FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 30-26

กุนซือฝรั่งเศสผู้สร้างปาฏิหาริย์, จอมเก๋าเซเรีย อา และสองคู่โหดฟุตบอลพันธุ์ดุ

โดย โจนาธาน จอห์นสัน, เกร็ก ลี, มาร์ติน มาซูร์, อลิมา โฮตากี 

30) โจเซลีน กูเวนเนค (แก็งก็องป์)

Gourvennec’s Guingamp have absolutely no inferiority complex. There is a clear message from the coach, who gets the maximum out of every player, demands them to make sacrifices for the good of the team and gives them a lot of confidence

- Regis Delanoe, So Foot magazine

โจเซลีน กูเวนเนคที่เข้ามารับตำแหน่งโค้ชที่สนามสตาด ดู โรโดรู เมื่อปี 2010 และสร้างปาฏิหาริย์นำทีมแก็งก็องป์ ทีมกึ่งอาชีพในลีก 3 ของฝรั่งเศสเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นลีกเอิงในระยะเวลาเพียง 3 ปี และใช้เวลาช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุดรักษาตำแหน่งของทีมเล็กๆ จากเบรตองให้อยู่ในลีกสูงสุดต่อไปได้

แม้จะเบี้ยน้อยหอยน้อยและไม่มีนักเตะคุณภาพสูงในทีม แต่กุนซือวัย 43 ปีก็สามารถพาแก็งก็องป์เอาตัวรอดอยู่ในลีกเองได้และกระตุ้ให้ลูกทีมทำผลงานยอดเยี่ยมในฟุตบอลเฟร้นช์คัพ 2014 ด้วยการเอาชนะแรนส์ คู่แข่งร่วมแคว้นบริททานี่ 2-0

กูเวนเนคยังสามารถนำทีมเล็กๆ ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศในปี 2015 และเกือบจะมีโอกาสลุ้นคว้าแชมป์รายการที่ 3 ในการคุมทีม 6 ปี แต่นอกเหนือจากนั้นฤดูกาลที่ผ่านมาแก็งก็องป์ยังได้เล่นยูโรป้าลีกแม้จะตกรอบที่รอบแบ่งกลุ่มก็ตาม ส่วนในลีกเอิงที่เคยจบฤดูกาล 2013/14 ด้วยอันดับ 16 ฤดูกาลล่าสุดกูเวนเนคก็สามารถปิดฉากด้วยผลงานดีขึ้นมา 6 ตำแหน่งที่อันดับ 10

สำหรับแฟนฟุตบอลลีกฝรั่งเศส กูเวนเนคก็เปรียบเหมือนเยอร์เก้น คล็อปป์ของชาวเยอรมัน และขณะนี้กูเวนเนคก็กำลังสร้างโปรเจ็คท์ใหญ่ที่จะเป็นเหมือนโบรุสเซียดอร์ทมุนด์ของตัวเองเพื่อเปิดตัวสู่สายตาแฟนบอลยุโรปในวงกว้างขึ้น 

กุนซือจอมแท็กติกของแก็งก็องป์เพิ่งจะออกมายืนยันว่าจะอยู่กับทีมต่อไปอีก 1 ฤดูกาลก่อนที่จะย้ายไปหาความท้าทายใหม่ และแน่นอนว่าเมื่อถึงตอนนั้น กูเวนเนคน่าจะกลายเป็นเป้าความสนใจของอีกหลายต่อหลายทีม JJ

29) จามปิเอโร่ เวนตูร่า (โตริโน่)

The coach created a great harmony with the speech he made after the last match of the season. Ventura has given so much to Torino; in four years he was the one who took them up again. 90% of the credit is his

- Fabio Quagliarella, Torino

เมื่อมองว่าเวนตูร่าเพิ่งจะอายุครบ 68 ปีไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็คงมีแต่ฟิล เนวิลล์เท่านั้นที่อาจหาญเรียกกุนซือโตริโน่ว่า "โค้ชหนุ่ม" แต่ฤดูกาลที่แล้วเวนตูร่าก็พิสูจน์ให้เห็นว่าหมาแก่ก็ยังมีเขี้ยวเล็บ

เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว แฟนฟุตบอลหลายคนออกจะหวาดหวั่นถึงสถานการณ์ของทีมโตริโน่ ก่อนหน้านี้ในฤดูกาล 2013/14 ทีมกรานาต้าจบฤดูกาลด้วยอันดับ 7 และคว้าโควต้ายูโรป้าลีกจากฝีเท้าและพรสวรรค์ของสองดาวรุ่ง ชิโร่ อิมโมบิเล และอเลสสิโอ แซร์ซี ที่ทั้งสองคนช่วยกันยิงได้มากกว่า 60% ของประตูรวม 58 ลูกของโตริโน่ในเซเรียอา และเมื่อต้องเสียสองนักเตะตัวเก่งไปในช่วงปิดฤดูกาล ทำให้หลายๆ คนมองว่าโตริโน่ที่ไม่ค่อยจะมีนักเตะเด่นๆ อยู่แล้ว และยังต้องไปลุยสู้กับฟุตบอลถ้วยเล็กยุโรป อาจจะต้องพบกับปัญหาครั้งใหญ่ในฤดูกาล 2014/15

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเวนตูร่าสามารถพาทีมเล็กเมืองตูรินครองอันดับ 9 ในตารางเซเรีย อา และผ่านเข้าไปเล่นรอบน็อคเอาท์ยูโรป้าลีก และจบฤดูกาลด้วยการมีคะแนนน้อยกว่าฤดูกาลที่ผ่านมาเพียง 3 คะแนนเท่านั้น

อดีตกุนซือจอมเก๋าที่เคยคุมทีมซามพ์โดเรียและนาโปลี สร้างทีมที่แข็งแกร่งและมีสปิริตทีมสุดร้อนแรงจนสามารถเอาชนะคู่แข่งหลายๆ ทีมด้วยฝีเท้าเฉียบขาดและจิตใจแข็งแกร่ง 

เวนตูร่าที่มีมันสมองในการวางแท็กติกยอดเยี่ยมและเป็นเสมือนพ่อของนักเตะหลายๆ คน จึงอาจจะทำให้ปีนี้เป็นปีที่สุดยอดอีกปีหนึ่งในอาชีพการคุมทีม 34 ปีของจามปิเอโร่ เวนตูร่า GL

28) ดิดิเยร์ เดช็องป์ส (ทีมชาติฝรั่งเศส)

Since the Ukraine play-off, something’s clicked. We’ve built something – the spirit in the camp has changed. Deschamps has played a really big part in that. It’s a youthful group, but there’s a good relationship between all the players

- Mamadou Sakho, France

แม้จะกำลังสร้างทีมชาติฝรั่งเศสที่ไม่มีดราม่าชวนปวดหัวเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 บนผืนแผ่นดินบ้านเกิด แต่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพกุนซือ ดิดิเยร์ เดสช็องป์ก็ต้องเจอมรสุมลุ่มๆ ดอนๆ อยู่ระยะหนึ่ง

เลอ เบลอ โชว์ฟอร์มประทับใจในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล ก่อนจะฟอร์มอืดจนต้องตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายด้วยการพ่ายให้กับทีมชาติเยอรมนี แต่ทีมชาติฝรั่งเศสก็หวุดหวิดเกือบจะพลาดการได้ไปเตะที่บราซิล

ทีมชาติฝรั่งเศสทำผลงานไม่ดีในรอบคัดเลือก แต่ในที่สุดก็ได้พาทีมไปลุยบราซิลหลังจากเก็บชัยชนะ 3-0 ในเกมกับทีมชาติยูเครนที่กรุงปารีสเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2013 และในปีนี้ดูเหมือนว่าทีมเมืองน้ำหอมก็กำลังเจอกับสถานการณ์ฟอร์มอืดคล้ายๆ กันในการเล่นเกมกระชับมิตรหลายนัดในระหว่างการเตรียมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2016 

