FFT พรีวิว: วัตฟอร์ด – อาร์เซนอล

พรีเมียร์ลีก I วิคาเรจโร้ด I เสาร์ที่ 17 ตุลาคม I 23.30 น.

ก่อนเกม

“ปืนใหญ่” ที่กำลังเข้าฝักต้องมาเจอกับของแข็ง

WATFORD FORM

  • B’mouth 1-1 Watford (Prem)
  • Watford 0-1 Palace (Prem)
  • Newcastle 1-2 Watford (Prem)
  • Watford 1-0 Swansea (Prem)
  • Man City 2-0 Watford (Prem)

ARSENAL FORM

  • Arsenal 3-0 Man Utd (Prem)
  • Arsenal 2-3 Olympiakos (CL)
  • Leicester 2-5 Arsenal (Prem)
  • Spurs 1-2 Arsenal (LC)
  • Chelsea 2-0 Arsenal (Prem)

วิเคราะห์เจาะลึก

หลังจากฟอร์มตะกุกตะกักในตอนแรก วัตฟอร์ดก็ดูเหมือนจะเริ่มเข้าที่เข้าทางจนค่อยๆไต่ขึ้นมาอยู่อันดับ 12 และเป็นทีมที่โดนทะลวงตาข่ายน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก แต่ในนัดนี้พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับหนึ่งในทีมที่มีตัวรุกจัดจ้านที่สุดของประเทศที่เรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง

หลายๆอย่างดำเนินไปอย่างช้าๆและไม่ค่อยราบรื่นนัก ขุนพล “แตนอาละวาด” ยิงได้น้อยสุดในลีก ถึงแม้ว่า โอดิออน อิกฮาโล จะกลับมาเข้าฝักเหมือนฤดูกาลก่อนที่ซัดไป 20 ตุง โดย 5 ประตูที่ศูนย์หน้าชาวไนจีเรียนทำได้ในฤดูกาลนี้มาจากความเข้าใจกันระหว่างกัปตันทีม ทรอย ดีนีย์ พอๆกับสายตาสอดส่องโอกาสอันเฉียบคม และทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงได้มากที่สุดในลีกอังกฤษทั้ง 4 ดิวิชั่นในรอบปีปฏิทิน

แม้จะเป็นแค่ช่วงต้นซีซั่น แต่ กิเก้ ซานเชซ ฟลอเรส ก็ดูเหมือนว่าจะค้นพบเคล็ดลับความสำเร็จสำหรับทีมน้องใหม่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการที่มีกลุ่มนักเตะที่กระหายจะปักหลักในลีกสูงสุดผสมผสานกับนักเตะที่มีประสบการณ์กับลีกนี้อยู่บ้าง โดยประเภทหลังเราสามารถนับรวม เอเตียนน์ กาปู กับ เอเรลโญ โกเมส เข้าไปได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งคู่ต่างค่อยๆกอบกู้ชื่อเสียงจากที่เคยเสียรังวัดไปเมื่อตอนอยู่สเปอร์สขึ้นมาอย่างเงียบๆ ด้วยการฉายความเป็นผู้นำออกมารวมถึงคลาสที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดของจอมหนึบชาวบราซิเลียนในนัดล่าสุดที่พบกับบอร์นมัธ

น่าเสียดายที่ช่วงเบรคทีมชาติมาผิดเวลาไปหน่อย ถึงในเกมยุโรปอาร์เซนอลอาจต้องฝากความหวังไว้กับบาเยิร์นที่มีแนวรุกสุดโหดว่าจะปราณีให้เหลือทางเข้ารอบได้หรือไม่ แต่กับบอลลีกแล้วดูจะสดใสกว่าเมื่อจัดการอัดแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสียหมอบกระแตเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

ถือเป็นการคืนฟอร์มเก่งได้ทันเวลาสำหรับลูกทีมของ อาร์แซน เวงเกอร์ ที่สามารถชนะได้ในเกมใหญ่ขณะที่ทีมกำลังตุปัดตุเป๋จนเกือบจะเข้าสู่ภาวะวิกฤติ แม้ว่าพวกเขาจะยอมสูญเสียการเล่นเกมรุกอันเป็นเอกลักษณ์ลงเมื่อต้องเจอกับคู่ปรับระดับเฮฟวี่เวทอย่าง “ปีศาจแดง” ในเกมที่มีความกดดันสูงก็ตาม

