FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 10

มาถึงรุ่นใหญ่ 10 อันดับสุดท้าย เริ่มต้นด้วยกุนซือเฟร้นช์แมนที่ก้าวจากการเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยมสู่การเป็นโค้ชผู้ยิ่งใหญ่

แม้จะเริ่มต้นอาชีพโค้ชเพียง 8 ปี แต่โลร็องต์ บล็องก์ ก็กำลังเก็บเกี่ยวดีกรีและถ้วยแชมป์มาใส่ตู้โชว์ได้มากมายไม่ต่างกับช่วงอาชีพนักเตะ

หลังจากนำทีมปารีส แซงต์-แฌร์กแมง คว้าแชมป์ในประเทศทุกรายการเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา บล็องก์ วัย 49 ปีก็ถูกยกเป็นโค้ชที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยการคว้าแชมป์ 7 รายการตั้งแต่เริ่มคุมทีมจนถึงปัจจุบัน

โลร็องต์ บล็องก์ หนึ่งในนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 และฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป (ยูโร 2000) เป็นโค้ชผู้พาทีมเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิง 2 สมัย, แชมป์ลีกคัพฝรั่งเศส 2 สมัย และแชมป์คูป เดอ ฟร็องซ์ หรือเอฟเอ คัพ ฝรั่งเศสอีก 1 สมัย รวมถึงการชูถ้วยแชมป์โทรฟี เดอ แชมปิญง 2 ครั้ง

และเมื่อรวมกับแชมป์ลีกเอิง 1 สมัยและแชมป์ลีกคัพที่บล็องก์เคยคว้ามาครองในช่วงที่คุมทีมบอร์กโดซ์เมื่อปี 2007 ถึง 2010 ก็เห็นได้ชัดเจนว่ากุนซือผู้ถูกขนานนามว่า “ประธานใหญ่” กำลังเก็บเกี่ยวความสำเร็จและสะสมถ้วยแชมป์พ่วงต่อท้ายชื่ออย่างน่าประทับใจ

การครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลฝรั่งเศสไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายสำหรับเปเอสแชที่เพิ่งทุ่มเงินยกเครื่องทีม แต่สำหรับบล็องก์ ฝีมือการคุมทีมกำลังถูกวัดระดับจากผลงานในรายการใหญ่ทวีปยุโรปมากกว่ารายการในประเทศ

กุนซือชาวเมืองอาเลส ตอบโจทย์ให้เจ้าของทีมชาวกาตาร์ด้วยการพาทีมผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย 2 สมัยติดต่อกันเป็นครั้งแรก และเป็นการเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่เริ่มอาชีพโค้ช โดยก่อนหน้านี้เมื่อปี 2010 บล็องก์เคยพาบอร์กโดซ์ผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายก่อนจะต้องตกรอบด้วยการพ่ายให้กับลียง ทีมร่วมลีกเอิง

[เรื่องของบล็องก์]

Before a 2-0 defeat to Sweden in the last group game of Euro 2012, France had enjoyed a 23-match unbeaten run in qualifying

แม้ตลอดการคุมทีมช่วงสั้นๆ ที่ผ่านมาจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมาด้วยดี แต่ยังไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าบล็องก์ประสบความสำเร็จได้ดังใจ

การคุมทีมชาติฝรั่งเศสในช่วงปี 2010-2012 ต้องจบลงแบบไม่ค่อยสวยงามหลังจากทีมตราไก่ตกรอบฟุตบอลยูโร 2012 แบบน่ากังขา ทีมชาติฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยนักเตะความสามารถสูงกลับต้องถูกอีโก้ล้นฟ้าบดบังตาในเกมกับโปแลนด์และยูเครน ไม่ต่างอะไรกับความอับอายจากการตกรอบฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาเพียง 2 ปีก่อนหน้านั้น

นอกจากนี้บล็องก์ยังกลายเป็นเป้าเสียงวิจารณ์หลังจากเข้าคุมทีมชาติฝรั่งเศสได้เพียงปีแรกเมื่อมีรายงานว่าบล็องก์พยายามเจรจาให้มีการตั้งโควต้าจำกัดจำนวนนักฟุตบอลผิวดำและเชื้อสายอาหรับในทีมเยาวชนทีมชาติฝรั่งเศส

