ฟีฟ่า เดย์ 2: สอบวัดระดับช้างศึก ยังไม่ผ่านแต่ประทับใจ

ช้างศึกสยามประเทศเสียสมาธิท้ายเกม ถูกหมอผีแคเมอรูนยิงแซงเอาชนะ 2-3 ในเกมอุ่นเครื่องฟีฟ่า เดย์ ถึงจะแพ้แต่ประทับใจแฟนบอล

หลังจบเกมฟุตบอลอุ่นเครื่องระหว่างทีมชาติไทยกับแคเมอรูนเมื่อค่ำวานนี้ แฟนบอลไทยหลายคนคงรู้สึกเสียดายที่ล้มหมอผีไม่ได้ แต่ที่แน่นอนคือความภูมิใจที่ช้างศึกทีมชาติไทยโชว์ฟอร์มดีเกือบตลอดครึ่งแรก แม้จะพลาดถูกเฉือนชนะไปในช่วงท้ายเกมก็ตาม

เล่นๆ ให้เป็นจริง

ทีมชาติไทยประสานงานกันได้ดีตั้งแต่ต้นเกม ต่อบอลสั้นเท้าต่อเท้า ขยับบอลขึ้นสูงได้ลื่นไหล ดูเนียนตา อย่างที่เราเผลอคิดไปว่านี่มันบาร์ซ่าหรือเปล่า เราดูด้วยความปลื้มใจที่ช่วง 15 นาทีแรกแคเมอรูนแทบหาบอลไม่เจอเลย

อดีตตำนานบาร์ซาและทีมชาติฮอลแลนด์ โยฮัน ครัฟฟ์ ยังเคยกล่าวถึง อย่างที่เรียกได้ว่า “ยกย่อง” การเล่นลิงว่าเป็นการฝึกซ้อมที่สุดยอดมากอย่างหนึ่ง

“นอกเสียจากจังหวะยิงประตูแล้ว ทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเกมฟุตบอลเป็นสิ่งที่สามารถฝึกฝนได้ในการเล่นลิง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์การแข่งขัน การหาพื้นที่จ่ายบอล ถ้าได้ครองบอลแล้วจะทำยังไง เสียบอลไปแล้วต้องทำยังไง จะเล่นบอลจังหวะเดียวหรือ “วัน ทัช” ยังไง หรือแม้กระทั่งการจัดการกับตัวประกบติด และการแย่งบอลกลับมา”

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมทีมใหญ่หลายทีม แม้แต่เรอัล มาดริดและบาร์เซโลนา ยังฝึกซ้อมด้วยการเล่นลิง

ในเกมเมื่อวานนี้ ช้างศึกทีมชาติไทยเล่นลิงวงใหญ่กับหมอผี แคเมอรูน ขยับบอลขึ้นหน้า เคาะหาช่องแล้วจ่ายบอลผ่านช่องแบบสวยงาม 2 ประตูแรกนี่ต้องชมเทคนิคและการประสานงานของทีมล้วนๆ

(กอง) หลังจากนั้น....

แต่อย่างที่รู้กันอยู่ว่าเกมรับทีมชาติไทยยังคงเป็นปัญหาที่ซิโก้ยังต้องแก้ เราจึงคิดว่าเกมนี้เป็นการทดลองระบบเกมรับอีกนัดหนึ่งด้วยการใช้ประวีณวัช บุญยงค์ ซึ่งเราเห็นชื่อแล้วก็ยังเกาหัวแกร๊กว่าพี่แกเอาเจ้าบิ๊ก บีจีมาได้ยังไง

และจบเกมนี้ก็ยังต้องแก้เกมรับกันต่อไป

โอเค เราเข้าใจว่ามิก้าเจ็บ ประทุมไม่ฟิต ธนบูรณ์ไปชุดเล็ก แต่ก่อนเกมเรามองหาสุทธินันท์อยู่นะ เพราะในเกมที่ต้องเจอกับกองหน้าเร็ว แข็งแกร่งอย่างแคเมอรูน ประวีณวัช ช้าและเหวอเกินกว่าที่จะดักได้ทัน แม้แต่เอ็ม สุทธินันท์เองเจอตัวจี๊ดๆ เข้าก็ยังเอาไม่ไหว โดนฉีกกันเป็นริ้วๆ เราจึงมองว่าบิ๊ก บีจี ยิ่งไม่ไหวกว่า

หรือจะเป็นเพราะว่าซิโก้มองประวีณวัชว่าเป็นเซ็นเตอร์แนวปักหลักดักอ่านเกมและรูปร่างสูงใหญ่ทำให้ช่วยลูกกลางอากาศได้เยอะ แต่เรามองว่ามีตัวอื่นที่ดีกว่าตั้งเยอะ (ที่ไม่ได้ติดทีมชาติน่ะ) เซ็นเตอร์/สวีปเปอร์อย่างเกียรติประวุฒิ สายแวว เป็นอีกคนหนึ่งที่เราชอบและเชื่อว่าน่าจะเป็น 1 ใน 4 เซ็นเตอร์ที่ดีที่สุดของไทยตอนนี้

