FFT พรีวิว: ลิเวอร์พูล vs บอร์นมัธ

พรีเมียร์ลีก I แอนฟิลด์ I จันทร์ 17 สิงหาคม I 02.00 น.

ประเด็นเด็ดก่อนเกม

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่สองประจำฤดูกาล 2015/16 นี้จะเป็นหนึ่งเกมที่สำคัญสำหรับ บอร์นมัธ แต่จะเป็นเกมที่สำคัญยิ่งกว่าสำหรับ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือลิเวอร์พูล

ฟอร์มล่าสุดของ ลิเวอร์พูล

  • สโต๊ค ซิตี้ 0-1 ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก)
  • สวินดอน ทาวน์ 1-2 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)
  • เฮลซิงกิ 0-2 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)
  • มาเลเซีย 1-2 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)
  • อเดเลด 0-2 ลิเวอร์พูล (อุ่นเครื่อง)

ฟอร์มล่าสุดของ บอร์นมัธ

  • บอร์นมัธ 0-1 แอสตัน วิลลา (พรีเมียร์ลีก)
  • ฮอฟเฟนไฮม์ 0-0 บอร์นมัธ (อุ่นเครื่อง)
  • บอร์นมัธ 2-3 คาร์ดิฟฟ์ (อุ่นเครื่อง)
  • โยเอวิล ทาวน์ 0-3 บอร์นมัธ (อุ่นเครื่อง)
  • น็องตส์ 0-0 บอร์นมัธ (อุ่นเครื่อง)

วิเคราะห์เจาะลึก

คงไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นมากเท่ากับการได้ลงเล่นเกมเยือนนัดแรกของฤดูกาลที่แอนฟิลด์อีกแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศสุดตื่นตาตื่นใจเหนือคำบรรยาย และเสียงตะโกนกู่ร้องอันกึกก้องจากแฟนๆ เจ้าบ้าน สนามแห่งนี้คือที่ที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับการวัดกึ๋นของบรรดาน้องใหม่พรีเมียร์ลีกว่าจะรอดหรือร่วงเมื่อต้องเผชิญกับแรงกดดันสุดมหาศาล

หากพวกเขาสามารถบุกมาล้วงสามแต้มออกไปได้ มันจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยสร้างความภูมิใจให้กับทีมและลงเล่นนัดอื่นๆ ต่อจากนี้ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ตรงกันข้ามหากพวกเขากลับไปด้วยมือเปล่าก็ไม่ถือว่าเสียเท่าไหร่นัก ต่างจากฝั่งเจ้าถิ่นที่จะโดนความคาดหวังและกดดันเข้าถ่าโถมทันที ดังนั้นการแข่งขันนัดนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งนัดที่แฟนๆ ทีมเยือนควรเดินทางดูให้ได้ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรขวางหน้า นี่คือเกมสำคัญที่จะส่งผลต่อทุกเส้นทางที่เหลือหลังจากนี้ และแฟนๆ บอร์นมัธ เองก็ไม่ได้มีโอกาสเข้าชมเกมในแอนฟิลด์มาตั้งแต่ปี 1986 ด้วย

อย่างไรก็ตาม การบุกมาถึงแอนฟิลด์พร้อมกับเป้าหมายคว้า 1 หรือ 3 แต้มกลับบ้านสำหรับทีมน้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกก็ไม่ต่างอะไรกับการขึ้นชกมวยผิดรุ่น ผิดเวที แต่อย่างที่บอก พวกเขาไม่มีอะไรจะเสีย มิหนำซ้ำจะมีก็แต่ได้ประโยชน์จากเกมนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง หากพวกเขาคว้าชัยชนะหรือยันเสมอได้ หลังจากนี้ความมั่นใจของบอร์นมัธน่าจะเหลือล้นพอประคับประคองทีมต่อไปอีกหลายนัด แต่หากแพ้ ก็มีโอกาสเช่นกันที่ความภาคภมิใจและแรงปราถนาในการได้ลงเล่นบนลีกสูงสุดจะค่อยๆ จางหายไปตามกาลเวลา

