FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 15-11

ก่อนจะถึง 10 อันดับสุดยอด.... กุนซือคนไหนจะไปไม่ถึงดวงดาว

โดย ทอม คันเดิร์ท, เกร็ก ลี, นิค เอมส์ และโจนาธาน จอห์นสัน

15) ฮอร์เก้ เฮซุส (สปอร์ติ้ง)

Jorge Jesus explained when I had to defend and when I should attack, how to hold the position and to be tactically alert. I worked every day tactically with him to improve. He believed in my quality and kept saying, ‘Just do what I ask and slowly you will play better’

- Nemanja Matic, Benfica

อาจจะดูเหมือนนักร้องเพลงร็อคหลงยุคมาจากทศวรรษ 1980 แถมในยามที่ออกสื่อแถลงข่าวก็มีการโชว์ภูมิรู้ทุกเรื่องให้สื่อและแฟนฟุตบอลได้ฟังกันเรื่อยๆ และยังมีนิสัย (เสียๆ) ที่ชอบยั่วโมโหโค้ชทีมคู่แข่งให้เดือดปรี๊ดโป๊ะแตกได้ง่ายๆ แต่อย่าเข้าใจผิดก็แล้วกัน ฮอร์เก้ เฮซุสคนนี้เป็นหนึ่งในสุดยอดโค้ชฟุตบอลที่ฉลาดสุดๆ เลยทีเดียว

สำหรับเฮซุส ไอ้เรื่องถ่อมตัวนี่ไม่มีเสียหรอก อย่าหวังว่าจะได้เห็น เมื่อปีที่แล้วถึงกับเคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ Sol ว่า "ผมเป็นสุดยอดโค้ชของโลก ผมไม่คิดว่าจะมีใครรู้เรื่องฟุตบอลมากกว่าผม"

นิสัยโผงผางคุยโตแบบนี้ ถ้าไม่ใช่พวกขี้อวดล่องลอยก็มีแต่อัจฉริยะเท่านั้น และสำหรับกุนซือวัย 60 ปี ผลงานที่ผ่านมาก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเฮซุสคนนี้เป็นอัจฉริยะลูกหนังเลยทีเดียว

เฮซุสโชว์ผลงานสุดยอดด้วยการพาลูกทีมไล่บี้สู้กับปอร์โต้ ทีมที่ครองความยิ่งใหญ่ในลีกโปรตุเกสมายาวนาน ในยุคที่ยังคุมทีมเบนฟิก้า 6 ปี เฮซุสพาทีมเมืองเหนือลุยลุ้นแชมป์แบบที่ไม่มีใครเคยทำได้มาก่อน และยังยกระดับทีมด้วยการเล่นเกมฟุตบอลที่ดูแล้วสนุกสะใจ ฮอร์เก้ เฮซุสยังมีความยอดเยี่ยมในการพัฒนานักเตะพรสวรรค์รุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาสู่ทีม เรียกศักยภาพนักเตะหลายๆ คนออกมาได้อย่างดี ก่อนที่จะขายออกไปด้วยราคาแพงปีแล้วปีเล่า ดูอย่าง ดาวิด ลุยซ์ หรืออังเคล ดิ มาเรีย เป็นตัวอย่าง นั่นก็ฝีมือเฮซุสเหมือนกัน

หลังจากพาเบนฟิก้าคว้าแชมป์ 2 สมัยซ้อนเป็นครั้งแรกในรอบ 31 ปี เฮซุสก็อำลายักษ์ใหญ่เมืองลิสบอนอย่างงดงาม ก่อนจะย้ายข้ามมาคุมทีมสปอร์ติ้ง คู่อริร่วมเมืองลิสบอน 

ส่วนสาเหตุการย้ายทีม ส่วนหนึ่งก็คงต้องบอกว่ามาจากเม็ดเงิน แต่เฮซุสน่าจะมองว่าการประสบความสำเร็จกับสปอร์ติ้งจะเป็นการตอกย้ำยืนยันคำกล่าวอ้างที่ว่าตนเองคือสุดยอด และเป็นหลักฐานที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าฮอร์เก้ เฮซุสคือสุดยอดโค้ชในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโปรตุเกส

