FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 35-31

ติดตามต่อเนื่องกับกุนซือพรีเมียร์ลีกที่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง, อดีตกุนซือดาวดับที่เพิ่งนำทีมสู่ความสำเร็จ และกุนซือที่อายุน้อยที่สุด 50 คน

โดย นิค เอมส์, เกร็ก ลี, อเล็กซ์ โฮลิก้า, ลี โรเด็น และ มาร์ติน มาซูร์ 

35) มานูเอล เปเยกรินี่ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้)

He doesn't shout too much, but if he's really upset he can raise his voice. That really has a big effect because it doesn’t happen all that often. A player with a big reputation will not bother him, not at all

- Robert Pires, ex-Villarreal

แม้โชเซ่ มูรินโญ่ อาจจะแกล้งเรียกกุนซือชิลีว่า 'เปเยกริโน่' และความกดดันจากฤดูกาลไร้แชมป์กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่กำลังทับถมบนบ่าของเปเยกรินี่ในตอนนี้อาจจะมากมหาศาล แต่กุนซือมาดนิ่งก็สมควรที่จะได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในสุดยอดกุนซือพรีเมียร์ลีกและกุนซือโลก

การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013/14 กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่เป็นการคว้าแชมป์ครั้งแรกที่สนามเอติฮัดสเตเดี้ยม เป็นแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ แม้ก่อนหน้านี้จะเคยทำผลงานยิ่งใหญ่กับบียาร์เรอัลและมาลาก้าในสเปนด้วยการพาทั้งสองทีมผ่านเข้าไปถึงรอบน็อกเอาท์ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ก่อนที่จะไปรับงานคุมทีมเรอัลมาดริด และโดนเด้งพ้นเก้าอี้ทันทีที่โชเซ่ มูรินโญ่ว่างงาน ทำให้รู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่กุนซือชาวชิลีจะปักหลักสร้างความสำเร็จกับทีมใหญ่เสียที

แมนเชสเตอร์ซิตี้ภายใต้การคุมทีมของมานูเอล เปเยกรินี่ เล่นฟุตบอลลื่นไหล รวดเร็วตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะได้เห็นกันมากนักในยุคของโค้ชคนเก่า โรแบร์โต้ มันชินี่ แต่ฤดูกาลล่าสุดลูกทีมของเปเยกรินี่กลับต้องกลับต้องเจองานหนักกว่าที่ผ่านมา

ความหวังป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกต้องล่มสลายไม่เป็นท่า แถมยังพลาดตกรอบยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการพ่ายให้กับทีมแชมป์บาร์เซโลนา ทำให้เปเยกรินี่ต้องหนาวๆ ร้อนๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถูกเด้งพ้นเก้าอี้กุนซือ แต่ฤดูกาลนี้เปเยกรินี่ได้รับการคาดหวังว่ากำลังจะสร้างทีมใหม่สู่ความสำเร็จอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นักเตะหลายคนของเปเยกรินี่ดูล้าและเล่นผิดฟอร์มหรือดูชืดชากับผลงานในสนาม ส่วนเปเยกรินี่เองที่ปกติมักจะวางมาดนิ่งและเยือกเย็นก็ฟิวส์ขาดจนมีเรื่องมีราวกับมูรินโญ่ 

แต่หากหวังจะรักษาเก้าอี้ให้อยู่รอดปลอดภัยและรักษาชื่อเสียงในฐานะสุดยอดกุนซือ เปเยกรินี่ คงต้องเริ่มพัฒนาเกมให้มากกว่านี้ NA

34) อันโตนิโอ คอนเต้ (อิตาลี)

I'm extremely lucky I met Conte. I had so many coaches to compare him to and he is the one who surprised me the most. He becomes a beast. He’s never satisfied. The devil is always in the detail for him

- Andrea Pirlo, ex-Juventus

อดีตมิดฟิลด์ม้าลายยูเวนตุส ที่เคยพ่วงตำแหน่งกัปตันและผู้จัดการทีม คอนเต้น่าจะมีแฮปปี้กับความสำเร็จของทีมเก่าที่สามารถคว้า 2 แชมป์และผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 2014 

