FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 45-41

ต่อเนื่องกับการจัดอันดับ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก โดยในชุดนี้มีคู่แค้นมูรินโญ่, ฮีโร่ขาร็อค และเซียนระดับโลก

โดย: ซี โก. เกร็ก ลี. อเล็กซ์ โฮลิก้า และ นิค เอมส์  

45) โทนี่ โปโปวิช (เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอร์ส)

When I came to the Wanderers I found a new life. We all followed Popa and believed in him because Popa believed in each of us. I've never had a better coach - I think he helped save my career

- Shinji Ono, ex-Wanderers

การเป็นนักเตะฝีเท้าเยี่ยม ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นโค้ชฝีมือดีได้ แต่โปโปวิชได้พิสูจน์ให้เห็นตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มการคุมทีมแล้วว่าเขาเป็นหนึ่งในคนพิเศษที่เป็นข้อยกเว้น

โปโปวิชกลับจากอังกฤษเพื่อรับตำแหน่งกุนซือของเวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอร์เรอร์ส และอดีตดาวเด่นทีมชาติออสเตรเลียแสดงให้เห็นว่า 4 ปีที่ไปฝึกฝนฝีมือกับซิดนีย์เอฟซีและคริสตัลพาเลซให้ผผลตอบแทนคุ้มค่า

ทีมน้องใหม่เอ-ลีก ออสเตรเลียเปิดตัวอย่างสวยงามในฐานะทีมสุดแกร่งของลีกและผ่านเข้าไปถึงนัดชิงชนะเลิศ แกรนด์ ไฟนัล จากฝีมือการคุมทีมของโปโปวิชที่ใช้นักเตะหน้าใหม่และนักเตะที่ทีมอื่นไม่อยากได้มารวมกันเป็นสุดยอดทีม แถมยังไม่ต้องมีปัญหาค่าตัวแพงอีกต่างหาก

ไม่นานต่อมา เวสเทิร์น ซิดนีย์แสดงให้เห็นว่าผลงานในฤดูกาลแรกไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค เมื่อโปโปวิช ที่ได้ครองตำแหน่งโค้ชยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกที่ร่วมการแข่งขันเอ-ลีกสามารถพาทีมผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศแกรนด์ ไฟนัลได้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันและแพ้ไปอย่างฉิวเฉียด และแม้แฟนๆ จะรู้สึกเสียที่ต้องพลาดโอกาสคว้าแชมป์มา 2 ปีซ้อน แต่คงไม่มีอะไรที่จะปลอบใจได้ดีไปกว่าการที่วันเดอร์เรอร์ส สามารถพลิกเอาชนะอัล-ฮิลาล และคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2014 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลออสเตรเลีย

แม้ฤดูกาลล่าสุดจะเป็นเรื่องน่าผิดหวังในหลายๆ ด้าน แต่เก้าอี้กุนซือของโปโปวิชยังมั่นคงและมีทีท่าว่าจะได้รับโอกาสสร้างทีมอีกครั้งในฤดูกาล 2015 ZK

44) จาน ปิเอโร่ กัสเปอรินี่ (เจนัว)

Hounded out of Inter after just six games in 2011, Gasperini was accused of being wedded to a singular tactical vision that couldn't work at such a big team. Three seasons later, he was closer to making a Champions League return than the Nerazzurri

- Paolo Bandini, journalist

"โค้ชที่สร้างปัญหาให้ผมมากที่สุด" มูรินโญ่เคยกล่าวไว้เมื่อปี 2009 หลังจากเกมที่อินเตอร์มิลานพบกับเจนัวของกัสเปอรินี่ "ทุกครั้งที่ผมเปลี่ยนแท็กติก เขาจะปรับตามได้เสมอ"