จับตารอชมก็แล้วกัน TK

FEATURE Money, ambition and betrayal: the bitter story of Jorge Jesus’s Benfica walkout

14) รูดี้ การ์เซีย (โรมา)

I Googled him and the first thing that came up was him playing ‘El Porompompero’ on guitar. I thought ‘Oh god, what have we got ourselves into?’ I now have no doubt whatsoever he can be the turning point in the history of Rome

- Daniele De Rossi, Roma

ฤดูกาลที่แล้วดูไม่ค่อยเป็นใจให้รูดี้ การ์เซียเท่าไหร่นัก หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้านี้เคยพาทีมไล่บี้แย่งแชมป์กับยูเวนตุส แต่ปีนี้กลับถูกทิ้งห่างถึง 17 แต้มทั้งๆ ที่สู้กันสูสีมาเกือบตลอดฤดูกาล เพียงแต่ทีมหมาป่าโรม่ากลับสะดุดในช่วงครึ่งฤดูกาลหลังและปล่อยให้ทีมม้าลายควบเต็มสปีดคว้าแชมป์เซเรีย อา สมัยที่ 4 ไปได้อีกครั้ง

แม้จะเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวัง แต่คงไม่มีใครลืมว่าโรม่าเคยตกต่ำแค่ไหนก่อนการเข้ามาคุมทีมของรูดี้ การ์เซีย เพราะเพียงไม่ถึง 2 ปีก่อน ทีมหมาป่าโรม่าต้องพลาดท่าพ่ายเกมนัดชิงชนะเลิศโคปปาอิตาเลียให้กับคู่แข่งลาซิโอ และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 6 ในเซเรีย อา

และเมื่อมองในมุมนั้น การก้าวเข้ามาเป็นรองแชมป์ถึง 2 ปีซ้อนภายใต้การคุมทีของการ์เซีย จึงนับเป็นพัฒนาการสำหรับโรมา แม้วิธีการยึดติดกับเกมจนเรียกได้ว่าเป็นความดื้อดึงจนหลายๆ คนไม่ชอบใจนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากุนซือเฟร้นช์แมนเป็นหนึ่งในสุดยอดโค้ช 

การ์เซียไม่เพียงยกระดับโรมาขึ้นมาอย่างมากมายในระยะเวลาการคุมทีมเพียง 2 ปี แต่ยังสามารถทำให้โรม่ากลายเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลยอดเยี่ยมอีกทีมหนึ่งในแถบคาบสมุทรอิตาลี

"การ์เซียเหรอ ผมเคยหวังว่าเขาจะเป็นโค้ชที่สุดยอด และเขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าจริง" ฟรานเชสโก้ ต็อตติ กล่าวหลังจากที่กุนซือผู้เคยพาลีลล์คว้าแชมป์ลีกเอิงและลีกคัพเมื่อปี 2011 เข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือโรมา "ผมคิดว่าเราค้นพบกุนซือที่จะพาเราไปสู่อนาคต"

และนั่นคือคำนิยมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วในกรุงโรม GL

13) โรนัลด์ คูมัน (เซาท์แธมป์ตัน)

However good a career he's had, he’s approachable. He gives off a calm feeling but with strong encouragement: he’ll tell us if we’re messing around in training too much, or if it’s not going quite right, but he's got this humble aura about him

- Ryan Bertrand, Southampton

การมาถึงของโรนัลด์ คูมัน ได้รับการต้อนรับจากแฟนๆ เซาท์แธมป์ตันแบบไม่ค่อยเต็มที่นัก กุนซือชาวดัตช์เข้ามาคุมทีมนักบุญแทนเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

แฟนๆ นักบุญที่กำลังกังวลกับว่าทีมที่เคยสร้างผลงานได้ดีในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้วแต่กลับต้องเสียนักเตะสำคัญหลายรายทั้งที่ย้ายออกจากทีมและที่ต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บ มองว่าการเข้ามารับงานคุมทีมของคูมันที่ประสบการณ์การทำทีมจำกัดอยู่เพียงภายในประเทศฮอลแลนด์ เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อมั่นนัก