แต่เราจะมีโค้ชไว้ทำไมถ้าไม่เชื่อใจให้โค้ชจัดทีมลงสนามเอง ดังนั้นเราจึงนั่งดูเกมต่อไปด้วยความระทึกใจ

แบ็คโฟร์ในเกมนี้ไม่ค่อยได้ถูกทดสอบมากนักในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แถมยังมีสารัชคอยเก็บกวาดอยู่หน้าแนวรับอีกคน ทำให้เบาแรงไปได้เยอะ

ระบบ 4-3-3 ที่ดูคล้าย 4-1-2-3 โดยมีสารัชยืนอยู่หน้าแนวรับ ทำให้เกมรับแน่นขึ้นเยอะ ถือว่าสอบผ่าน เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ขาดไม่ได้ในทีมชาติไทยในตอนนี้ และเมื่อสารัชต้องถูกหามออกไปในนาทีที่ 41 วิทยา หมัดหลำ ที่เคยทำผลงานได้ตะกุกตะกักในเกมกับสิงคโปร์ ลงมาแทนสารัช และแทบจะไม่ได้มีบทบาทกับเกมเลย เพียงนาทีเดียวหลังจากสารัชออกจากสนามไทยก็พลาดเสียประตู ปล่อยให้แคเมอรูนแทงทะลุช่องเข้าไปยิงเฉยๆ วิทยานั้นหลุดตำแหน่ง ยังกลับมาไม่ถึง ส่วนประวีณวัชไม่เข้าบอล ปล่อยให้แคเมอรูนจ่ายผ่านช่องไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งถ้าเป็นเจ้าตัง บอลถึงเท้า เจ้าตังก็ถึงด้วย ความเด็ดขาดตรงนี้แหละที่เป็นจุดสำคัญที่ขาดหายไปพร้อมกับเปลหาม

จังหวะและเวลา 

ส่วนด้านหน้า 3 คน หลังจากอดิศักดิ์ ไกรษรเจ็บจนต้องออกจากสนาม ต้องใช้ธีรศิลป์ แดงดา ลงมาเล่นตั้งแต่นาทีที่ 7 และ TD10 ได้จังหวะสวยๆ อยู่ประมาณ 15 นาที มีโอกาสได้ยิงให้นายประตูแคเมอรูนออกแรงเซฟแบบว่าถ้าเข้าประตูก็จะเป็นลูกยิงสุดสวยลูกหนึ่งเลย แต่หลังจากนั้น TD10 ก็หายไปจากเกมเสียเฉยๆ

จากเกมที่เห็น ธีรศิลป์ยังเครียด เกร็ง และอ่านระบบทีมไม่ได้ หลายจังหวะที่เราได้เห็นทีมชาติไทยเคาะบอลเข้าหาประตูแคเมอรูน ธีรศิลป์ที่ควรจะหาจังหวะตัดเข้าในเหมือนในช่วง 15 นาทีแรกที่ได้ลงสนาม กลับมายืนลอยเหมือนเป็นแถวสองปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่เย็น มงคล ทศไกร หาจังหวะเข้าไปเล่นบอลแทน

หลายคนรวมถึงตัวเราเองคงคิดคล้ายๆ กันว่าฟอร์มของธีรศิลป์ในเกมนี้ค่อนข้างน่าผิดหวัง แม้จะมีความแข็งแกร่งกลับมาจากอัลเมเรีย แต่เมื่อเวลาผ่านไป 2 เดือน ความกล้าเล่นกล้าลุย และความมั่นใจที่เราเคยเห็นในเกมนัดเปิดฤดูกาล ไม่มีให้เราได้เห็นอีกแล้ว ซึ่งนั่นยิ่งน่าเสียดายมากขึ้น

ส่วนพี่เย็น มงคล ทศไกร ทุ่มเทสุดชีวิตเหมือนที่พี่เย็นเคยบอกว่า จากหนุ่มโรงงานมาเป็นฮีโร่ทีมชาติ ผมมาไกลเกินกว่าที่จะไม่ทุ่มเทเต็มร้อยแล้ว เราจึงได้เห็นพี่เย็นวิ่งเป็นม้าตลอดทั้งเกม ฟิตสมเป็นทหารไทยจริงๆ พ่อคุณเอ๊ย

พี่เย็น ได้คะแนนความพยายามและความทุ่มเท ส่วนเทคนิคและจังหวะจบสกอร์ยังต้องพัฒนาอีกนิด เราเชื่อว่าพี่เย็นจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากเกมนี้และพัฒนาตัวเองได้มากขึ้นแน่นอน

ประเมินผลสอบ

นอกจากเกมรับแบ็คโฟร์ที่ยังหาชุดที่สมบูรณ์ที่สุดยังไม่ได้ รูปเกมโดยรวมและระบบเกมรับในนัดนี้ก็ถือว่าผิดมาตรฐานกว่าทุกเกมที่ผ่าน 

