เพราะเฮดโค้ชชาวโครแอตกำลังพาทีมติดลมบนและใกล้เคียงกับการคว้าตั๋วลุยเวทียุโรปมากที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา

ลูกทีมของ สลาเวน บีลิช มีสถิติในการเจอกับบรรดาทีมบิ๊กเนมที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ในซีซั่นนี้

ข้อมูลและสถิติที่น่าสนใจ

  • เชลซีเป็นทีมที่เสียประตูจากลูกโหม่งเยอะที่สุดในฤดูกาลนี้ โดยโดนลงโทษจากลูกกลางอากาศไปแล้วทั้งหมด 5 ครั้งด้วยกัน
  • เวสต์แฮมเอาชนะเชลซีได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นจากการพบกัน 18 ครั้งหลังสุด โดยเป็นเชลซีที่เอาชนะไปได้ถึง 14 ครั้ง และเสมอแค่ 3 ครั้ง
  • ในการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด เชลซีไม่เคยเสียประตูให้เวสต์แฮมเลยแม้แต่ลูกเดียว โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาโดนขุนค้อนเจาะตาข่ายคือเมื่อปี 2012 ที่สิงห์บลูบุกแพ้ที่ อัพตัน พาร์ค ด้วยสกอร์ 3-1

FourFourTwo ฟันธง

เปิดเกมแลกกันอย่างสนุกแต่สุดท้ายจบด้วยผลเสมอ 2-2

ดาว์นโหลด STATS ZONE ฟรี บน iOS • และ Android