หลายปีที่ผ่านๆ มา กัสเปอรินี่ เป็นหนึ่งในสุดยอดโค้ชจอมแท็กติกของอิตาลี โดยหลังจากเข้ามาคุมทีมรอสโซบลูเมื่อปี 2006 กัสเปอรินี่สามารถพาเจนัว ทีมที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอิตาลีที่ยังหลงเหลือมาจนถึงยุคปัจจุบัน เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นลีกสูงสุดและสามารถพาเจนัวโชว์ฟอร์มขึ้นไปครองอันดับ 5 เพียงปีแรกในเซเรีย อา และคว้าโควต้ายูโรป้าลีกมาครอง

ผลงานกับทีมภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัสเปอรินี่เข้าตาทีมใหญ่ จนอินเตอร์แต่งตัวให้กัสเปอรินี่รับตำแหน่งโค้ชในปี 2011 แต่ผลงานที่ซานซิโร่กลับไม่สดสวย จนทำให้อดีตมิดฟิลด์แดนมะกะโรนีถูกปลดจากตำแหน่งหลังจากพาทีมพ่ายต่อเนื่อง 4 เกมจากการลงสนาม 5 นัดแรก

หลังจากตกเก้าอี้จากฝีมือของเศรษฐีกระเป๋าตุง เมาริซิโอ ซัมปารานี่ เจ้าของทีมปาแลร์โมเมื่อต้นปี 2013 กัสเปอรินี่กลับมาอยู่กับเจนัวอีกครั้งเพื่อสานต่องานที่ค้างคาด้วยการพาเจนัวหนีรอดจากการตกชั้นได้อีกครั้ง

กัสเปอรินี่ชื่นชอบสไตล์การเล่นของมาร์เซโล บิเอลซ่า และกุนซือวัย 57 ปีเลือกใช้การเพรสซิ่งแข็งแกร่งและฟุตบอลความเร็วสูง และวางระบบการเล่น 3-4-3 และเมื่อเจนัวสามารถจบฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยอันดับ 6 ซึ่งเป็นอันดับสูงกว่าทั้งสองทีมยักษ์ใหญ่เมืองมิลาน ก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถสุดยอดของจาน ปิเอโร่ กัสเปอรินี่ GL

43) สลาเวน บิลิช (เวสต์แฮม)

His strength is man-management. He treats his players as friends yet still retains their respect. He once saw me and Vedran Corluka standing by the bus, bored, when we were with the U21s. He gave us money to go into town and we’ve never forgotten that

- Luka Modric, Croatia

เมื่อต้นเดือนมิถุนายน สลาเวน บิลิช อำลาอิสตันบุล โดยมีแฟนฟุตบอลเบซิคตัสกลุ่มใหญ่ตามมาส่งถึงสนามบินและพากันแบกบิลิชขึ้นบ่า พร้อมกับฝากเสื้อที่ระลึกที่เขียนคำภาษาโครแอต "ลาก่อน นายใหญ่"

เวสต์แฮม เพิ่งจะได้โค้ชคนใหม่ที่มาพร้อมกับบุคลิกสุดแนวคนหนึ่งในพรีเมียร์ลีก แต่กุนซือเจ้าของรอยสักสุดเท่ห์ เซียนกีตาร์ พูดคล่องแคล่วหลายภาษา ที่มาพร้อมกับดีกรีปริญญากฎหมายยังไม่สามารถให้คำรับประกันว่าจะนำพาความสำเร็จมาสู่ขุนค้อนได้

แม้บนผืนดินเกาะอังกฤษ สลาเวน บิลิช จะเป็นที่จดจำในช่วงปี 2007 ร่วมกับสตีฟ แม็คลาเรน แต่บิลิชยังไม่เคยคว้าแชมป์ใดมาครองได้เลย แถมยังเคยผ่านยุคมืดของอาชีพกุนซือมาแล้ว อย่างเช่นเมื่อครั้งที่ต้องพ่ายแพ้ 2 เกมทั้งเหย้าและเยือนให้กับทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของฟาบิโอ คาเปลโล่ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก หรือช่วงการคุมทีมโลโคโมทีฟ มอสโคว ที่เรียกได้ว่าล้มเหลวสิ้นเชิง