โดยปกติเราจะเห็นครึ่งแรกของซิโก้เป็นบอลลองเชิง เพรสซิ่งเร็ว ทำเกมในแดนคู่แข่ง เหมือนในครึ่งแรก หาช่องเจาะ หาจุดอ่อนเกมรับของคู่แข่ง แล้วครึ่งหลังจึงกลับมาทำผลงานได้ดี เกมนี้แม้ครึ่งแรกจะเล่นได้ตามระบบ กดดันสูง เล่นเร็ว อาศัยการต่อบอลเท้าต่อเท้าทะลุช่องจนแคเมอรูนแทบหาบอลไม่เจอ แต่ครึ่งหลังกลับเป็นแคเมอรูนที่แก้เกมลงมาสู้กับทีมชาติไทยได้อย่างยอดเยี่ยม ฟังดูตลกนิดหน่อยที่แนวรับแคเมอรูน ประกบเกริกฤทธิ์ ประกบมงคล แต่ปล่อยธีรศิลป์

ครึ่งหลังแคเมอรูนลงมาบุก แล้วที่เรามองว่าพลาดคือไทยเริ่มยุบลงมารับลึก  แพ็คเกมรับหน้ากรอบประตู หลับตานึกแล้วมองเห็นลิเวอร์พูลช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา ที่พอนำแล้วจะรีบลงไปรับลึก พอรับลึกก็ทำให้เหลือพื้นที่หน้าประตูน้อย ก็โดนทดสอบแนวรับบ่อยขึ้น แล้วกับฟุตบอลความสามารถส่วนตัวสูงๆ อย่างแคเมอรูน พื้นที่น้อยๆ แบบนั้นยิ่งเล่นได้ดีกว่าอยู่แล้ว

อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาก็คือฟุตบอลรับแน่นหน้าประตูของไทย ไม่ว่าจะเป็นทีมชาติหรือเกมลีกจะออกแนวชุลมุนและไร้ทิศทางมาก และเสียประตูจากจังหวะแบบนี้กันมาก อาจจะเพราะพยายามช่วยกันมากเกินไปหน่อย

นี่ยังไม่รวมถึงการลงรับลึกทำให้พลิกบุกยาก กองกลางได้บอลแล้วบุกขึ้นมาไม่ถึงแดนหน้า ทำให้เหนื่อยหนักขึ้น ล้าหนักขึ้นไปอีก บอลไม่ถึงกองหน้า ไม่มีจังหวะได้บุกกันเลย

ท้ายเกมไทยเสียสมาธิไปเยอะ ที่เคยเล่นลิงกันแม่นๆ กลายเป็นว่า 20 นาทีท้ายก็เริ่มเดินเล่น จ่ายเบา จ่ายสั้น จ่ายแป้ก ปล่อยให้แคเมอรูนดักบอลได้หลายจังหวะ พอเสียประตูที่ 2 ถึงได้กลับมาวิ่งกันอีกรอบ แล้วแม้แต่เก๋าๆ อย่างประกิต ดีพร้อม ที่ยิงประตูแรกก็ยังพลาดจ่ายสั้นจนกวินทร์ต้องตัดบอลหวาดเสียวเสียจุดโทษแล้วยังเสี่ยงใบแดง

แถมพอโดนเพรสหนักๆ เข้าไปอีก อาการล้ายิ่งทำให้เสียฟาวล์บ่อยขึ้น แล้วยิ่งรับลึกก็เลยกลายเป็นว่าเสียฟาวล์ระยะน่ากลัวจนเสียประตู ซึ่งนั่นก็เป็นปัญหาของเกมรับอีกเช่นเคย

สรุปแล้ว ครึ่งแรกครึ่งหลัง ทีมชาติไทยเล่นกันเหมือนคนละทีม ความนิ่ง ความเด็ดขาดทั้งในเกม ยังคงเป็นสิ่งที่ทีมชาติไทยชุดนี้ยังต้องพยายามฝึกฝนให้มากขึ้น และเกมอุ่นเครื่องแบบนี้แหละที่จะทำให้เราได้วัดความสามารถของช้างศึกสยามประเทศ

เพราะหากไม่มีข้อสอบยากๆ มาวัดพัฒนาการ เหมือนกับการเจอแคเมอรูนในเกมนี้ เราคงไม่รู้ว่าตรงไหนที่ต้องพัฒนาบ้าง

และแม้วันนี้ซิโก้จะยังสอบไฟนอลเลื่อนชั้นไม่ผ่าน แต่ก็เรียกว่ามาได้ถูกทางอย่างมาก

เสริมเซ็นเตอร์แน่นๆ หากองหน้าคมๆ แบบตูมเดียวตาข่ายกระจุย แล้วสอบอีกที เราเชื่อว่าผ่านฉลุยแน่นอน