ก่อนจะเข้ามารับงานคุมทีมชาติฝรั่งเศส เดช็องป์ พบความสำเร็จยอดเยี่ยมในการคุมทีมมาร์กเซย์ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาล 2009/10 และครองแชมป์ฟุตบอลลีก 3 สมัยซ้อนในช่วงปี 2010 ถึง 2012

อดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1998 และฟุตบอลยูโร 2000 ยังเคยสร้างชื่อพาทีมโมนาโกผ่านเข้าไปเล่นรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาล 2003/04 รวมถึงการคว้าแชมป์ลีกคัพฝรั่งเศสในการคุมทีมปีแรกในปี 2003 ก่อนที่จะย้ายไปคุมทีมยูเวนตุสและพาทีมม้าลายเลื่อนชั้นจากเซเรีย เบ ขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดในปีแรกที่รับงานคุมทีมที่เมืองตูริน

การวางแท็คติกหลักแหลมและความสามารถในการกระตุ้นลูกทีมของเดช็องป์ ทำให้กุนซือรายนี้นำทีมโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมทั้งในฟุตบอลลีกอาชีพและระดับทีมชาติ JJ

27) โรเจอร์ ชมิดท์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)

He's the best coach I've ever had. Not just professionally, as nobody before him was as good. He knows exactly how he must tackle each type of situation

- Kevin Kampl, ex-Salzburg

ชมิดท์ เป็นคนแรกที่ออกมาเผยว่าไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นโค้ชฟุตบอลเลย

แต่ปัจจุบันนี้กุนซือไบเออร์เลเวอร์คูเซ่นกลับกลายเป็นหนึ่งในโค้ชที่สร้างฟุตบอลสไตล์ใหม่ด้วยเกมเพรสซิ่งที่ตื่นเต้นดูสนุกที่ชมิดท์เคยฝึกฝนมาตั้งแต่สมัยอยู่กับทีมเร้ดบุลล์ซาร์ลสบูร์ก ที่สามารถคว้าแชมป์ด้วยการทำคะแนนทิ้งห่างอันดับ 2 มากถึง 18 คะแนนในฤดูกาล 2013/14 และระบบการเล่นเพรสซิ่งหนักแบบนี้ก็เหมาะกับลูกทีมไบเออร์ รวมถึงเป็นระบบที่ทีมห้างขายยาค้นหาและรอคอยมาตลอดจนกระทั่งได้ตัวชมิดท์มาคุมทีมหลังจบฤดูกาลกับซาร์ลสบูร์ก

ผลงานลีกในประเทศที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ชมิดท์เข้ามาคุมทีมสามารถสร้างความประทับใจได้แฟนไบเออร์ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือผลงานในลีกยุโรปที่ควรได้รับคำชมเชย 

หลังจากที่เคยพ่ายแพ้แบบน่าอับอายในแชมเปี้ยนส์ลีก ไบเออร์สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างที่เรียกว่าเป็นระดับท็อปฟอร์มในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยสามารถสู้กับแอตเลติโกมาดริด รองแชมป์ปี 2014 ได้จนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนที่ทีมจากบุนเดสลีกาจะพ่ายให้กับแอตเลติในกายิงจุดโทษตัดสิน เช่นเดียวกับการพ่ายให้กับบาเยิร์นมิวนิคในการแข่งขันฟุตบอลเยอรมันคัพ

ก่อนหน้านี้ เลเวอร์คูเซ่นภายใต้การคุมทีมของ ซามี่ ฮูเปีย ไม่สามารถสร้างผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอัน แต่ระบบสุดโหดของชมิดท์กลับสร้างชีวิตใหม่ที่สนามเบย์อารีน่า ชมิดท์ ใช้ระบบบุกเร็ว กดดันคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นจังหวะเล่นบอลหรือไม่มีบอล แต่สิ่งสำคัญที่สร้างปัญหาให้กับคู่แข่งก็คือความเข้มข้นของเกมและการเพรสซิ่งหนักจนคู่แข่งปรับทัพรับเกมไม่ทัน 