แต่สำหรับผลงานในฐานะอดีตผู้จัดการทีม ความสำเร็จของยูเวนตุสจะเป็นผลเสียกับคอนเต้มากกว่า

คอนเต้เคยทำผลงานยอดเยี่ยมที่ตูริน สามารถพายูเว่กลับมาครองความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลอิตาลีด้วยการคว้าแชมป์สคูเดตโต้ 3 สมัยรวด แต่ในระดับยุโรปคอนเต้ยังไม่สามารถสัมผัสความสำเร็จได้ แม้การพ่ายแพ้ให้กับบาเยิร์นมิวนิคของจุปป์ ไฮเก้ในรอบก่อนรองชนะเลิศปี 2013 จะไม่ใช่เรื่องเสียหน้ามากนัก  แต่การตกรอบแบ่งกลุ่มหลังจากทำแต้มหลุดมือที่โคเปนเฮเก้นและกาลาตาซารายในปีถัดมาเรียกว่าแทบจะรับไม่ได้เลยทีเดียว

แม็กซ์ อัลเลกรี เข้ามาคุมทีมปีแรกและสามารถพายูเวนตุสผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ เป็นผลงานระดับที่คอนเต้ยังไม่เคยทำได้มาก่อน และน่าจะพูดได้ว่าความสำเร็จของคอนเต้มาจากรากฐานแข็งแกร่งที่อันโตนิโอ คอนเต้วางเอาไว้ให้

คอนเต้ วัย 45 ปี ในฐานะกุนซือทีมชาติอิตาลีต้องเจอกับงานยากๆ มาตลอดช่วงการเล่นรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2016 แต่คอนเต้ก็ได้พิสูจน์ตัวเองให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าเขาเป็นโค้ชที่มีจุดเด่นด้านการสร้างกำลังใจและจัดการกับลูกทีม แม้บางครั้งจะดูเครียดและเข้าถึงลำบากไปบ้าง แต่สำหรับความสามารถในการคุมทีมนั้น อันโตนิโอ คอนเต้ ไม่เป็นสองรองใคร GL

33) เซอร์เก เรบรอฟ (ดินาโม เคียฟ) 

The change has been extraordinary. Everything is different: the training process, the atmosphere, the players' attitudes. The guys believe in their coach and play for him

- Ihor Surkis, Kiev president

"ปีแห้งแล้ง" เป็นคำพูดที่สื่อยูเครนใช้กล่าวถึงดินาโม เคียฟ ในยุคปี 2009-2014 

ตลอดช่วงระยะเวลานั้น ดินาโม เคียฟ ที่เคยเป็นยักษ์ใหญ่ฟุตบอลยูเครน (และยุโรป) ไม่ได้สัมผัสแม้แต่แชมป์เดียว และสำหรับแฟนเคียฟ 5 ปี ที่ต้องตกเป็นรองชัคตาร์ โดเน็ทสค์ คู่แข่งคู่แค้นตลอดกาล ช่างยาวนานเหมือนร้อยปี

เมื่ออดีตดาวดังของทีมที่ไม่เคยมีประสบการณ์การคุมทีมตัดสินใจก้าวเขามารับบทบาทสำคัญในทีม นักเตะที่เล่นให้กับดินาโมยาวนาน 13 ปีรับตำแหน่งผู้จัดการทีมได้เพียง 1 เดือนก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ถ้วยแแรก และเพียงฤดูกาลถัดมาก็สามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ แม้ส่วนหนึ่งของความสำเร็จในปีนั้นคือสภาวะความวุ่นวายของหลายๆ ทีม เช่นชัคตาร์ที่ต้องเล่นเกมเหย้าในเมืองเอลวิฟเพราะเมืองเหย้าโดเนทส์ค์ประสบภาวะสงคราม และเมทัลลิสต์ที่มีปัญหาการเงินอย่างหนัก หรือดนิโปรที่มัวแต่ไปทุ่มเทกับเกมยุโรปมากกว่า แต่ลูกทีมของเรบรอฟก็สามารถจบฤดูกาลโดยไม่แพ้แม้แต่เกมเดียวทั้งในบอลถ้วยและบอลลีก

