FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 25-21

ขอแนะนำ...กุนซืออเมริกันผลงานเกินชื่อ, กุนซือเฒ่าเก๋าสุดใน 50 อันดับ และโค้ชฝีมือเยี่ยมชาวอาร์เจนไตน์

โดย อลิมา โฮทากี. คริสตัน เฮเนียเก้, อเล็กซ์ โฮลิกา, โจนาธาน จอห์นสัน และมาร์ติน มาซูร์ 

25) ดีเตอร์ เฮ็คกิ้ง (โวล์ฟสบวร์ก)

Bayern hunters or not, likeable or not – Hecking has refashioned Wolfsburg into a top team; that doesn't happen overnight despite the VW millions. 'Mister understatement' or the new 'anti-Klopp' – it really doesn't matter

- Carsten Germann, arcor.de

สิ่งที่ทำให้เฮ็คกิ้งดูน่าทึ่งก็คือความเรียบง่ายในโลกฟุตบอลที่ยุ่งเหยิง สไตล์การเล่นของเฮ็คกิ้งประสบผลสำเร็จงดงามกับโวล์ฟสบวร์กเมื่อกุนซือวัย 50 ปีพาทีมหมาป่าไต่อันดับบนตารางบุนเดสลีกา จากอันดับ 8 มาสู่รองแชมป์ในช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 2 ปี และเมื่อเดือนพฤษภาคม เฮ็คกิ้งก็สามารถพาลูกทีมชูถ้วยแชมป์รายการแรกในอาชีพการคุมทีมเมื่อโวล์ฟสบวร์กเอาชนะเสือเหลืองโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ 3-1 และคว้าแชมป์เดเอฟเบโพคาลมาครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

โค้ชชื่อดังหลายๆ คนในบุนเดสลีกาเริ่มต้นอาชีพการคุมทีมแบบแทบไม่มีใครรู้จัก และเฮ็คกิ้งก็เป็นหนึ่งในนั้น หลายคนถึงกับช็อคเมื่อเคล้าส์ อัลลอฟส์ดึงตัวเฮ็คกิ้งเข้ามาคุมทีมหลังจากเฮ็คกิ้งทำผลงานครึ่งๆ กลางๆ กับนูเรมเบิร์กมาตลอด 3 ปี แต่เมื่อเข้ามารับหน้าที่กุนซือหมาป่า เฮ็คกิ้งก็สามารถสร้างโวล์ฟสบวร์กให้กลายเป็นเครื่องจักรถล่มประตู

ไม่เพียงแต่เป็นสไตล์ฟุตบอลดูสนุก แต่โวล์ฟสบวร์กยังสามารถครองเกมเหนือกว่าคู่แข่งชนิดที่ไม่ใช่แค่เน้นการครองบอล ยิ่งเวลาผ่านไป สมรรถภาพของทีมหมาป่าก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่แสดงให้เห็นในเกมชิงชนะเลิศเดเอฟเบโพคาลกับโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ ในเกมนั้นแม้โวล์ฟสบวร์กจะไม่ได้ครองบอลมากนักแต่ก็สามารถยิงประตูได้ถึง 3 ลูก รวมถึงการทำเกมกกดดันและเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและน่ากลัว

ฤดูกาลที่แล้วเฮ็คกิ้งโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งในเกมที่พบกับทีมใหญ่ในบุนเดสลีกา รวมถึงเกมถล่มเอาชนะแชมป์บุนเดสลีกา บาเยิร์นมิวนิค 4-1 นอกจากนี้กุนซือชาวเยอรมันยังมีความสามารถพิเศษในการเรียกฟอร์มเก่งและพัฒนาฝีเท้านักเตะดาวรุ่งให้โชว์ศักยภาพเต็มความสามารถ ยกตัวอย่างเช่น เควิน เดอ บรุยน์, ริคาร์โด โรดริเกซ และอังเดร ชือร์เล 