Laurent Blanc, France

แต่ในที่สุดหลังการสอบสวนของรัฐมนตรีกีฬาของฝรั่งเศส บล็องก์รอดพ้นข้อกล่าวหาเรื่องการเหยียดผิว โดยบล็องก์กล่าวว่าความเห็นในกรณีดังกล่าวถูกจับมากล่าวอ้างเพียงส่วนเดียว แต่อย่างไรก็ตามช่วงเวลามรสุมนอกสนามและการคุมทีมของบล็องก์ที่ไม่มีบารมีพอที่จะคุมนักเตะรายใหญ่ในทีมชาติก็กลายเป็นจุดด่างในอาชีพโค้ชที่ภาพรวมสวยหรูของบล็องก์

ก่อนที่จะพ่ายให้กับทีมชาติสวีเดน 2-0 ในฟุตบอลยูโร 2012 รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ทีมชาติฝรั่งเศสสร้างสถิติไร้พ่ายในการแข่งขันรอบคัดเลือก 23 เกม และยังเคยเอาชนะทีมชาติอังกฤษ บราซิล และเยอรมนีในเกมกระชับมิตร ด้วยผลงานสุดยอดที่ผ่านมาทำให้ฝรั่งเศสเข้าสู่ฟุตบอลยูโร 2012 รอบสุดท้ายในฐานะทีมเต็มแชมป์ ก่อนจะพลาดตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการพ่ายให้กับทีมชาติสเปน

[เลือดสีน้ำเงิน

Blanc’s men set a Ligue 1 points total record in 2013/14 and the Frenchman immediately led the team to a domestic double

2 ฤดูกาลที่ ครองตำแหน่งกุนซือที่สนามปาร์ก เดอ แปรงส์ โลร็องต์ บล็องก์ ต้องพบกับกองทัพสื่อที่พุ่งความสนใจมาที่ตัวเขา แต่เป็นเป้าความสนใจที่ต่างกับยุคที่เคยคุมทีมชาติฝรั่งเศส

บล็องก์ตกเป็นเป้าเสียงวิจารณ์และการคาดการณ์ถึงอนาคตกับเปแอสเช เนื่องจากทั้งสื่อและแฟนฟุตบอลมองว่ากุนซือเฟร้นช์แมนยังด้อยชื่อเกินกว่าที่จะคุมทีมใหญ่และได้รับความเคารพจากนักเตะดาวดังประจำทีม

เสียงวิจารณ์ส่วนหนึ่งมองว่าทีมยักษ์เมืองปารีสเล่นด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่เหมือนกับทีมที่ใช้จ่ายเงินมหาศาลซื้อตัวนักเตะ โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นทื่อๆ ในฟุตบอลลีกและฟุตบอลถ้วยฤดูกาลที่แล้ว

Laurent Blanc, PSG

แต่อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของบล็องก์สร้างสถิติใหม่ลีกเอิงด้วยการเก็บคะแนนสูงสุดในฤดูกาล 2013/14 และกุนซือเฟร้นช์แมนก็พาลูกทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ฝรั่งเศสได้ตั้งแต่ปีแรก โดยที่ก่อนหน้านั้น คาร์โล อันเชล็อตติ เคยทำได้เพียงคว้าแชมป์ลีกเอิง 1 สมัยตลอดการคุมทีม 18 เดือน

เปแอสเชเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลฝรั่งเศสที่สามารถคว้า 3 แชมป์รายการใหญ่ที่ประกอบด้วย ลีกเอิง, เฟร้นช์ลีกคัพ และเฟร้นช์เอฟเอคัพ และโลร็องต์ บล็องก์ เป็นโค้ชคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำได้

และในระดับความสำเร็จส่วนตัว เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บล็องก์ก็เก็บคอลเลคชั่นแชมป์ฝรั่งเศสเข้าตู้ครบชุดด้วยการคว้าแชมป์เฟร้นช์เอฟเอคัพ หรือ คูป เดอ ฟร็องซ์ ก่อนจะคว้าตำแหน่งโค้ชแห่งปีลีกเอิงมาครอง ซึ่งทำให้บล็องก์เป็นโค้ชเปเอสแชคนแรกที่ครองความสำเร็จนี้เพียงผู้เดียว โดยก่อนหน้านี้คาร์โล อันเชล็อตติเคยคว้าตำแหน่งโค้ชแห่งปีร่วมกับคริสโตเฟอร์ กาลติเยร์ โค้ชของทีมแซงต์เอเตียง

หากในอนาคตบล็องก์ยังสามารถสะสมถ้วยแชมป์ได้เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน “ประธานใหญ่” อาจจะกลายเป็นสุดยอดของฝรั่งเศสทั้งในฐานะนักเตะและโค้ช