Mesut Ozil

โอซิลเล่นดีสุดๆในเกมที่อาร์เซนอลกำราบยูไนเต็ด

แม้ อเล็กซิส ซานเชซ จะโดดเด่นในนัดดังกล่าวก็จริง แต่ก็ต้องยกเครดิตให้บรรดาแข้ง “ปืนใหญ่” ซึ่งปกติมักจะตกม้าตายบ่อยๆทุกคนที่ทำให้ชัยชนะหนนั้นเป็นไปได้ด้วย ทุกคนต่างเล่นเกินมาตรฐานและทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ธีโอ วัลค็อตต์ ไล่บี้และป่วนแนวรับได้ตลอด ส่วน ฟรานซิส โกเกอแลง กับ ซานติ กาซอร์ลา ก็สร้างสมดุลทั้งบู๊และบุ๋นในห้องเครื่องตรงกลางสนาม และคนที่สร้างความตกตะลึงที่สุดก็เห็นจะเป็น เมซุต โอซิล ที่แสดงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าซึ่งไม่ได้เห็นบ่อยครั้งในการเข้าไปยังพื้นที่สุดท้ายพร้อมกับสถาปนาตัวเองเป็นศูนย์กลางเกมรุกในการทำลายแนวรับของยูไนเต็ด

ข่าวข้างสนาม

ไม่มีปัญหาแข้งเดี้ยงเพิ่มเติมให้กังวลสำหรับเวงเกอร์ที่รู้สึกโล่งใจเมื่อได้เห็นซานเชซกลับมาจากการรับใช้ทีมชาติด้วยสภาพที่พร้อมสุดๆ ส่วน โลร็องต์ กอสเซียลนี มี “โอกาสเพียงเล็กน้อย” ที่จะคัมแบ็คหลังจากแฮมสตริงเกิดตึง ขณะที่ มิเกล อาร์เตต้า และ มาติเยอ ฟลามินี น่าจะหายเจ็บฟิตกลับมาทันเวลา

ขณะเดียวกันทางด้านการจัดตัวของฟอเรสนั้นขึ้นอยู่กับว่า อิเคชี อันยา จะสลัดปัญหาบริเวณน่องที่ทำให้เขาชวดลงเล่นให้กับทีมชาติสก็อตแลนด์ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาได้หรือไม่ ถ้าเจ้าตัวฟิตทันก็น่าจะถูกจับให้ยืนตรงแบ็คซ้ายหรือไม่ก็ปีกโดยทันที แต่ถ้าไม่ แน่นอนว่า นาธาน อาเก้ ก็จะรักษาตำแหน่งฟูลแบ็คของตัวเองไว้ได้ต่อไป ทั้งนี้ วาลอน เบห์รามี กับ อัลลัน นียอม คาดว่าน่าจะหายเจ็บน่องและเข่าตามลำดับกลับมาช่วยทีมได้พอดี

ประกบคู่: ซานเชซ vs นียอมและโพรเดิ้ล

หลังจากประสบกับฟอร์มอันฝืดเคืองจนทำได้เพียง 9 ประตูจาก 40 นัดทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ สตาร์ชาวชิเลียนก็กลับมาเฉียบคมอีกครั้งในช่วงหลังจนยิงได้ 9 จาก 5 เกมหลังสุด จึงไม่น่าแปลกใจที่อาร์เซนอลถึงได้คืนฟอร์มเก่ง การขับเคลื่อนเกมของเขาทำให้ “เดอะ กันเนอร์ส” ยกระดับตัวเองขึ้นมาจนเอาชนะ “เร้ด เดวิลส์” และไม่ต้องสงสัยเลยว่ายังเป็นตัวชูโรงในนัดนั้นด้วย ถือว่าซานเชซเป็นทั้งตัวนำโชคและเพลย์เมคเกอร์ของทีมเลยทีเดียว

ในเกมกับยูไนเต็ด ซานเชซได้หุบเข้ามาจากฝั่งซ้ายอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบซึ่งทั้ง 2 ประตูของเขาแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวสามารถยิงได้หมดไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบใช้เทคนิคหรือความแรง