ไม่เพียงเท่านั้น เฮ็คกิ้งยังมีความสามารถในการทำงานกับดาวรุ่งพรสวรรค์อายุน้อยเพื่อปลุกปั้นให้กลายเป็นดาวเด่น และเมื่อถึงสถานการณ์ร้ายแรงที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน เฮ็คกิ้งก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติ เช่นการเสียชีวิตของจูเนียร์ มาลันด้าจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เฮ็คกิ้งก็ยังสามารถรวบรวมสปิริตของทีมให้เป็นหนึ่งเดียวกันและทำผลงานให้ดีเพื่อให้เกียรติกับมาลันด้า AHt

24) บ็อบ แบรดลีย์ (สเตเบ็ค)

He's the man, the boss with a capital ‘B’, and something that we've never seen in Norwegian football. He's the best coach that's ever been here. His awareness, his presence on the pitch is just amazing

- Inge Andre Olsen, Stabaek sporting director

อดีตนักเตะที่ครั้งหนึ่งเคยกล่าวถึงตนเองว่าเป็น "นักเตะฝีเท้าใช้ได้แต่ไม่มีอะไรพิเศษ" บ็อบ แบรดลีย์ จึงตั้งเข็มอาชีพหลังแขวนสตั๊ดว่าจะหันมาคุมทีม และนั่นก็นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง

งานแรกของแบรดลีย์คือการคุมทีมมหาวิทยาลัยโอไฮโอในปี 1981 และนั่นคือจุดเริ่มต้นความสำเร็จยาวนานในอาชีพการคุมทีม และปัจจุบันนี้กุนซือม้ามืดผลงานเยี่ยมวัย 57 ปีกำลังคุมทีมสตาเบ็คสร้างผลงานน่าประทับใจในลีกสูงสุดของนอร์เวย์ด้วยการกลายเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์กับยักษ์ใหญ่อย่างโรเซนบอร์ก ทั้งที่ช่วงเปิดฤดูกาลเคยถูกมองว่าสตาเบ็คจะครองตำแหน่งไปทางท้ายๆ ตาราง

แบรดลีย์ ย้ายมาคุมทีมสตาเบ็คหลังจากที่เคยกุมบังเหียนในฐานะโค้ชใหญ่ทีมชาติอียิปต์มาตั้งแต่ปี 2011 และเกือบจะสร้างปาฏิหาริย์พาทีมชาติอียิปต์ผ่านเข้าไปถึงฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย แม้จะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมการสังหารหมู่ที่สนามพอร์ต ซาอิดสเตเดี้ยมในเกมระหว่างอัล-อาห์ลี และอัล-มาสรีเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2012 จนทำให้แฟนฟุตบอลกลุ่มอุลตร้า อัล-อาห์ลี ต้องเสียชีวิตถึง 74 ราย และทำให้ลีกในประเทศอียิปต์ถูกระงับถึง 2 ปี

แบรดลีย์ค่อยๆ สร้างชื่ออย่างช้าๆ และมั่นคง กุนซืออเมริกันรับงานคุมทีมฟุตบอลสโมสรอาชีพเป็นครั้งแรกด้วยการคุมทีมชิคาโกไฟร์ในปี 1998 และพาทีมคว้าแชมป์ MLS คัพ ตามด้วยการคว้าแชมป์ยูเอสโอเพ่น คัพ 2 สมัย แม้หลังจากนั้นจะไม่สามารถคว้าแชมป์ในการคุมทีมชีวาสยูเอสเและทีมเมโทรสตาร์ แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีให้แบรดลีย์ใช้สร้างดาวรุ่งพรสวรรค์และสะสมประสบการณ์สร้างชื่อในฐานะโค้ชฝีมือดี

ในปี 2006 แบรดลีย์ได้รับเลือกให้คุมทีมชาติสหรัฐอเมริกาและสามารถพาทีมผ่านเข้าไปคว้าแชมป์คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ ในปี 2007 แต่ความสำเร็จสูงสุดของแบรดลีย์เกิดขึ้นเมื่อปี 2009 ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์คอนเฟดเดอเรชั่นคัพ โดยพาทีมชาติสหรัฐอเมริกาเอาชนะทีมชาติสเปน 2-0 หยุดสถิติไร้พ่าย 35 เกมของทีมกระทิงดุ ก่อนที่ทีมชาติสหรัฐจะต้องแพ้ให้กับทีมชาติบราซิลในเกมนัดชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 3-2 

