FFT Preview : นิวคาสเซิล vs อาร์เซนอล

 พรีเมียร์ลีก I เซนต์เจมส์พาร์ค I เสาร์ที่ 29 สิงหาคม I 18.45 น.

ก่อนเกม

เป็นการพบกันของ 2 ทีมที่ยิงได้น้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกขณะนี้

NEWCASTLE FORM

  • Newcastle 3-1 Northampton (LC)
  • Man Utd 0-0 Newcastle (Prem)
  • Swansea 2-0 Newcastle (Prem)
  • Newcastle 2-2 So’ton (Prem)
  • Newcastle 0-1 Gladbach (F)

ARSENAL FORM

  • Arsenal 0-0 Liverpool (Prem)
  • Palace 1-2 Arsenal (Prem)
  • Arsenal 0-2 West Ham (Prem)
  • Arsenal 1-0 Chelsea (C Shield)
  • Arsenal 1-0 Wolfsburg (F)

วิเคราะห์เจาะลึก

การที่อาร์เซน่อลเสมอกับลิเวอร์พูล 0-0 ในเกมมันเดย์ไนท์หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้อย่างอย่างน้อย 2 หนจาก 3 นัดแรกเป็นครั้งที่ 4 ใน 5 ฤดูกาลหลังสุดเข้าไปแล้ว

แน่นอนว่ายังเร็วไปที่จะตื่นตระหนกกับทีมฝั่งสีแดงจากลอนดอนเหนือ แต่พลพรรคปืนใหญ่จำเป็นต้องปรับปรุงโดยทันทีหากต้องการทำให้ทุกคนเชื่อว่าพวกเขาคือตัวเต็งแย่งแชมป์ที่แท้จริงในซีซั่นนี้

ถึงแม้ว่าการไม่สามารถเอาชนะทีมอย่างลิเวอร์พูลจะไม่ถือเป็นหายนะ แต่ฟอร์มการเล่นของทีมต่างหากคือจุดที่น่าเป็นห่วงสำหรับแฟนๆ

ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ครองเกมได้มากกว่าในครึ่งแรกและเกือบจะได้ประตูนำก่อนพักครึ่ง แต่มาได้เสาคานช่วยไว้รวมถึงซูเปอร์เซฟจาก ปีเตอร์ เช็ค 2  หนทำให้อาร์เซน่อลยังไม่เพลี่ยงพล้ำ ขณะที่เจ้าถิ่นเล่นดีขึ้นในครึ่งหลังแต่พวกเขายังขาดความเฉียบคมในแดนหน้าและไม่สามารถบีบให้ ซิมง มิโญเลต์ ต้องออกแรงเซฟได้อย่างที่เช็กทำในช่วง 45 นาทีแรก

ถึงแม้ว่าอาร์เซน่อลจะเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของซีซั่นก่อน แต่ด้วยฟอร์มในช่วงต้นฤดูกาลนี่เองที่ทำให้พวกเขาหลุดวงโคจรลุ้นแชมป์ไปตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมด้วยผลงานชนะเพียง 2 จาก 8 

เกมแรกก็ทำให้พวกเขาเจอกับงานยากระดับเข็นครกขึ้นภูเขาตั้งแต่ยังไม่เข้าหน้าหนาว และเวงเกอร์เองก็รู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถออกสตาร์ทได้อย่างเชื่องช้าอีกในหนนี้

ขณะที่นิวคาสเซิลเริ่มต้นฤดูกาลภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ สตีฟ แม็คคลาเรน ด้วยผลงานที่คล้ายกัน พวกเขาเสมอ 2-2 กับเซาแธมป์ตันในนัดแรก หลังจากนั้นก็พ่ายต่อสวอนซีแบบหมดรูป 2-0 แต่การที่เสมอกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนทำให้กองเชียร์หวังว่าทีมรักจะสร้างจุดเปลี่ยนขึ้นมาแล้ว

อย่างไรก็ตามความมีชีวิตชีวารอบๆ เซนต์เจมส์พาร์ค ก็เริ่มกลับมาอีกครั้งหลังจากที่จมอยู่กับฝันร้ายในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2014/15 นักเตะใหม่อย่าง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม,​ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช และ ชานเซล เอ็มเบ็มบ้า ปักหลักในทีมได้อย่างรวดเร็ว เมื่อรวมกับแกนหลักอย่าง ทิม ครูล,​ ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่ และ ปาปิสส์ ซิสเซ่ ที่ยกระดับเกมของตัวเองขึ้นมาหลังจากโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่ามาตรฐานเมื่อฤดูกาลก่อน

Georginio Wijnaldum

Wijnaldum celebrates scoring against Southampton

ข่าวข้างสนาม

นิวคาสเซิลไม่มีปัญหาบาดเจ็บเพิ่มเติมจากเกมที่เสมอนิวคาสเซิลแบบไร้สกอร์ พอล ดัมเม็ตต์ ยังคงพลาดการลงสนามอีกครั้งเนื่องจากแฮมสตริงตึง เช่นเดียวกับ เอมมานูเอล ริวีเยร์ ที่มีปัญหาตรงหัวเข่า ส่วน มุสซ่า ซิสโซโก้ มีโอกาสน้อยที่จะกลับมาฟิตหลังพลาดทริปที่โอลด์แทรฟฟอร์ด แต่จะได้แบ็คขวา ดาริล ยานมาต พ้นโทษแบนกลับมาจากการถูกไล่ออกในเกมกับสวอนซี

