FFTAsia50: เส้นทางฟุตบอลเอเชียมุ่งสู่บุนเดสลีกา

หลังจากบุนเดสลีกาเริ่มเปิดทางต้อนรับนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์จากภูมิภาคเอเชีย Uli Hesse ขอตามรอยเส้นทางจากเอเชียสู่เยอรมนี จุดหมายแห่งความฝันของนักเตะเอเชีย  

เกือบ 1 ใน 5 ของนักเตะที่ติดอันดับ 50 สุดยอดนักเตะเอเชียของ FourFourTwo ในปีนี้กำลังโลดแล่นฝึกฝนฝีเท้าอยู่ในบุนเดสลีกาเยอรมัน ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอญ สำหรับนักเตะเอเชียที่ฝันอยากก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ของลีกยุโรป เยอรมนีเป็นจุดมุ่งหมายบนเส้นทางฝันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

สำหรับหลายๆ คน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือชินจิ คากาวะ บุนเดสลีกาเป็นประตูสู่ลีกในฝัน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ และสำหรับอีกหลายคน ซึ่งก็เช่นเดียวกับคากาวะอีกนั่นเอง บุนเดสลีกาได้กลายเป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง

เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนั้น? ทำไมต้องเป็นบุนเดสลีกา? ถ้าจะมาถกกันจริงๆ ก็คงต้องบอกว่าประวัติศาสตร์ก็มีส่วนสำคัญ ความเชื่อมโย่งของฟุตบอลเยอรมันและเอเชียย้อนหลังไปยาวนาน โค้ชในตำนาน เดทท์มาร์ เครเมอร์ ผู้เคยพาทีมบาเยิร์นมิวนิคคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ เคยมาเยือนญี่ปุ่นในช่วงปี 1960 เพื่อเตรียมทีมชาติญี่ปุ่นก่อนเข้าแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก 1964 ที่โตเกียว และช่วงหนึ่งเครเมอร์ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็น “บิดาแห่งฟุตบอลญี่ปุ่น” และในช่วงทศวรรษต่อมา โค้ชชื่อดังชาวเยอรมันอีกคนหนึ่ง เฮนเนส ไวส์ไวเลอร์ จากโคโลญจน์ ได้เห็นแววความสามารถของยาสุฮิโระ โอคุเดะระ และเซ็นสัญญาคว้าตัวโอคุเดะระไปเล่นกับทีม ในเดือนตุลาคม 1977 โอคุเดะระได้กลายเป็นนักฟุตบอลญี่ปุ่นคนแรกที่ได้เล่นฟุตบอลอาชีพในยุโรป

หากจะพูดกันแบบรักษาน้ำใจ โอคุเดะระเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก ในนาทีแรกการลงสนามเกมแรก ความพยายามเข้าตัดบอลจังหวะแรกหน้าประตู โอคุเดะระเกี่ยวนักเตะทีมคู่แข่งล้มลงไปในเขตโทษและกรรมการชี้เป็นจุดโทษอย่างไม่ลังเล แต่โชคดียังเป็นของโอคุเดะระ นายประตูโคโลญจน์ ฮาราลด์ ชูมัคเกอร์เซฟจุดโทษช่วยชีวิต และทีมของโอคุเดะระคว้าชัยชนะจากเกมดังกล่าวและจบฤดูกาลด้วยการคว้าดับเบิ้ลแชมป์

เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากโอคุเดะระลงเล่นเกมเปิดตัวกับทีมใหม่ อีกหนึ่งความสำเร็จของนักเตะเอเชียก็ได้ปรากฎขึ้นในบุนเดสลีกา เมื่อนักเตะโสมขาว ชา บุม-คุน ลงสนามเกมแรกให้กับไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต นักเตะผู้กลายมาเป็นตำนานฟุตบอลแห่งศตวรรษของทวีปเอเชียโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนกลายเป็นขวัญใจแฟนฟุตบอล ถึงกับทำให้นักเขียนชาวเยอรมัน เอ็คฮาร์ด เฮ็นไชด์แต่งลำนำความยาว 130 บรรทัดและตั้งชื่อว่า “บทเพลงแห่งชา บุม-คุน”