เรียกได้ว่าฝีมือและผลงานเกิดความคาดหมายจริงๆ KH

FEATURE Why Bob Bradley is heading for the top – one fascinating step at a time

23) เมอร์เซีย ลูเชสคู (ชัคตาร์ โดเนทส์ค)

Lucescu is the best coach in the world. He’s performed everywhere he’s gone. He can adapt to all situations. He is a man of infinite culture and he is a very simple person

- Luciano Spalletti

กุนซือโรมาเนียนที่อายุอานามขยับเข้าใกล้ 70 ปี ครองตำแหน่งกุนซือยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษของโรมาเนีย และเป็นผู้จัดการทีมที่อายุมากที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้ 

ลูเชสคู รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชัคตาร์ โดเนทส์ค์ในปี 2004 หลังจากผ่านการคุมหลายๆ ทีมในประเทศบ้านเกิดโรมาเนีย ตุรกี และอิตาลี เพียงปีแรกที่เข้ามาคุมทีม ลูเชสคูก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยและฟุตบอลลีกมาครองได้สำเร็จ และนั่นเป็นเพียงครั้งที่ 2 ที่ชัคตาร์เคยคว้าแชมป์มาครอง

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ลูเชสคูยังคว้าแชมป์เพิ่มอีก 7 รายการในการคุมทีม 10 ฤดูกาล ทำให้รวมผลงานของลูเชสคูกับชัคตาร์ คว้าแชมป์บอลถ้วย 4 สมัย แชมป์ซูเปอร์คัพ 6 สมัย และแชมป์ยูฟ่าคัพอีก 1 สมัยในปี 2009 เรียกได้ว่าลูเชสคูคือผู้สร้างให้ชัคตาร์ โดเนทส์ค เป็นทีมเช่นที่เป็นปัจจุบัน 

หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ฝีมือของลูเชสคู รวมกับเงินของรินาท อัคเมตอฟ เจ้าของทีม ที่ยอมทุ่มซื้อตัวนักเตะบราซิลเข้ามาสู่ทีมยูเครน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กุนซือเฒ่าได้โชว์ผลงานในการรวมนวัตกรรมในเกม ความยืดหยุ่นและความหนักแน่นเข้าด้วยกันได้อย่างเหมาะเจาะ ความโดดเด่นของลูเชสคูคือการสามารถเลือกใช้ระบบการเล่นที่เหมาะกับเกมสำคัญๆ หลายๆ เกม เช่นเดียวกับความสามารถในการจัดการกับลูกทีม การรักษาภาพลักษณ์และบุคลิก รวมถึงการปั้นให้ทีมทำงานร่วมกันได้ดี ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ฤดุกาลนี้นับเป็นครั้งแรกที่ชัคตาร์ โดเนทส์ค ครองบัลลังก์แชมป์ลีกยูเครนเป็นสมัยแรกในรอบ 5 ปี และในฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายก็สามารถถล่มเอาชนะบาเยิร์นมิวนิค 7-0 ซึ่งต้องไม่ลืมว่าลูเชสคูและลูกทีมชัคตาร์ต้องเล่นเกมเหย้าในเมืองเอลวิฟ ที่อยู่ห่างจากเมืองโดเนทส์ค บ้านเกิดของทีมถึง 800 ไมล์ (ประมาณ 1,300 กม.) เพื่อหนีภาวะสงครามในเมืองโดเนทส์ค 

ชัคตาร์ยังคงวางใจในสุดยอดโค้ชจอมแท็คติก และแม้จะแก่ แต่ความเก๋าเกินบรรยาย AHl

22) เอ็ดการ์โด บาวซา (ซาน ลอเรนโซ)

At half-time of the Libertadores final we weren't playing well. I said to the manager: 'Paton, what's going on with us? I can't give a 5-metre pass!'. He was waiting to shout. "What the f*** is going on with you? Are you afraid of winning? You must not forget all the sacrifice you made to be here. So play!'