แม้ฤดูกาลที่ผ่านมาจะต้องไม่ได้เล่นในบ้านตลอดทั้งปีเนื่องจากอยู่ในช่วงการก่อสร้างสนามเหย้าแห่งใหม่ แต่เบซิคตัสก็สามารถโชว์ฟอร์มลุ้นแชมป์ได้อย่างคู่คี่สูสีกับคู่แข่งร่ำรวยอย่ากาลาตาซารายและเฟเนร์บาเช่จนเกือบจบฤดูกาล นอกจากนี้บิลิชยังเคยพาลูกทีมทำผลงานเยี่ยมด้วยการเขี่ยท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์และลิเวอร์พูลตกรอบฟุตบอลยุโรป และสู้กับอาร์เซนอลได้แบบหืดจับในการเตะเพลย์ออฟยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้เชื่อว่าขณะนี้สลาเวน บิลิช พร้อมแล้วที่จะบุกเกาะอังกฤษ และเชื่อว่าฟุตบอลอังกฤษน่าจะรักบิลิชอย่างน้อยก็อีกระยะหนึ่ง AH

INTERVIEW Slaven Bilic: I used to play basketball… you didn’t know that, did you?
FEATURE Hannibal masks and camp classics: the story of Slaven Bilic’s guitar days

42) เอร์ฟ เรนาร์ด์ (ลีลล์)

I'm sad because this is a coach who means much to me. He always trusted me even when I was playing little at PSG. Somehow, he was forced to make this decision [to join Lille]

- Serge Aurier, Ivory Coast

เรนาร์ด์ ที่เป็นโค้ชเพียงคนเดียวที่เคยประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลแอฟริกัน คัพออฟเนชั่นส์ 2 สมัยซ้อนกับ 2 ชาติต่างกัน กลับเป็นคนยังไม่ค่อยได้รับความสนใจจากสื่อและแฟนฟุตบอลมากนัก 

แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ หรือฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติแอฟริกา เป็นทัวร์นาเมนต์ที่ไม่ง่ายเลย และกุนซือจากเมืองน้ำหอมก็สามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี 2012 เป็นการพาทีมชาติแซมเบียทำผลงานเกินความคาดหมายและคว้าแชมป์ไปครอง ส่วนปีล่าสุด 2015 เรนาร์ด์คุมทีมไอวอรี่โคสต์ที่ขณะนี้เรียกว่าเป็นยุคทองของทีมช้างดำแต่กลับไม่เคยคว้าแชมป์มาก่อนเลยจนกระทั่งถึงทัวร์นาเมนต์นี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015

เรนาร์ด์ เคยคุมทีมเคมบริดจ์ ยูไนเต็ดช่วงสั้นๆ ในปี 2004 และโดยบุคลิกแล้วเป็นกุนซือสมองเพชร และจอมแท็กติกที่ฉลาดสุดๆ แม้หลายครั้งลูกทีมจะเล่นกันแบบระมัดระวังมากเกินไปนิดก็ตาม แต่กุนซือเฟร้นช์มักจะมองแต่ละทัวร์นาเมนต์เหมือนการเล่นหมากรุก 

และโดยรวมแล้ว ไอวอรี่โคสต์ โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนสามารถเฉือนเอาชนะแอลจีเรียและคองโก และหลังจากนี้เอร์ฟ เรนาร์ด์ คงจะต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถพาทีมทำผลงานดีสม่ำเสมอต่อเนื่องได้ทุกสัปดาห์

นี่เพราะเรนาร์ด์เพิ่งจะได้รับงานคุมทีมลีกที่นับว่าเป็นงานใหญ่ที่สุดในอาชีพกุนซือด้วยการก้าวเข้าไปคุมสโมสรลีลล์ ก่อนหน้านี้เรนาร์ด์เคยคุมทีมโซโชซ์ในลีกเอง แต่ต้องจบฤดูกาลด้วยการตกชั้นอย่างน่าเสียดาย