เรบรอฟ ชื่นชมฝังใจกับธรรมเนียมฟุตบอลของวาเลอรี่ โลบานอฟสกี้ กุนซือผู้ยิ่งใหญ่ แต่เรบอฟไม่ได้เล่นตามแบบโลบานอฟสกี้เป๊ะๆ ทุกขั้นตอน แต่กลับพัฒนาสูตรการเล่นของตัวเองโดยใช้รากฐานของโลบานอฟสกี้กับระบบพื้นฐาน 4-2-3-1 และสามารถพลิกทีมให้กลายเป็นทีมที่กระชับเหนียวแน่นก่าเดิมจนสามารถพาทีมกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

และสำหรับกุนซือมือใหม่ เซอร์เก เรบรอฟ ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม AH

FEATURE How Spurs flop Rebrov overcame identity, war and Lobanovsky to rule Kiev

32) บิเซนเต้ เดล บอสเก้ (สเปน)

Del Bosque is the best thing that happened to Spain. He could have retired after the two big titles, and the last World Cup. But he continued straight ahead. We need a coach with authority, serenity, who is fair, reasonable, loved by players. That's him

- Amalio Moratalla, journalist

เดล บอสเก้ เก็บเกี่ยวความสำเร็จมาแล้วทุกรายการแข่งขันรายการใหญ่ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ซึ่งนั่นหมายถึงว่าหาก เดล บอสเก้ โชว์ฝีมือสุดยอดก็จะสามารถประสบความสำเร็จในระดับนั้นได้อีก แต่ก็ไม่น่าจะทำได้ดีกว่านั้นอีกแล้ว

เมื่อสเปนตกรอบฟุตบอลโลก 2014 ด้วยผลงานน่าอับอายขายหน้าสุดๆ หากเป็นโค้ชคนอื่นก็อาจจะตัดสินใจยอมหักใจและลาออกจากตำแหน่งโดยไม่มีปากมีเสียง แต่นั่นไม่ใช่เดล บอสเก้ 

กุนซือกระทิงดุมองความพ่ายแพ้ครั้งนั้นเหมือนเป็ความท้าทายครั้งใหม่ที่ต้องพยายามเอาชนะ และลงมือสร้างทีมชาติสเปนชุดใหม่เพื่อกลับมาประสบความสำเร็จในฐานะหนึ่งในสุดยอดทีมของโลก

ด้วยวัย 64 ปี เดล บอสเก้ ถูกมองว่าเป็นฟุตบอลอนุรักษ์นิยม แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่ง การที่เดล บอสเก้ยังกล้าที่จะยืนหยัดอยู่กับทีมชาติสเปนท่ามกลางมรสุมเช่นในตอนนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าและบ้าบิ่นของกุนซือเฒ่า ความกล้าที่จะทดลองระบบใหม่ๆ หลังจากฟุตบอลโลกที่บราซิลก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของเดล บอสเก้ ที่กล้าเรียกนักเตะใหม่ๆ มากกว่า 15 คนเข้ามาติดทีมชาติในช่วงปีที่ผ่านมา และนักเตะที่ถูกเรียกตัวมาก็ไม่เพียงเฉพาะที่เล่นอยู่ในลา ลีกา เท่านั้น แต่รวมไปถึงบรรดาขุนพลแข้งกระทิงดุที่ไปเก็บเกี่ยวเลเวลในลีกอิตาลีและเยอรมัน และสโมสรแข็งแกร่งที่เก็บเนื้อเก็บตัวไม่มีข่าวออกสื่ออย่างมาลาก้า ซึ่งนั่นพิสูจน์ให้เห็นถึงสายตากว้างไกลของเดล บอสเก้ที่จะไปเสาะหานักเตะฝีเท้าเยี่ยมเปี่ยมพรสวรรค์ที่อยู่นอกเหนือ 3 ทีมยักษ์ลา ลีกา มาติดธงทีมชาติ