- Santiago Gentiletti, ex-San Lorenzo

เอ็ดการ์โด บาวซา แตกต่างจากกุนซืออีกหลายๆ คน ตรงที่เขาไม่เคยขายฝันเกมบุกให้กับฝ่ายบริหารเพื่อหวังจะได้งาน และไม่เคยขายฝันให้ลูกทีมในห้องแต่งตัว ในทางตรงกันข้าม บาวซาอาจจะเป็นหนึ่งในกุนซือที่ยึดติดกับความเป็นจริงและประสบความสำเร็จบนพื้นฐานของความเป็นจริงมากที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้

บาวซาเคยใช้ชีวิตค้าแข้งส่วนใหญ่เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คให้กับทีมโรซาริโอเซ็นทรัล และคุ้นเคยกับการสร้างระบบทีมบนพื้นฐานของเกมรับและมิดฟิลด์ที่แข็งแกร่งไม่ต่างอะไรกับทหาร 

กุนซือวัย 57 ปีสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงการพาทีมลีกา เดอ กีโต้ ทีมจากลีกเอกวาดอร์ คว้าแชมป์โกปาลิเบอร์ตาดอเรส ก่อนที่จะย้ายมาคุมทีมซาน ลอเรนโซในลีกอาร์เจนตินาและพาทีมคว้าแชมป์รายการนี้ได้อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ซาน ลอเรนโซห่างหายไม่ได้สัมผัสถ้วยใบนี้มานานถึง 55 ปี 

แม้แต่พระสันตะปาปายังทรงออกมากล่าวว่าถึงเวลาแล้วที่กองทัพอีกา ซาน ลอเรนโซ สมควรจะคว้าถ้วยแชมป์รายการนี้มาครอง

ปัจจุบันนี้ หลังจากผ่าน 1 ปีของการฉลองแชมป์สำคัญ ซาน ลอเรนโซก็กำลังครองตำแหน่งจ่าฝูงลีกอาร์เจนไตน์ แม้จะต้องสู้แย่งแชมป์กับทีมยักษ์ที่ทุ่มเงินซื้อนักเตะค่าตัวแพง เช่น โบกาจูเนียร์ ที่มีทั้งแดเนียล ออสวัลโด้ และคาร์ลอส เตเบซ หรือริเวอร์เพลตที่ซื้อตัวพิตี้ มาร์ติเนซเข้ามาร่วมทีม แต่สำหรับซาน ลอเรนโซแล้ว บาวซาทำทีมเหมือนกับพ่อครัวในร้านอาหารเล็กๆ แทนที่จะตามล่าหาส่วนผสมหายากราคาแพง บาวซาเลือกใช้ส่วนผสมพื้นฐาน หาง่าย ใช้ได้จริง พร้อมๆ กับมองหาส่วนผสมที่เกิดและเติบโตในสวนหลังบ้านที่จะสามารถนำมาใช้ปรุงอาหารให้อร่อยได้

บาวซาสร้างทีมที่เก็บชัยชนะต่อเนื่องโดยนักเตะในทีมคือนักเตะชุดเดิมที่ชื่อชั้นไม่โด่งดังแต่ยังคงเน้นการรักษาสไตล์การเล่นของทีมแม้ในวันที่ดาวดังประจำทีมต้องย้ายออกโดยที่บาวซาไม่มีเงินจะซื้อนักเตะใหม่เข้ามาทดแทน และสำหรับบาวซา หากปีนี้เขาไม่สามารถคว้าแชมป์คลับ เวิลด์ คัพนั่นจะหมายถึงว่าเขาจะต้องเจอกับทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหรือเรอัลมาดริดที่ฟอร์มฮ็อทและแกร่งที่สุดในรอบ 10 ปี

แม้บาวซาจะออกมาตัดพ้อถึงเสียงวิจารณ์สไตล์การเล่นหนักหน่วง แต่นั่นก็คือเอ็ดการ์โด้ บาวซาอย่างที่เห็นและที่เป็น เขาคือคนที่ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ฟอร์มการเล่นและผลการแข่งขันแสดงให้เห็นแล้วว่ามีกุนซือฟุตบอลไม่กี่คนในโลกนี้ที่สามารถปรุงอาหารรสเลิศจากส่วนผสมพื้นๆ เหมือนเอ็ดการ์โด้ บาวซา  MM