งานแรกๆ ที่คูมันลงมือก็คือการเซ็นสัญญาคว้าตัวกราเซียโน่ เปลเล่ จากเฟเยนูร์ด สโมสรต้นสังกัดเดิมของตนเอง และดูซาน ทาดิช จากทเวนเต้ คู่แข่งลีกดัตช์ แต่ยังไม่สามารถลบภาพด้านลบที่แฟนฟุตบอลมีต่อโค้ชชาวดัตช์ แต่เมื่อเซาท์แธมป์ตันภายใต้การคุมทีมของคูมันเปิดฉากฤดูกาลใหม่ด้วยเกมบุกเฉียบคมสุดโหดและสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 8 นัดจากการลงสนาม 11 เกมแรกและทำให้แฟนฟุตบอลตกตะลึงด้วยการเล่นฟุตบอลแบบจินตนาการบรรเจิดชนิดที่พรีเมียร์ลีกไม่เคยได้เห็นมานานหลายปี

แม้จะครองอันดับ 4 ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก แต่ในช่วงครึ่งหลังฟอร์มการเล่นของนักบุญเริ่มแผ่วจนทีมของคูมันต้องตกอันดับลงมาและจบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 แต่ถ้าพูดถึงการคุมทีมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลแรก นับว่าผลงานไม่ธรรมดาเลยสำหรับกุนซือที่ถูกมองว่าฝีมือไม่เข้าขั้นพรีเมียร์ลีก

คูมันเคยคว้าแชมป์ฟุตบอลดัตช์ในการคุมทีมอาแจ็กซ์และพีเอสวีมาแล้ว และยังเคยพาทีมบาเลนเซียคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ แต่ฤดูกาลที่ผ่านมาน่าจะเป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จสำหรับกุนซือวัย 52 ปีที่เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่จำเป็นในฐานะกุนซือมาตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะที่ประสบความสำเร็จกับอาแจ็กซ์และบาร์เซโลนา

และสำหรับคูมันในตอนนี้ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว NA

12) เลโอนาร์โด ยาร์ดิม (โมนาโก)

The Arsenal win was a tactical triumph, and for all those who doubted our choice of Jardim, and who doubted him, it was really the best response. For our project, we need a coach who can grow. We chose Jardim for his work with young players and understanding

- Vadim Vasilyev, Monaco vice president

แม้จะสามารถพาทีมโมนาโกกลับมาเล่นลีกเอิงเป็นครั้งแรกหลังจากตกไปเล่นลีกรองถึง 2 ปีและปิดฉากฤดูกาลด้วยการครองอันดับ 2 แต่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ก็ยังไม่วายถูกเด้งพ้นเก้าอี้กุนซือเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยคนที่ถูกวางตัวให้รับหน้าที่คุมทีมต่อจากรานิเอรี่ก็คือเลโอนาร์โด ยาร์ดิม ที่สร้างกระแสความคลางแคลงใจไปทั่วฝรั่งเศส

กุนซือจอมแท็กติกชาวโปรตุกีสเคยพาทีมสปอร์ติ้งคว้าอันดับ 2 ในพรีเมียร์ลีกโปรตุกีส ฤดูกาล 2013/14 แต่ยาร์ดิมพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้แม้แต่คำเดียว และยังต้องเจอกับการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อกลับสู่ความรุ่งเรืองของโมนาโกของดิมิทรี รีโบลอฟเลฟ

12 เดือนถัดมา ยาร์ดิมก็กลายเป็นกุนซือที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดโค้ชของโลก เมื่อกุนซือวัย 40 ปีพาทีมโมนาโกคว้าอันดับ 3 ในลีกเอิง รวมถึงการพาทีมเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันและทะลุเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แม้ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีมจะเริ่มต้นแบบไม่สวยก็ตาม

กุนซือโปรตุกีสต้องพยายามก้าวข้ามการสูญเสียนักเตะดาวดัง ราดาเมล ฟัลเกา และฮาเมส โรดริเกซ โดยเน้นการปรับใช้แท็คติกใหม่ การสร้างแรงบันดาลใจให้นักเตะ และความสามารถในการเรียกฟอร์มเก่งของนักเตะออกมาให้ได้มากที่สุด