ทางฝั่งอาร์เซน่อลคาดว่าจะได้ เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์​ กลับมาเป็นหัวใจในแนวรับหลังจากแข้งทีมชาติเยอรมันพลาดลงเล่นในเกมกับลิเวอร์พูลเนื่องจากป่วย ขณะที่คู่หูเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอย่าง โลร็องต์ กอสเซียลนี ที่เจ็บหลังเล็กน้อยก็หวังจะรีเทิร์นสู่ทีมตัวจริงของปืนใหญ่เช่นกัน ส่วน แดนนี่ เวลเบ็ค, แจ็ค วิลเชียร์ และ โทมัส โรซิคกี้ ยังชวดลงสนาม ทั้งนี้ 2 รายแรกน่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้งหลังพ้นเบรคทีมชาติไปแล้ว

Per Mertesacker

Mertesacker missed Monday's draw through illness

ประกบคู่: ไวจ์นัลดุม vs โกเกอแล็ง

ไวจ์นัลดุมทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในช่วงแรกของการลงสนามบนเครื่องแบบนิวคาสเซิล โดยเจ้าตัวได้นำความขยันและเทคนิคเข้ามาสู่แดนกลางของทีมสาลิกาดง ความสามารถในการขับเคลื่อนแผงมิดฟิลด์ การเชื่อมเกมจากรับเป็นรุก และการวิ่งเติมเข้ามาในกรอบเขตโทษถือเป็นจุดเด่นสำคัญของดาวเตะเลือดดัตช์ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกในสร้างสรรค์เกมให้กับทีมของแม็คคลาเรน

ความอันตรายของเขาจะแผลงฤิทธิ์ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับ ฟรองซิส โกเกอแล็ง ที่เล่นใช้ได้ทีเดียวในเกมกับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูลว่าจะตัดเกมได้อยู่หมัดแค่ไหน แต่ความที่ยังมีข้อบกพร่องในเรื่องของอารมณ์ที่หุนหันพลันแล่น และบางครั้งก็เข้าสกัดพรวดพราด ก็ทำให้กองกลางเลือดน้ำหอมกลายเป็นช่องโหว่ให้คู่ต่อสู้โจมตีโดยไม่รู้ตัว

LAST FIVE MEETINGS

  • N’castle 1-2 Arsenal (PL, Mar 15)
  • Arsenal 4-1 N’castle (PL, Dec 14)
  • Arsenal 3-0 N'castle (PL, Apr 14)
  • N'castle 0-1 Arsenal (PL, Dec 13)
  • N'castle 0-1 Arsenal (PL, May 13)

สองกุนซือ

แม็คคลาเรนและเวงเกอร์ไม่ได้ประลองกึ๋นกันมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2006 ซึ่งคราวนั้นอดีตนายใหญ่ทีมชาติอังกฤษที่ยังคุมมิดเดิลสโบรห์โดนถล่มไป 7-0 โดย เธียร์รี อองรี ทำแฮตทริก, โรแบร์ ปิแรส, อเล็กซ์ คเล็บ, จิลแบร์โต้ ซิลวา และ ฟิลิป เซนเดอรอส

ช่วงเกือบทศวรรษนับตั้งแต่ความปราชัยที่เอมิเรตส์แม็คคลาเรนจัดว่างานชุกใช่เล่นเมื่อคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่กับทเวนเต้, เป็นโค้ชอังกฤษคนแรกที่คุมทีมบุนเดสลีกาตอนกุมบังเหียนโวล์ฟสบวร์ก, ช่วยงาน แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสต๊าฟฟ์โค้ชที่คิวพีอาร์ และเกือบจะพาดาร์บี้เลื่อนชั้นมาเล่นยังลีกสูงสุดผ่านเกมเพลย์ออฟเมื่อปี 2014

โดยหนุ่มใหญ่จากยอร์คเชียร์มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะพานิวคาสเซิลคว้าชัยชนะเป็นนัดแรกในการวัดฝีมือกับเวงเกอร์ที่คุมอาร์เซน่อลเป็นฤดูกาลที่ 20 แล้ว ซึ่งผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสได้เผยในการแถลงข่าวหลังเกมวันจันทร์ว่าผลงานการออกสตาร์ทช่วงต้นซีซั่นของลูกทีมจัดว่า “ธรรมดามาก” และตัวเขาเองก็รู้ดีว่าหากผลการแข่งขันกับในเกมกับเดอะแม็กพายส์ออกมาเป็นอื่นที่ไม่ใช่การคว้าชัยชนะจะทำให้อาร์เซน่อลหมดลุ้นแชมป์หลังจากผ่านไปได้แค่ 4 นัดเท่านั้น

ข้อมูลและตัวเลขที่น่าสนใจ

  • นิวคาสเซิลไม่ชนะเดอะกันเนอร์สที่บ้านตัวเองเลยตลอด 8 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

  • โอลิวิเยร์ ชิรูด์​ ยิงได้ 8 ประตูจาก 6 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีกที่เจอกับสาลิกาดง มากกว่าเจอทีมอื่นเสียอีก

  • อาร์เซน่อลครองสถิติในการทำประตูได้น้อยที่สุดในลีก (2 ลูก) ทั้งที่มีโอกาสยิงมากสุด (40 ครั้ง ไม่รวมลูกที่โดนบล็อค) นั่นหมายความว่าพวกเขามีเปอร์เซ็นต์จากการยิงที่แปรเปลี่ยนเป็นประตูน้อยที่สุดคือ 5% 

    ติดตามดู FFT Stats Zone ต่อได้ที่นี่

FFT ฟันธง

สปิริตของนิวคาสเซิลไม่อาจต้านคุณภาพของอาร์เซน่อลที่มาแบบเน้นความคมเป็นพิเศษได้ 1-2

Newcastle vs Arsenal LIVE ANALYSIS with Stats Zone

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android