แต่ถ้าเราลองมาดูประวัติศาสตร์อันน่ายินดีสำหรับบรรดาทีมเล็กหรือทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาก็จะพบว่า ลิเวอร์พูล นั้นมักจะชอบเซอร์ไพรซ์แฟนบอลเจ้าถิ่นด้วยการทำแต้มตกหล่นอยู่เรื่อย วิมเบิลดัน, นอริช, บาร์นส์ลีย์, อิปส์วิช, ชาร์ลตัน, วิแกน และ แบล็คพูล เป็นหนึ่งในหลายๆ ทีมเล็กที่ทำสำเร็จและลูบคมยักษ์หลับของลีกผู้ดีมาแล้ว มิพักพูดถึงเกมส่งท้ายในบ้านของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ฤดูกาลก่อนที่พวกเขาโดน คริสตัล พาเลซ บุกมากำราบคาบ้านได้ถึง 1-3 ฉะนั้นแม้จะเป็นงานยากของ บอร์นมัธ แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

ขณะที่ ลิเวอร์พูล นั้นต้องการไม่ต่ำกว่า 3 แต้มในเกมนี้ เพราะหลังจากเกมกับ บอร์นมัธ พวกเขามีหนทางอันแสนยากลำบากให้ฝ่าฟัน โดยเฉพาะบรรดาเกมเยือนหลังจากนี้จนถึงสิ้นปีที่พลพรรคหงส์แดงมีคิวสุดหฤโหดเริ่มจากการเยือน อาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส, เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งแต่ละเกมนั้นดูจะยากรากเลือดมากๆ สำหรับพวกเขาและโอกาสที่จะคว้า 3 แต้มเต็มจากทุกเกมเหล่านี้ดูน้อยมาก ฉะนั้น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จึงต้องกำชับลูกทีมของเขาให้เน้นเกมในบ้านทุกนัดเป็นพิเศษ

ดังนั้นแล้วการเก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนนในเกมหน้ากับทีมน้องใหม่จึงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องทำให้ได้แบบไม่มีข้อแม้ และถึงแม้ถ้าเปรียบเทียบกับบรรดาทีมท็อปโฟว์ในฤดูกาลที่แล้ว ขุมกำลังของหงส์แดงอาจจะยังด้อยกว่าในบางด้าน แต่เป้าหมายลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกของพวกเขาก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว เพราะกับทีมๆ นี้ไม่มีอะไรที่เราจะคาดการณ์ได้อยู่แล้ว ลองดูฤดูกาล 2013/14 เป็นตัวอย่าง ไม่มีนักข่าวหรือกูรูฟุตบอลคนไหนคาดเดาได้เลยว่าทีมๆ นี้จะเป็นทีมที่สามารถเบียดลุ้นแชมป์สโมสรเงินถุงเงินถังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนถึงช่วงโค้งสุดท้าย

และหากอดีตผู้จัดการทีม สวอนซี ซิตี้ สามารถใช้งาน คริสเตียน เบนเตเก้ ได้ถูกวิธี ปลุกผี โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน ให้เป็นจอมทัพคนใหม่เคียงคู่ ฟิลิปป์ คูตินโญ หาตำแหน่งที่ลงตัวให้กับมิดฟิลด์จอมขยันกัดไม่ปล่อยอย่าง เจมส์ มิลเนอร์ และถ้า จอร์ดอน ไอบ์ พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดของ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้จริง ก็คงน่าดูชมเหมือนกับว่าปีนี้ "เดอะ เร้ด แมชชีน” จะจบตรงส่วนไหนของตารางคะแนน

ฟิลิปป์ คูตินโญ ซัดประตูชัยสุดงามให้หงส์แดงบุกไปเฉือน สโต๊ค 0-1 ในนัดที่แล้ว

แต่ตอนนี้เรามาโฟกัสกันอยู่ที่เกมหน้าที่พวกเขาจะเจอกับ บอร์นมัธ กันก่อนดีกว่า หากลูกทีมของ ร็อดเจอร์ส ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดแพ้ให้ทีมน้องใหม่ สัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับแฟนๆ ว่าจะพยายาม "กู้ศรัทธา” ในตัวเขากลับคืนมานั้นคงจะกลายคำพูดสุดขมขื่น และแทนที่จะวาดฝันถึงแชมเปี้ยนส์ลีก หรือแม้แต่แชมป์พรีเมียร์ลีก แฟนๆ หงส์แดงอาจจะนั่งจินตนาการถึงผู้จัดการทีมคนใหม่แทนก็เป็นได้