สเปนอาจจะยังไม่สามารถกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ได้ แต่เดล บอสเก้ กำลังใช้ความพยายามและทุกตัวช่วยที่หามาได้เพื่อสร้างทีมไปสู่จุดนั้นอีกครั้ง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้กุนซือจอมเก๋าควรได้รับการยกย่อง เพราะคงมีโค้ชทีมชาติไม่กี่คนที่จะกล้าพอที่จะแบกรับความกดดันเช่นนี้ LR

31) มาร์เซโล กายาร์โด้ (ริเวอร์เพลต)

Gallardo is more than just an attacking coach. Sometimes there are coaches who believe they’re braver because they decide ‘to die with their boots on’. Really what you have to attempt is to not die…all systems are good if they are executed well

- Carlos Aimar, ex-midfielder-turned-journalist

กายาร์โด้ไม่ใช่เพียงผู้จัดการทีมฟุตบอล แต่เป็นผู้กู้วิกฤติที่ต้องสร้างทีมใหม่หลังจากถูกถล่มด้วยระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อริเวอร์เพลตร่วงตกชั้นในปี 2011 แฟนฟุตบอลต่างรู้สึกเหมือนโลกถล่มลงตรงหน้า แม้หลังจากนั้นมาติอัส อัลเมย์ด้าจะพาทีมเลื่อนชั้นกลับขึ้นมา และราโมน ดิอาซ จะพาทีมคว้าแชมป์อีกครั้ง แต่รสชาติการตกชั้นยังคงความขมขื่นในใจแฟนๆ

เมื่อมาร์เซโล กายาร์โด้เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม ริเวอร์เริ่มมีเค้าลางถึงสไตล์การเล่นและความสำเร็จเก่าแก่ที่เคยเป็นมา กุนซือวัย 39 ปีที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของทีมเคยเป็นมีส่วนสำคัญในชัยชนะของริเวอร์ในช่วงที่ยังเป็นนักเตะในยุคทศวรรษ 1990 และก่อนหน้านี้กายาร์โด้ประสบความสำเร็จมาแล้วจากการคุมทีมนาซิอองนาลในลีกอุรุกวัย

กายาร์โด้ชื่นชมสไตล์การเล่นของเป๊ป กวาร์ดิโอลา และตั้งแต่เข้ามาคุมทีมวันแรก กายาร์โด้ก็แทบจะถอดแบบมาจากเมื่อครั้งกุนซือกาตาลันครองตำแหน่งนายใหญ่บาร์เซโลนา 

กุนซือหนุ่มสามารถจัดการทีมให้เข้าระบบของตนเองโดยการเน้นสไตล์การเล่นดั้งเดิมของริเวอร์เพลต เน้นการครองบอลเหนียวแน่นและเกมบุกดุดัน ทำให้เพียงปีแรกที่เขามาคุมทีม กายาร์โด้สามารถพาริเวอร์เพลตคว้าแชมป์ฟุตบอลโกปา ซุดอะเมริกาน่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรหลังจาเอาชนะโบกาจูเนียร์ในรอบรองชนะเลิศ

สำหรับปีนี้ ริเวอร์ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโกปาลิเบอร์ตาดอเรสด้วยการเอาชนะคู่แค้นโบกาจูเนียร์ แม้ชัยชนะครั้งนี้จะได้มาจากการที่นักเตะริเวอร์เพลตถูกแฟนฟุตบอลฉีดสเปรย์พริกไทยใส่หน้าจนเกมถูกยกเลิกและฝ่ายโบกาถูกปรับแพ้ไปก็ตาม

กายาร์โด้ยังคงถูกยกไปเปรียบเทียบกับกวาร์ดิโอลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว กายาร์โด้วัย 39 ปีที่เป็นกุนซืออายุน้อยที่สุดใน 50 อันดับมีสไตล์การคุมทีมคล้ายคลึงกับมูรินโญ่ที่เน้นความดุดัน แท็คติกการเล่น การซื้อตัวนักเตะและการรับมือกับสื่อ

แถมยังขยันเก็บเกี่ยวชัยชนะเหมือนมูรินโญ่อีกด้วย

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • และรออ่านอันดับ 5-1 ได้เร็วๆนี้

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015