จึงเป็นหน้าที่อันใหญ่หลวงสำหรับแนวรับทางฝั่งขวาของวัตฟอร์ดที่จะต้องทำให้เขาอยู่เฉยๆให้ได้ในเกมนี้ โดยทั้งคู่ถือเป็นนักเตะฟอร์มดีที่สุดของทีมในฤดูกาลนี้และพลาดการลงสนามรวมกันเพียงแค่ 34 นาทีเท่านั้นในซีซั่นแรกของพวกเขากับฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งความสม่ำเสมอของแบ็คขวาอย่างนียอมบวกกับการคุมแผงหลังจากตรงกลางของโพรเดิ้ลแทบจะไม่เกิดความผิดพลาดขึ้นเลย ยกเว้นเพียงแค่ตอนที่ปล่อยให้ เกล็นน์ เมอร์เรย์ หลุดเข้าไปโหม่งเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเท่านั้น

Allan Nyom

นียอมค้าแข้งกับกรานาด้าแบบยืมตัวเป็นเวลา 6 ฤดูกาลเลยทีเดียว

LAST FIVE MEETINGS

  • Watford 1-2 Arsenal (PL, Dec 06)
  • Arsenal 3-0 Watford (PL, Oct 06)
  • Watford 2-4 Arsenal (FAC, Jan 02)
  • Watford 2-3 Arsenal (PL, Apr 00)
  • Arsenal 1-0 Watford (PL, Sep 99)

สองกุนซือ

ตอนที่เขาถูกแต่งตั้งเมื่อช่วงหน้าร้อน ฟลอเรสคือกุนซือวัตฟอร์ดคนที่ 5 ในรอบปีแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทีมของเขาไม่มีเสถียรภาพแต่อย่างใด ตรงกันข้ามกุนซือชาวสแปนิชที่ชอบทำหน้าบู้บี้ตลอดเวลาราวกับถูกวินิจฉัยพบว่าเป็นโรคกระดูกก่อนจะเดินกระเผลกออกมาจากโรงหมอด้วยไม้เท้าได้นำการฝึกซ้อมที่ยอดเยี่ยมและการเล่นอันกระฉับกระเฉงเข้ามาจนกลายเป็นทีมที่สามารถพัฒนาได้อีกไกลเลยทีเดียว

ส่วนเวงเกอร์นั้นกำลังชื่นมื่นหลังจากถล่มยูไนเต็ดในนัดล่าสุด แม้ว่าผลการแข่งขันจะค่อนข้างเหนือความคาดหมายก็ตาม “มันได้ให้คำตอบที่หนักแน่นสำหรับคำถามต่างๆที่ผุดขึ้นมาตลอดสัปดาห์” ขงเบ้งเลือดน้ำหอมกล่าวโดยเพิกเฉยกับคำตอบที่ถูกต้องที่สุดนั่นก็คือเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกจ่าฝูงทิ้งห่างมากไปกว่าเดิมก็ตาม อย่างไรก็ดีมีอยู่อย่างหนึ่งที่เขาพูดถูก อย่างน้อยๆก็ในตอนนี้ว่า “การชนะในเกมใหญ่คือสิ่งที่แสดงจุดยืนว่าเรายังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์”

Quique Sanchez Flores

ฟลอเรสกุนซือมาดเนี้ยบทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ

ข้อมูลและตัวเลขที่น่าสนใจ

  • วัตฟอร์ดไม่เคยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกเดือนตุลาคม (เสมอ 4 แพ้ 5)
  • ปีเตอร์ เช็ค มีเปอร์เซ็นต์การเซฟที่ยอดเยี่ยมที่สุดในลีกซีซั่นนี้ (82% โดยคิดจากบรรดาผู้รักษาประตูที่มีการเซฟอย่างน้อย 5 ครั้ง)
  • เอเรลโญ โกเมส ชกบอลไปแล้ว 14 ครั้งในฤดูกาลนี้ มากกว่านายทวารคนอื่นๆในพรีเมียร์ลีก 5 หนด้วยกัน
  • More FFT Stats Zone facts

FFT ฟันธง

วัตฟอร์ดอาจจะเจาะยากแต่อาร์เซนอลก็แทบจะไม่พลาดเวลาเจอคู่ต่อสู้จากครึ่งล่างของตาราง ดังนั้นจึงน่าเป็นฝ่ายได้เฮ 0-2

Watford vs Arsenal LIVE ANALYSIS with Stats Zone

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android