ไม่เพียงบุนเดสลีกาจะเป็นบันไดขั้นแรกของเส้นทางค้าแข้งอาชีพของนักเตะญี่ปุ่นและเกาหลีคนแรกในยุโรป ลีกเยอรมันยังมีบทบาทสำคัญกับวงการฟุตบอลจีน เมื่อ หยาง เฉิน ย้ายไปร่วมทีมวอลดอร์ฟ แมนน์ไฮม์ ซึ่งขณะนั้นยังเล่นในลีกดิวิชั่น 3 ด้วยสัญญายืมตัวระยะสั้นในปี 1998 แม้ว่าหยางจะไม่ใช่นักเตะจีนคนแรกในยุโรปก็ตาม (เฉิง ฉี ดอย เล่นให้กับแบล็คพูลในช่วงต้นทศวรรษ 1960) แต่หยางกลายเป็นผู้บุกเบิกเส้นทางให้รุ่นน้องนักฟุตบอลจีน และได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของจีนในปี 200 ซึ่งขณะนั้นหยางเล่นให้กับแฟรงค์เฟิร์ตในลีกสูงสุด

หากจะมองย้อนเส้นทางค้าแข้งในลีกเยอรมันของหยางเฉิน ที่มีจุดเริ่มต้นกับแมนน์ไฮม์ ก็คงต้องย้อนกลับไปถึงบรรดาโค้ชเยอรมันที่เดินทางข้ามทวีปสู่แผ่นดินแดนมังกร หนึ่งในนั้นคือ เคลาส์ ชลาปป์เนอร์ ผู้จัดการทีมชื่อเสียงโด่งดังของแมนน์ไฮม์ที่รับงานคุมทีมชาติจีนช่วงปี 1992 ถึง 1995 และได้รับความนิยมอย่างสูงจนสามารถใช้ชื่อเสียงมาช่วยเปิดตัวขายเบียร์ด้วยชื่อยี่ห้อของตนเอง และชลาปป์เนอร์คนนี้เองที่ได้ส่งข่าวให้โลกฟุตบอลเยอรมันได้ทราบถึงความเก่งกาจของหยาง เฉิน

 แต่อย่างไรก็ตาม นับจากความสำเร็จของนักเตะยุคบุกเบิกเป็นต้นมาก็ยังไม่ใช่ใบเบิกทางของนักเตะเอเชียในบุนเดสลีกายุคปัจจุบัน สโมสรในบุนเดสลีกาไม่ได้แห่กันมาเซ็นสัญญานักเตะเอเชียเพราะความสำเร็จของนักเตะรุ่นพี่ แต่เส้นทางค้าแข้งของนักเตะเอเชียนับจากโอคุเดะระจนถึงโอกาซากิ กลับเป็นเส้นทางที่เดินผ่านเมืองดอร์ทมุนด์

“ผมชอบญี่ปุ่นมาตลอดนะ โดยเฉพาะเมืองโตเกียว” โทมัน โครธ กล่าว “อาจจะเป็นเพราะว่าผมเคยเล่นกับโอคุเดะระตอนที่อยู่โคโลญจน์ และอาจจะปิแอร์ ลิตต์บาสกี้ ที่ตอนหลังมาคุมทีมในญี่ปุ่น”

โครธ ในวัย 55 ปี ปิดฉากการค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนดืเมื่อปี 1990 ซึ่งนั่นก็คงเป็นเหตุผลที่โครธเลือกตั้งสำนักงานที่เมืองดอร์ทมุนด์ สำนักงานของโครธเป็นตัวแทนนักเตะชื่อดังหลายคน เช่นมานูเอล นอยเออร์ แต่ส่วนมากคนที่ทำธุรกิจร่วมกันจะรู้จักโครธในฐานะเอเย่นต์ที่นำนักเตะเอเชียเข้าสู่เยอรมนี