แม้สไตล์การเล่นของยาร์ดิมจะไม่ใช่ฟุตบอลตื่นเต้นน่าดูชม แต่เป็นฟุตบอลที่มีประสิทธิภาพ จนทำให้โมนาโกสามารถเขี่ยอาร์เซนอลตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว 

และแม้จนถึงตอนนี้ผลงานการคว้าแชมป์ของยาร์ดิมจะมีเพียงถ้วยกรีกซูเปอร์ลีก 1 รายการและแชมป์กรีกคัพอีก 1 รายการ แต่อีกไม่นานคงได้เห็นยาร์ดิมคว้าแชมป์รายการสำคัญมาครองได้สำเร็จ JJ

11) อาร์แซน เวงเกอร์ (อาร์เซนอล)

In a trial game, Kolo Toure tackled Henry from behind, two footed. Wenger says ‘No, no, Kolo, don’t tackle.’ Moments later, he does it again two footed, this time on Bergkamp. The game continues. The ball bobbles up and lands at Wenger’s feet. Toure went straight through him, two footed. He hobbles off and says ‘We sign that Kolo lad tomorrow'

- Ray Parlour, ex-Arsenal

เวงเกอร์เคยถูกโห่ ถูกไล่ ถูกข่มขู่คุกคามและกล่าวร้ายประจานกลางสถานีรถไฟมาแล้ว แต่กุนซือเฟร้นช์ยังคงยึดตำแหน่งบอสใหญ่อาร์เซนอลมาจนถึงปัจจุบันด้วยการมุ่งมั่นอยู่กับสไตล์ของตัวเอง และส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะพาทีมปืนใหญ่กลับสู่ความสำเร็จในระดับที่เคยเป็นมาแล้วในยุคปลายทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000

ช่วง 10 ปีหลังเป็นยุคมืดที่เวงเกอร์ต้องพบกับความยากลำบากมากมาย หนึ่งในนั้นคือการไม่มีโอกาสสัมผัสแชมป์ยาวนาน 9 ปี และการโยกย้ายจากรังเก่าไฮบิวรี่สู่สนามใหม่แสนแพง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จนทำให้กระแสอำลาทีมของเวงเกอร์แรงขึ้นเป็นลำดับ ชนิดที่รอเพียงเวลาระเบิดเท่านั้น

แต่กุนซือวัย 65 ปียังคงมุ่งมั่นและหนักแน่นกับการพยายามพาทีมสู่ความสำเร็จที่เริ่มด้วยการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2013/14 และปิดฉากไร้แชมป์ในที่สุด เวงเกอร์ยังคงมีภารกิจที่จะต้องรวบรวมและสร้างทีมที่จะกลายเป็นทีมลุ้นแย่งแชมป์ฤดูกาลต่อไป

นับตั้งแต่วันปีใหม่เป็นต้นมา อาร์เซนอลแพ้เกมพรีเมียร์ลีกเพียง 2 นัดเท่านั้น และยังคว้าแชมป์เอฟเอคัพแบบเหนือชั้นด้วยการถล่มแอสตันวิลลา และแสดงให้เห็นการผสมผสานเกมบุกวูบวาบน่าตื่นเต้นกับเกมรับเหนียวแน่นที่เคยเป็นจุดอ่อนของอาร์เซนอล 

การเซ็นสัญญากับปีเตอร์ เช็ค นอกจากจะไม่เป็นปัญหากับเกมรับแล้วยังดูเหมือนว่าจะเป็นการช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมอาร์เซนอลที่จะคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ซึ่งน่าจะถึงเวลาแล้วที่อาร์เซนอลจะเปิดเกมลุยแหลกแข่งกับสุดยอดทีมพรีเมียร์ลีก

และเวงเกอร์ก็จะเป็นโค้ชที่จะถูกตัดสินจากผลงานการคุมทีมอาร์เซนอล ว่านี่คือกุนซือที่ปืนใหญ่ต้องการ NA

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • 5 • 4 • 3 • 2 • 1

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015