และหากฤดูกาลนี้เรนาร์ด์ทำผลงานได้ดีกับลีลล์ ปีหน้าเราอาจจะได้เห็นอันดับของกุนซือเฟร้นช์แมนขยับสูงขึ้นกว่านี้ก็ได้ NA

41) ลาร์ส ลาเกอร์แบค (ไอซ์แลนด์)

Lagerback is a good motivator, our leader. Moreover, he’s a great personality. We have many good players but we also want them to work for each other. It’s something that Lagerback says is No.1, two and three

- Gylfi Sigurdsson, Iceland

หากประเทศขนาดจิ๋วอย่างไอซ์แลนด์สามารถผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยูโร 2016 รอบสุดท้ายในฤดูร้อนปีหน้า จะเป็นการผ่านเข้ารอบครั้งแรกและเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญภายใต้การคุมทีม 4 ปีของลาเกอร์แบ็ค

ไอซ์แลนด์ ที่มีประชากรเพียง 329,000 คน ยังไม่เคยสัมผัสฟุตบอลในระดับนานาชาติมาก่อน แม้ดูจากชื่อชั้นแล้วจะเป็นงานยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาสำหรับกุนซือชาวสวีดิช แต่ลาเกอร์แบ็คมองเห็นศักยภาพในทีมฟุตบอลที่มีนักเตะวัยรุ่นพรสวรรค์จนสามารถพาไอซ์แลนด์ผ่านเข้าไปเล่นรอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลก ก่อนที่จะตกรอบด้วยการพ่ายให้กับโครเอเชีย

บางครั้งเราอาจจะเคยได้เห็นประเทศที่เคยทำผลงานพุ่งพรวดในทัวร์นาเมนต์ใดทัวร์นาเมนต์หนึ่งแล้วดับวูบไปอย่างรวดเร็ว ต่างกับไอซ์แลนด์ที่ขณะนี้เล่นตามเกมของตัวเอง ซึ่งลาเกอร์แบ็คได้วางระบบการเล่นกระชับและเทคนิคฟุตบอลที่แข็งแกร่ง รวมเข้ากับหัวจิตหัวใจที่หนักแน่นทำให้ขณะนี้ไอซ์แลนด์ครองอันดับ 2 ของกลุ่ม A มีคะแนนทิ้งห่างทีมอันดับ 3 ฮอลแลนด์ถึง 5 คะแนนหลังจากที่สามารถเปิดบ้านเอาชนะทีมกังหันสีส้ม 2-0 ในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2016 และหากไอซ์แลนด์สามารถเอาชนะฮอลแลนด์ได้ในเกมที่จะต้องออกไปเยือนกรุงอัมสเตอร์ดัมในเดือนกันยายนนี้ ก็จะทำให้ไอซ์แลนด์ผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปทันที

ลาเกอร์แบ็ค ที่เพิ่งจะอายุครบ 67 ปีเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นสุดยอดกุนซือจอมเก๋าในระดับทีมชาติผู้เคยพาทีมชาติสวีเดนผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ใหญ่ถึง 5 รายการ โดยครั้งแรกเป็นการคุมทีมร่วมกันทอมมี่ โซเดอร์เบิร์ก และ 4 ครั้งที่เหลือเป็นฝีมือของลาร์ส ลาเกอร์แบ็คล้วนๆ

นอกจากทีมชาติสวีเดน ลาเกอร์แบ็คยังเคยพาทีมไนจีเรียผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ 

ด้วยการใส่ใจรายละเอียดในเกมรวมกับทีมที่มีความสามารถในการทำตามคำสั่งของโค้ชชนิดไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้ทีมชาติไอซ์แลนด์ของลาเกอร์แบ็ค เป็นอีกหนึ่งทีมที่น่ากลัวไม่น้อย NA

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015