ข่าวข้างสนาม

มีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียวที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะตัดสินใจส่งผู้เล่น 11 ตัวจริงชุดเดิมกับที่บุกไปเอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ แบบหืดขึ้นคอลงสนาม แต่ก็ยังมีโอกาสบ้างเหมือนกัที่ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน อาจจะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงต่อหน้าบรรดาเดอะ ค็อป หลังจากที่ อดัม ลัลลานา มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติอังกฤษยังคงโชว์ฟอร์มไม่ออกเท่าไหร่ ขณะที่นักเตะใหม่อย่าง เบนเตเก้, มิลเนอร์, ไคล์น และ โกมเซ ก็มีแววใช้ได้ที่จะอาจได้ลงสนามเป็นตัวจริงเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อหน้าแฟนๆ เจ้าบ้าน ส่วน แดนนี อิงส์ และ ดิว็อค โอริกี้ ยังอาจจะต้องนั่งอยู่ที่ม้านั่งสำรองเช่นเคย

บอร์นมัธ ที่เปิดบ้านแพ้ แอสตัน วิลลา 0-1 จะพยายามเก็บแต้มแรกในฤดูกาลของพวกเขาให้ได้

ขณะที่ฝั่งทีมเยือนนั้นในเกมแรกตัดสินใจไม่ส่งผู้เล่นตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อเข้ามาลงสนาม ทั้ง อดัม เฟเดริชี, ซิลแว็ง ดิสแต็ง, ไทโรน มิงส์, และ แม็กซ์ เกรเดล ที่ทำได้แค่มองเพื่อนจากซุ้มม้านั่งสำรอง รวมถึงปีกตัวยืมจากเชลซี อย่าง คริสเตียน อัตซู ที่ไม่มีแม้แต่ชื่อติดทีมในเกมดังกล่าว ทำให้คาดการณ์ยากเหมือนกันว่า เอ็ดดี้ โฮว์ จะจัดทีมมาเช่นไร ซึ่งข้อนี้เองอาจจะเป็นข้อได้เปรียบเพียงอย่างเดียวของพวกเขาในเกมนี้ แต่ก็น่าสงสัยเหมือนกันว่าเฮดโค้ชคนใหม่นี้จะกล้าส่งผู้เล่นใหม่ที่ยังไม่ได้มีโอกาสลงสนามร่วมกันเต็มๆ เลยสักนัดในเกมเยือนนัดแรกของฤดูกาลที่แอนฟิลด์จริงหรือไม่ เพราะการตรัดสินใจนั้นอาจจะดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ตามก็คงต้องรูต่อไปว่านายใหญ่บอร์นมัธจะใจถึงแค่ไหนในการจัดตัวสำหรับเกมนี้

ประกบคู่: คริสเตียน เบนเตเก้ vs ซิลแว็ง ดิสแต็ง

ย้อนกลับไปเมื่อเกมที่แล้ว บอร์นมัธโดนตัวตายตัวแทนของ เบนเตเก้ อย่าง รูดี้ เกสเตด ที่ แอสตัน วิลลา เพิ่งดึงตัวเข้ามาเมื่อช่วงซัมเมอร์พังประตูชัยส่งให้พวกเขาพ่ายแพ้ในนัดแรกของพรีเมียร์ลีก 0-1 แต่มาวันนี้พวกเขาจะต้องรับมือกับกองหน้าอีกคนหนึ่งที่ดุรายกว่า แข็งแกร่งกว่า และคมกว่า ซึ่งทาง เบนเตเก้ เองก็คงตั้งเป้าทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อให้แฟนๆ เจ้าบ้านจดจำชื่อเขาให้ได้

