FFTAsia50: นักเตะดาวรุ่งเอเชียที่ลีกยุโรปต้องจับตามอง

แม้ในฟุตบอลเอเชียยุคใหม่เราก็เริ่มจะได้เห็นดาวรุ่งพรสวรรค์ในทวีปเอเชียฉายแววสร้างชื่อระดับโลกบ้างแล้ว แต่ John Duerden ยังคงมีคำถามถึงการก้าวไปโลดแล่นอวดฝีเท้าในลีกยุโรปที่ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญสำหรับนักเตะเอเชีย  

สำหรับนักเตะรุ่นใหม่ๆ การที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะระดับโลกคงมีโจทย์ง่ายๆ แต่ท้าทายที่จะต้องตอบโจทย์ให้ได้อยู่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ในลีกใหญ่ยุโรปที่เต็มไปด้วยดาวดังมากมายกลายเป็นสนามทดสอบวัดความสามารถของนักเตะจากหลากหลายชาติ แม้แต่เปเล่ หนึ่งในสุดยอดนักเตะในตำนานก็ยังเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการใช้ชีวิตค้าแข้งในฐานะนักเตะอาชีพให้กับสโมสรซานโต๊สที่ประเทศบ้านเกิดบราซิลและได้เพียง “ยิงประตูง่ายๆ” เท่านั้น

สำหรับนักเตะเอเชีย บททดสอบนี้กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยไปแล้ว เมื่อ 20 นักเตะในรายชื่อ 50 สุดยอดนักเตะเอเชียล้วนแยกย้ายกันฝึกฝนฝีเท้ากับหลายลีกในยุโรปด้วยความพยายามที่จะผ่านความท้าทายและก้าวไปสู่การเป็นนักเตะดาวดังอย่างสมกับความสามารถ การย้ายจากลีกในประเทศไปสู่ความพยายามเป็นดาวดังลีกยุโรปเป็นเป้าหมายหลักในอาชีพนักเตะของดาวรุ่งเอเชียหลายต่อหลายคน

นักเตะเอเชียที่กำลังสร้างชื่อบนเวลาโลกในยุคนี้คือ ชินจิ คากาวะ,  ซอน เฮือง-มิน, เคสุเกะ ฮอนดะ และ กี ซุง-ยอง ซึ่งหากมองถึงความสามารถในเกมเพียงอย่างเดียวแล้วก็คงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสุดยอดของเอเชียแล้วหรือยัง แต่ผลงานในการเล่นของทั้งสามคนลีกยุโรปนับว่าเป็นการชี้ถึงความสำเร็จในเส้นทางฟุตบอลกับต้นสังกัดในบุนเดสลีกา, เซเรีย อา และพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตามลำดับ

สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันระหว่างการมีชื่อเสียงในระดับทวีปเอเชียและการก้าวไปสู่ระดับโลกก็คือ ในมุมมองของฟุตบอลรับโลก ความสามารถและชื่อเสียงของนักเตะเอเชียยังคงไม่ได้รับการยอมรับในระดับสูงเท่าใดนัก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 เมื่อทีมชาติเกาหลี เจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลกสามารถทำผลงานผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ทำให้ฟุตบอลเอเชียได้รับการยกย่องในเวทีโลก แต่ 12 ปีให้หลัง ผลงานน่าผิดหวังของทีมจากทวีปเอเชียแทบจะทำลายชื่อเสียงจากครั้งนั้นลงไปมากมาย และเมื่อนักเตะจากลีกสามของอังกฤษอย่างมาสซิโม ลูอังโก้ ของทีมชาติออสเตรเลียคว้าตำแหน่งผู้เล่นทรงคุณค่าในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย 2015 ยิ่งทำให้เกิดความกังขาถึงความแข็งแกร่งของฟุตบอลเอเชีย

สื่อและแฟนฟุตบอลเองก็เป็นตัวช่วยโหมกระแสคลั่งยุโรปเช่นกัน ไม่ว่าเมื่อใดที่เริ่มมีดาวรุ่งดวงใหม่สร้างชื่อในเอเชีย ก็จะเริ่มมีการคาดเดากันอย่างรวดเร็วและกว้างขวางถึงการย้ายไปสู่ลีกใหญ่ และเมื่อมีการย้ายจริงตามคาด สื่อเอเชียก็กระโดดเข้าร่วมวงตีฆ้องประโคมข่าวไปด้วย ยกตัวอย่างด้วยผลงานยอดเยี่ยมของ กี ซุง-ยองกับสวอนซี ที่สามารถครองพื้นที่ข่าวได้มากกว่าทุกสิ่งที่ซุง-ยองเคยทำมาแล้วกับต้นสังกัดเดิม เอฟซี โซล  และสำหรับสื่อกีฬาญี่ปุ่นก็แทบจะไปยกสำนักไปเฝ้าติดตามข่าวฮิเดโตชิ นากาตะ เมื่อครั้งย้ายไปเล่นในเซเรียอา ส่วนแฟนฟุตบอลชาวจีนกว่า 50 ล้านคนก็ต่างเฝ้ารอติดตามการถ่ายทอดสดเมื่อจาง ซี่ เจ๋อ นักเตะตัวความหวังทีมชาติจีนย้ายไปร่วมทีมโวล์ฟสบวร์ก แต่ในทางกลับกัน เมื่อหลี เหว่ย เฟง ย้ายข้ามทะเลเหลืองจากแผ่นดินใหญ่ไปร่วมทีมซูวอน ซัมซุง บลูวิงส์ เมื่อปี 2009 ก็แทบจะไม่เป็นข่าวให้เห็นในสื่อจีน ซึ่งนั่นทำให้เห็นว่าแฟนฟุตบอลมองการย้ายไปสู่ลีกยุโรปว่าน่าตื่นเต้นกว่าการย้ายภานในทวีปเอเชียด้วยกันเอง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจหากแฟนฟุตบอลทั่วโลกจะคิดเหมือนๆ กัน

แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงมองได้ว่าเริ่มมีการพัฒนาให้เห็น หลายสิ่งหลายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเอเชียก็เริ่มมีประกายความหวัง หากเทียบกับเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ยุคนี้ของเอเชียเป็นยุคที่มีสื่อฟุตบอลที่เสนอข่าวฟุตบอลสู่วางกว้าง มีชุมชนโลกฟุตบอลที่ขยายขึ้นกว่าเดิม ข่าวฟุตบอลมีให้ได้ติดตากันมากขึ้น มุมมองและบทวิเคราะห์มีออกมามากว่าเมื่อก่อน และเอเชียเริ่มเปิดตัวเข้าสู่ระดับโลกอย่างช้าๆ แม้ว่าสปอตไลท์จะยังไม่สาดส่องเจิดจ้ามายังภูมิภาคเอเชีย แต่ก็ยังมีความหวังว่าแสงสว่างเริ่มจะส่องแทรกผ่านสายตาของสเก๊าท์ มาสู่สายตาของแฟนฟุตบอลทั่วไปบ้างแล้ว

ตัวอย่างหนึ่งคือ โอมาร์ อับดุลราห์มาน อันดับ 5 ใน 50 สุดยอดนักเตะเอเชีย 2015 ผลงานยอดเยี่ยมสม่ำเสมอกับสโมสร อัล-เอน และผลงานกับทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และทีมโอลิมปิก ทำให้โอมาร์ กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกจับตามอง จนกระทั่งถึงทัวร์นาเมนต์ใหญ่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย 2015 ที่ประเทศออสเตรเลีย โอมาร์ได้รับความสนใจจากแฟนฟุตบอลที่ติดตามฟุตบอลเอเชียที่ต่างพากันตื่นเต้นเมื่อได้เห็นฟอร์มและตื่นตากับความสามารถของดาวรุ่งเอเชียรายนี้

เพลย์เมคเกอร์ผมฟู เล่นเกมได้ลื่นไหลสวยเนียนตาและผลงานกับทีมชาติในเวทีเอเชียทำให้โอมาร์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ แม้หากหวังจะพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง โอมาร์อาจจะต้องมุ่งหน้าสู่ยุโรป แต่ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเกมระดับเอเชียนี่เองที่เป็นเวทีแจ้งเกิดของดาวรุ่งยูเออี

อีกหนึ่งดาวรุ่งที่แม้จะยังไม่ร้อนแรงและอยู่ในความสนใจของแฟนบอลและสื่อเท่ากับโอมาร์ แต่อีกไม่นานอาจจะกลายเป็นเป้าสปอตไลท์ กองหน้าดาวรุ่งของเอฟซีโตเกียวและทีมชาติญี่ปุ่นที่ไม่เพียงเป็นดาวยิงเท้าคม ซึ่งเริ่มมีข่าวว่าได้รับความสนใจจากยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก เชลซี และแม้ว่ามุโตะอาจจะต้องพลาดเป้าจากกรุงลอนดอน แต่ก็ยังมีอีกหลายทีมในยุโรปที่พร้อมจะคว้าตัวดาวรุ่งเลือดซามูไรไปร่วมทีม

นอกจากนี้ยังมีจาง หลิน เปง ปราการหลังตัวแกร่งของกว่างโจวเอฟเวอร์แกรนด์ ที่มีข่าวว่าเอซีมิลานจับตามองมาสักระยะหนึ่งแล้ว และหากมีการซื้อตัวจางไปร่วมทีมเซเรีย อา ก็น่าสนใจว่าเซ็นเตอร์แบ็คจากแดนมังกรจะทำงานได้ดีแค่ไหนในลีกที่ฟุตบอลเป็นศิลปะบนผืนหญ้า

แม้ความแข็งแกร่งของฟุตบอลเอเชียยังคงต้องรอการพิสูจน์บนเส้นทางอีกยาวไกล แต่โลกฟุตบอลกำลังหันมาจับตามองนักเตะรุ่นใหม่ๆ จากทวีปเอเชียที่กำลังทำผลงานยอดเยี่ยมในระดับภูมิภาคก่อนที่จะมีการย้ายไปสู่ลีกใหญ่ในยุโรป แต่นักเตะเอเชียยังคงต้องแสดงผลงานเพื่อสร้างความประทับใจให้โลกฟุตบอลได้เห็นว่าฝีเท้าเอเชียก็ไม่แพ้ใคร และในที่สุดเอเชียก็อาจจะกลายเป็นเบ้าหลอมที่สร้างนักฟุตบอลพรสวรรค์ไปสู่ระดับโลก

อ่านและพูดคุยกับเรา #FFTASIA50

50 สุดยอดนักเตะเอเชีย ร่วมนำเสนอโดย Samsung Sports Flow ข้อมูลกีฬาที่ครบถ้วนและครอบคลุมมากที่สุดในแอพเดียว ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ที่นี่ที่เดียว