นอกจากนี้ชมิดท์ยังเป็นขวัญใจลูกทีม หลายต่อหลายครั้งที่นักเตะกล่าวชื่นชมนายใหญ่ถึงความจริงใจและการสื่อสารปฏิสัมพันธ์กับลูกทีม และนั่นคือคุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับโค้ชที่ดี AH

26) ฮอร์เก้ ซามเปาลี (ทีมชาติชิลี)

One day my brother asked if I could meet a man from a town close to my own who was eager to contact me. The man finally came, entered my house and was asking me questions about football for seven hours. A few years later, when somebody showed me a picture, I instantly recognised Sampaoli as the man who had me locked in my house

- Jorge Valdano

จนถึงตอนนี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักฮอร์เก้ ซามเปาลี และคงจะรู้กันด้วยว่ากุนซือทีมชาติชิลีก็เหมือนกับอีกหลายๆ คนที่ชื่นชมมาร์เซโล บิเอลซ่า ถึงกับเคยฟังอดีตครูแถลงข่าวระหว่างที่ซ้อมวิ่ง 

แต่สิ่งที่อีกหลายๆ คนมักจะไม่ค่อยรู้กันก็คือ ซามเปาลีได้โอกาสคุมทีมครั้งสำคัญครั้งแรกเมื่อถูกจับได้ว่าปีนต้นไม้ตามดูเกมลีกท้องถิ่นหลังจากถูกห้ามเข้าสนาม และภาพที่ซามเปาลีห้อยโหนอยู่บนต้นไม้ก็แพร่กระจายทั่วชุมชนเมืองโรซาริโอ จนไปเข้าตาทีมสาขาของนีเวลล์ โอลด์บอยส์

เส้นทางสู่ดวงดาวของซามเปาลีไม่ใช่เรื่องง่าย หลังจากต้องย้ายข้ามประเทศไปตั้ง 3 ประเทศกว่าจะได้กลายเป็นสุดยอดกุนซือที่ประเทศชิลีในช่วงเดียวกับที่บิเอลซ่ากำลังคุมทีมชาติชิลีอยู่ในตอนนี้ 

ซามเปาลีนำสไตล์ใหม่มาสู่ทีมอูนิเวอซิดาด เดอ ชิลี จนกลายเป็นหนึ่งในทีมที่เล่นฟุตบอลได้น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในอเมริกาใต้ ด้วยระบบเพรสซิ่งแข็งแกร่งเกินต้านทาน ระบบการเล่น 3-4-3 ที่เปิดโอกาสให้นักเตะได้ขยับพื้นที่เข้าไปทำเกมในแดนคู่แข่ง สภาพความฟิตของร่างกายและแนวคิดการเล่นแบบสู้สุดชีวิต ทำให้แฟนฟุตบอล (และนักฟุตบอล) ชาวชิลีหันมารักทีมชาติของตัวเองอีกครั้งหนึ่งหลังจากผ่านความพยายามและความล้มเหลวมาแล้วในยุคของเคลาดิโอ บอร์กี

สไตล์ของซามเปาลีแสดงผลชัดเจนในฟุตบอลโลก 2014 เมื่อทีมชาติชิลีเกือบจะเอาชนะทีมชาติบราซิลในรอบ 16 ทีมสุดท้ายแต่ในที่สุดกลับต้องพ่ายให้กับทีมชาติเจ้าภาพในการยิงจุดโทษตัดสิน 

แต่ถึงอย่างนั้น ซามเปาลีก็ยังไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ วิธีการที่ซามเปาลีจัดการกับอาร์ตูโร่ บิดัลและเหตุฉาวในช่วงโกปาอเมริกาเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาทำให้ยอดกุนซือถูกวิจารณ์ว่าอ่อนให้กับบิดัลมากไป และบางครั้งก็ยังถูกวิจารณ์ว่าเข้มเกินไป

แต่อย่างไรก็ตาม วิธีการของซามเปาลีนับว่าได้ผลดี เห็นได้จากการที่ชิลีสามารถคว้าแชมป์โกปาอเมริกามาครองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ MM

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 •  และรออ่านอันดับ 5-1 ได้เร็วๆนี้

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015