ฉะนั้นแล้วกองหลังที่ไร้ประสบการณ์ในลีกสูงสุดอาจไม่เหมาะจะเอามาประกบศูนย์หน้าค่าตัว 32.5 ล้านปอนด์ของหงส์แดงเท่าไหร่ เราจึงน่าจะได้เห็น ดิสแต็ง ซึ่งมีประสบการณ์ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมานานหลายปีเป็นตัวเลือกที่ โฮว์ น่าจะส่งลงมาหยุดความอันตรายของ เบนเตเก้ มากที่สุด และที่น่าสนใจก็คือ อดีตแนวรับเอฟเวอร์ตันรายนี้มีสถิติใช้ได้เลยทีเดียวยามต้องดวลกับกองหน้าทีมชาติเบลเยียม โดยเขาสามารถปิดตายจน เบนเตเก้ ยิงประตูไม่ได้เลย 2 จาก 3 นัดหลังสุดที่ทั้งคู่เจอกันสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่กับทีมเก่า

สองกุนซือ

การพบกัน 5 ครั้งหลังสุด

  • บอร์นมัธ 1-2 ลิเวอร์พูล (ลีกคัพ, ธันวาคม 2014)
  • บอร์นมัธ 0-2 ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ, มกราคม 2014)
  • ลิเวอร์พูล 4-1 บอร์นมัธ (เอฟเอ คัพ, มกราคม 1968)
  • บอร์นมัธ 0-0 ลิเวอร์พูล (เอฟเอ คัพ, มกราคม 1968)
  • ลิเวอร์พูล 4-1 บอร์นมัธ (เอฟเอ คัพ, มกราคม 1927)

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ซึ่งมีประสบการณ์กับทีมเพิ่งเลื่อนชั้นเมื่อเขาพา สวอนซี ซิตี้ ขึ้นมาโลดแล้นในเวทีพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2011 น่าจะเข้าใจดีถึงความรู้สึกของ เอ็ดดี้ โฮว์ ว่าเป็นเช่นไรเมื่อต้องพาทีมตัวเองเล่นเกมเยือนนัดแรกในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

อันที่จริงแล้วกุนซือทั้งสองคนนี้มีลักษณะความคล้ายคลึงกันพอสมควรทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการผันตัวเข้าสู่เส้นทางคุมที่เริ่มจากอาการบาดเจ็บสมัยเป็นนักเตะจนค้าแข้งต่อไปไม่ได้ และในแง่ของปรัชญาการเล่นฟุตบอลที่ทั้งสองทีมต่างก็มีสไตล์ชอบเล่นบอลต่อบนพื้นคล้ายๆ กัน อย่างไรก็ตามทั้งสองคนมีเป้าหมายในฤดูกาลนี้ที่ต่างกันมากทีเดียว

ขณะที่กุนซือหงส์แดงไม่มีข้อแม้นอกจากพาทีมเขาจบท็อปโฟว์ให้ได้ เทรนเนอร์บอร์นมัธกลับมีเป้าหมายที่การอยู่รอดตกชั้นไว้ก่อนเป็นอันดับแรก ที่เหนืกว่านั้นคือโบนัสล้วนๆ ฉะนั้นจึงน่าดูชมว่าเกมนี้จะออกมาหน้าไหน จะเป็นหงส์แดงที่เก็บชัยตามคาด หรือเป็นทีมน้องใหม่ที่บุกมากระตุกหนวดทีมใหญ่ได้ตั้งแต่เกมเยือนนัดแรกของพวกเขา

ข้อมูลและสถิติน่าสนใจ

- ซิมง มินโญเลต์ คือผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีทได้มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015 ที่ทั้งหมด 10 เกม

- แมตต์ ริตชี คือนักเตะที่ทำแอสซิสต์ได้มากที่สุดในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลที่แล้วที่ 17 ครั้ง

- ไม่มีทีมไหนทีมไหนที่เอาชนะเกมเยือน (13 ครั้ง) และเก็บแต้มจากเกมเยือน (44 คะแนน) ได้มากกว่า บอร์นมัธ อีกแล้วในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลที่แล้ว

FFT ฟันธง

ลิเวอร์พูลกำลังจะลงเล่นเกมในบ้านนัดแรกของฤดูกาล แต่นักเตะใหม่หลายคนน่าจะยังต้องใช้เวลาปรับจังหวะการเล่นให้กันมากกว่านี้ ฉะนั้นเราจึงคิดว่าเกมนี้พวกเขาจะเอาชนะได้ด้วยสกอร์ 1-0 เท่านั้น