บล็องก์ ยกระดับมาตรฐานฟุตบอลของตนเองที่ปารีสสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่แม้ผลงานจะดีอย่างต่อเนื่อง หากบล็องก์ไม่สามารถพาทีมผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกได้ลึกกว่ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ก็อาจจะยากที่จะทำให้มหาเศรษฐีกาตาร์ เจ้าของทีมเปแอสเชพอใจได้

Laurent Blanc, PSG Chelsea

ก่อนหน้านี้กุนซือชาวเฟร้นช์เคยกล่าวถึงความชื่นชอบในทีมลา ลีกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบาร์เซโลนา ว่าอยากจะลองฝีมือด้วยการคุมทีมลา ลีกาในอนาคต

หากมองย้อนไปถึงความสำเร็จเมื่อครั้งยังเป็นนักเตะบาร์เซโลนาในยุคเดียวกับหลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือบาร์ซ่าคนปัจจุบัน, เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือบาเยิร์นมิวนิค และยูเลน โลเปเตกุย กุนซือปอร์โต้ เราอาจจะได้เห็นชื่อของโลร็องต์ บล็องก์ ขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกโค้ชคนใหม่ของบาร์เซโลนาในอนาคตก็ได้

มองแท็คติก กับ ไมเคิล ค็อกซ์

"เปแอสเช มีความได้เปรียบด้านทรัพยากรการเงินมากกว่าหลายทีมในฝรั่งเศส จนกลายเป็นเรื่องยากที่จะประเมินความสำเร็จของผู้จัดการทีม เพราะเมื่อใดก็ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้สบายๆ ก็จะถูกมองว่าเป็นความล้มเหลวทันที แต่สำหรับบล็องก์นั้น พูดได้ว่าเก็บเกี่ยวความสำเร็จได้เกินความคาดหมายด้วยการคว้าแชมป์ลีก 2 สมัยและแชมป์บอลถ้วยอีก 3 รายการ รวมถึงการเอาชนะเชลซีในยูโรเปี้ยนคัพรอบ 2 ที่ถูกมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเปแอสเชที่จะก้าวไปสู่ระดับสูงขึ้น"

"นอกจากนี้ บล็องก์ยังเคยประสบความสำเร็จในลีกเอิงมาแล้วในฤดูกาล 2008/09 กับทีมบอร์กโดซ์ ซึ่งฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาลที่โยอัน กูร์คัฟฟ์ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจในตำแหน่งมิดฟิลด์เกมรุก รวมถึงฮาเวียร์ ปาสตอเร่ ที่สามารถคืนฟอร์มเก่งภายใต้การชี้แนะของบล็องก์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเตะมักจะหันมาหาบล็องก์ยามที่ต้องการความเห็นเกี่ยวกับฟอร์มการเล่น"

"สำหรับในระบบการเล่น บล็องก์มักจะวางระบบแบบยืดหยุ่นและไม่ค่อยจะได้เห็นการเลือกนักเตะลงสนามแบบพลิกโผขัดใจแฟนบอล แต่หากจะฟันธงแท็กติกเกมของบล็องก์ก็คงจะไม่ง่ายนัก บางครั้งในเกมที่ต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง บล็องก์ก็เลือกที่จะดร็อปกองหน้าดาวยิงและเลือกเล่นเน้นเกมรับ ซึ่งก็ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก เนื่องจากทีมของบล็องก์เองก็มีความแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานในเกมออกไปเยือนเชลซีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในแชมเปี้ยนส์ลีก เปแอสเชโชว์ความเหนือชั้นคุมเกมได้มากกว่าทั้งที่เหลือตัวผู้เล่นเพียง 10 คนเกือบตลอดทั้งเกม และนั่นก็เป็นผลมาจากการวางแท็คติกล้ำเลิศของบล็องก์ ที่เลือกใช้แบลส์ มาตุยดี้ เล่นสองบทบาทเพื่อชดเชยตัวผู้เล่นที่เสียเปรียบ"

"แต่ถึงอย่างนั้นเราก็อยากที่จะเห็นบล็องก์ได้เล่นในรายการยุโรปมากขึ้นก่อนที่เราจะตัดสินฝีมือการคุมทีมของเขา และหลังจากประสบความสำเร็จในการคุมทีมในช่วงสองปีที่ผ่านมา อีกไม่นานบล็องก์น่าจะมีโอกาสได้คุมทีมใหญ่นอกประเทศฝรั่งเศสก็ได้"

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • 5 • 4 • 3 • 2 • 1

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015