“เพราะผมชอบประเทศญี่ปุ่น ก็เลยไปญี่ปุ่นปีละ 1-2 ครั้งแล้วก็เริ่มได้เห็นนักเตะเก่งๆ” โครธ กล่าว “ผมจึงพยายามหาทีมในยุโรปให้พวกเขามาลองเล่น” จนถึงตอนนี้โครธเป็นตัวแทนของนักเตะเอเชียมากกว่า 20 คน ซึ่งรวมถึงโอกาซากิและคากาวะ แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่านักเตะทุกคนที่โครธเข้าไปติดต่อจะรู้จักโอคุเดะระหรือชา และตัวเลขที่แสดงถึงความใกล้ชิดกันของนักเตะเอเชียและบุนเดสลีกา บางคนไม่เคยรู้เสียด้วยซ้ำ

“ช่วงแรกๆ ก็ค่อนข้างยาก เพราะสโมสรในยุโรปไม่ค่อยจะสนใจนักเตะเอเชีย” โครธ อธิบาย “อย่างบางทีมก็จะถามเลยว่า แล้วนักเตะญี่ปุ่นจะมาช่วยทีมเราได้ยังไงซึ่งตอนนั้นทีมชาติญี่ปุ่นยังมีอันดับฟีฟ่าค่อนข้างต่ำ และสโมสรก็ไม่ค่อยจะรู้จักตลาดเอเชียมากนัก โครธยังร่วมงานกับนักเตะเกาหลี แต่การเริ่มต้นกับนักเตะญี่ปุ่นเป็นเหตุผลเนื่องมาจากความคุ้นเคยส่วนตัว

แต่โครธก็ได้เรียนรู้ในตอนหลังว่าไม่เพียงแค่สโมสรเท่านั้นที่ลำบากใจ “นักเตะญี่ปุ่นเองก็อยากจะย้ายไปเล่นพรีเมียร์ลีกอังกฤษมากกว่าจะไปเล่นบุนเดสลีกา” โครธ เล่าต่อ “ในระดับหนึ่ง ความคิดนี้ก็ยังคงมีอยู่ แต่ก็ไม่มากเหมือนตอนที่ผมเริ่มงานระยะแรก งานของผมส่วนมากจะเป็นการสร้างให้นักเตะเอเชียมีความสนใจที่จะไปเล่นบุนเดสลีกา ซึ่งตอนแรกพวกเขาก็ยังกล้าๆ กลัวๆ เพราะเขาก็ยังไม่รู้อะไรมากนักเกี่ยวกับลีกเยอรมัน”

ซึ่งก็เป็นความเห็นที่ตรงกันกับ ชา บุม-คุน “ความสำเร็จของสโมสรเยอรมันในแชมเปี้ยนส์ลีกและผลงานของทีมชาติเริ่มสร้างความประทับใจให้แฟนฟุตบอลเอเชีย” ชา กล่าวผ่านเว็บไซต์ทางการบุนเดสลีกาเมื่อปีที่แล้ว “จนเมื่อไม่นานมานี้เอง พรีเมียร์ลีกยังเป็นลีกที่ดึงดูดนักเตะเกาหลี แต่ต่อมาบุนเดสลีกาก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น สไตล์การเล่นเหมาะกับนักเตะเอเชียมากกว่า นักเตะเอเชียหลายคนเริ่มจะก้าวไปสู่บุนเดสลีกาหลังจากได้เห็นความสำเร็จของนักเตะเกาหลีและญี่ปุ่นที่ทำผลงานได้ดีกับทีมเก่งๆ ในลีกเยอรมัน”