21) โฮเซ่ เปเกอร์แมน (ทีมชาติโคลอมเบีย)

I never had a football talk like the one he gave us before the quarter-finals of the 1995 U20 World Cup against Cameroon. It was as if he'd come from the future. Everything he showed us, every recipe he gave us to win the game, happened just as he had predicted

- Juan Pablo Sorin, ex-Argentina

ก่อนจะเข้ามาคุมทีมชาติโคลอมเบีย โฮเซ่ เปเกอร์แมน ดูราวกับว่าชีวิตกำลังอยู่ในช่วงขาลง หลังจากออกจากตำแหน่งโค้ชทีมชาติอาร์เจนติน่าเมื่อทีมชาติฟ้าขาวพลาดตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 ด้วยการแพ้จุดโทษให้กับเยอรมนีเจ้าภาพ เปเกอร์แมนด้วยวัยใกล้ 60 ปีก็หันเหไปคุมทีมชาติเม็กซิโก ก่อนจะว่างงานไปเกือบ 3 ปี

แต่ตอนนั้นเองที่โคลอมเบียค้นพบว่าแม้จะห่างหายจากการคุมทีมไปกว่า 3 ปี แต่ความสามารถของเปเกอร์แมนในฐานะผู้จัดการทีมชาติยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา หลังจากเข้ามารับตำแหน่งโค้ชทีมชาติโคลอมเบียได้เพียงไม่ถึงปี เปเกอร์แมนไม่เพียงแต่ทำให้ทีมเล่นได้ดีขึ้นอย่างชัดเจนจนสามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล แต่เปเกอร์แมนสามารถสร้างนักเตะพรสวรรค์ฝีเท้าเยี่ยมรุ่นใหม่ๆ เข้ามาร่วมทีมจนฟุตบอลโลก 2014 กลายเป็นความสำเร็จของทีมชาติกาแฟทั้งที่ไม่มีดาวดังประจำทีม ราดาเมล ฟัลเกา ที่ได้รับบาดเจ็บ

ด้วยนิสัยนิ่งและเยือกเย็น เปเกอร์แมนกลายเหมือนพ่อของทีมชาติโคลอมเบีย กุนซืออาร์เจนไตน์มักจะมุ่งเป้าหมายของเกมไปที่การยิงประตู และเรามักจะไม่ค่อยได้เห็นเปเกอร์แมนสั่งให้ลูกทีมถอยลงมาเล่นเกมตั้งรับลึก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วแม้ว่าเปเกอร์แมนจะสั่ง แต่โคลอมเบียก็คงไม่มีวิสัยที่จะทำเช่นนั้นแน่นอน นั่นทำให้การมารวมกันของเปเกอร์แมนและโคลอมเบียเป็นความพอเหมาะพอเจาะ จนทำให้แฟนๆ และนักเตะโคลอมเบียถึงขั้นฉลองใหญ่เมื่อเปเกอร์แมนตัดสินใจต่อสัญญาการคุมทีมหลังจบฟุตบอลโลก 2014

ในอดีตที่ผ่านมา เปเกอร์แมนเคยสร้างทีมเยาวชนอาร์เจนตินาในยุคปี 1995 ถึง 2007 จนสามารถพาทีมชาติฟ้าขาวจูเนียร์คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีได้ถึง 5 ครั้งจากการแข่งขัน 7 ครั้ง โดย 3 ใน 5 ครั้งที่คว้าแชมป์ เปเกอร์แมนเป็นโค้ชด้วยตัวเอง 

ผลงานของเปเกอร์แมนยังคงเป็นตัวอย่างที่หลายๆ ชาตินำไปเป็นกรณีศึกษาถึงวิธีการสร้างนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์ให้กลายเป็นนักเตะระดับโลก MM

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • และรออ่านอันดับ 5-1 ได้เร็วๆนี้

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015