ส่วนหนึ่งที่ชาเห็นว่าสำคัญก็คือสไตล์การเล่นของบุนเดสลีกาไม่เน้นความแข็งแกร่งเหมือนฟุตบอลอังกฤษ ซึ่งทำให้นักเตะพรสวรรค์ที่มีความสามารถในด้านเทคนิคสามารถปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นได้เร็ว แต่อีกสิ่งหนึ่งซึ่งเห็นว่ามีส่วนก็คือ การมีต้นแบบให้เดินตาม ในสักคนที่เคยลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จมาแล้วเป็นแสงไฟนำทางให้เดินตามรอย

“ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในยุคที่เรียกว่า ยุคทองของฟุตบอลญี่ปุ่น” โครธ กล่าวเสริม “นักเตะอย่างจุนอิจิ อินาโมโตะ, นาโอฮิโระ ทากะฮาระ และชินจิ โอนะ ซึ่งผมเป็นตัวแทนของทั้งสามคน นักเตะคนแรกที่ผมช่วยให้ย้ายทีมคือทากะฮาระกับฮัมบูร์กเมื่อปี 2003 แต่การย้ายครั้งสำคัญก็คือ มาโกโตะ ฮาเซเบะ ไปโวล์ฟสบวร์กเมื่อปี 2008 เพราะเขาร่วมทีมคว้าแชมป์ในปีเดียวกัน”

จากจุดเริ่มต้นครั้งนั้น เส้นทางของนักเตะเอเชียในบุนเดสลีกาเริ่มเปิดกว้าง เมื่อนักเตะเริ่มทำผลงานได้ดี สโมสรในเยอรมันจึงเริ่มมองหานักเตะความสามารถแบบเดียวกัน หากย้อนไปในอดีตการสเก๊าท์ค้นหาดาวรุ่งเอเชียนับเป็นเรื่องยาก แต่ปัจจุบันนี้และการมีเอเย่นต์อย่างโครธ ทำให้ทุกสิ่งเป็นเรื่องง่าย

และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นให้แฟนฟุตบอลเอเชียหันไปให้ความสนใจบุนเดสลีกามากขึ้น ในยุคของนักเตะอย่างโอคุเดะระและชา ข่าวสารฟุตบอลบุนเดสลีกาเป็นเพียงการรายงานผลการแข่งขันผ่านทางโทรทัศน์แค่ไม่กี่ประโยค แต่ปัจจุบันเมื่อฟุตบอลกลายเป็นธุรกิจระดับโลกและอินเตอร์เน็ทสามารถนำพาข่าวสารฟุตบอลไปสู่ทุกมุมโลก แฟนฟุตบอลสามารถรับชมการแข่งขันและอ่านข้อมูลความเคลื่อนไหวของสโมสร ทำให้บุนเดสลีกาเป็นลีกที่ดึงดูดนักเตะดาวรุ่งจำนวนมากมายกว่าเมื่อครั้งที่โครธเริ่มต้นเป็นตัวแทนนักเตะเอเชียเสียอีก

ซึ่งนั่นอาจจะหมายความว่าสิ่งที่ชา บุม-คุน พูดเอาไว้กำลังจะเกิดขึ้น: ในอีกไม่กี่ปีนับจากนี้ นักเตะเอเชียจะมุ่งหน้าเข้าสู่บุนเดสลีกามากขึ้น และบุนเดสลีกาจะกลายเป็นลีกที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นในกลุ่มแฟนฟุตบอลชาวเอเชีย และเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เพิ่งจะเป็นสำนักงานตัวแทนของสโมสรนอกประเทศเยอรมนีเป็นครั้งแรกที่สิงคโปร์

อ่านและพูดคุยกับเรา #FFTASIA50

50 สุดยอดนักเตะเอเชีย ร่วมนำเสนอโดย Samsung Sports Flow ข้อมูลกีฬาที่ครบถ้วนและครอบคลุมมากที่สุดในแอพเดียว ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ที่นี่ที่เดียว