FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 6

The bearded one may have endured a bad final season at Borussia Dortmund, but the brilliant six that preceded it were only made possible by the world's most charismatic boss...

บางครั้งเรื่องเล็กๆ ก็สะเทือนประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล

กุมภาพันธ์ 2008 ฮัมบูร์กเกือบจะเซ็นสัญญาคุมทีมฤดูกาลใหม่กับเยอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสโมสรได้ตกลงเงื่อนไขค่าเหนื่อยกับคล็อปป์ ซึ่งขณะนั้นเป็นโค้ชของไมนซ์ ทีมในดิวิชั่น 2 แต่นอกจากคล็อปป์แล้ว ฮัมบูร์กยังมีตัวเลือกอื่นในใจจนสั่งทีมสเก๊าท์จับตามองโค้ชอีกรอบหนึ่งและส่งรายงานประกอบการตัดสินใจ

รายงานของคล็อปป์ไม่เป็นที่น่าพอใจ ทีมสเก๊าท์ไม่ปลื้มที่คล็อปป์ใส่กางเกงยีนส์ขาดๆ และถึงกับค่อนขอดว่ากุนซือไมนซ์โกนหนวดหยอมแหยม ถึงขั้นเรียกเยอร์เก้น คล็อปป์ ว่า “เหลวไหล”

Hamburg scouts disliked the fact that he wore jeans with holes in them. They complained he was often badly shaved. They called him flippant

ฮัมบูร์กจึงขีดฆ่าชื่อคล็อปป์ออกจากสารบบตัวเลือก และนั่นส่งผลให้คล็อปกลายเป็นกุนซือคนใหม่ของเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และทุกสิ่งหลังจากนั้นก็กลายเป็นอดีต

7 ปีต่อมา ฮัมบูร์กเปลี่ยนโค้ชไปแล้ว 13 คน ส่วนคล็อปป์ก็กลายเป็นโค้ชผู้พาทีมดอร์ทมุนด์ฝ่าวิกฤติและกลายเป็น 1 ในสุดยอดทีมที่น่าตื่นตาตื่นใจของทวีปยุโรป ส่วนคล็อปป์ก็กลายเป็นกุนซือขวัญใจแฟนฟุตบอลด้วยการมีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจน นอกจากนั้นก็ยังคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยซ้อน แชมป์ลีกในระเทศ 1 สมัย และพาทีมผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีกหน

Jurgen Klopp, Mainz

"Hey Hamburg, this one's for you"

[เรื่องเซอร์ไพรส์ไม่คาดฝัน] 

Sportscaster Johannes B. Kerne once asked Klopp before a show: 'If I were one of your players, what would you do now to get my adrenaline pumping?' Klopp looked at him for a second, then gave him a resounding slap in the face

แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดนั้นไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้ามาก่อน

ดอร์ทมุนด์เข้าหาคล็อปป์โดยไม่ได้คาดหวังว่าจะคว้าแชมป์ เพราะเพียง 3 ปีก่อนหน้านั้นดอร์ทมุนด์หมิ่นเหม่จะล้มละลาย ความคาดหวังของดอร์ทมุนด์คือต้องการใครสักคนที่จะเติมชีวิตใหม่ให้กับเสือเหลืองที่เริ่มกลายเป็นทีมฟุตบอลจืดชืดไร้รสชาติ

แต่สำหรับคล็อปป์ที่รับงานทั้งที่รู้เต็มอกว่าไม่มีเงินมหาศาลให้ใช้จ่ายในตลาดซื้อขายนักเตะ (ที่จริงแล้ว วันที่ได้เห็นสัญญาจากดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ตอบปฏิเสธเสือเหลืองโดยให้เหตุผลว่าอยู่กับไมนซ์ก็ได้เงินเดือนมากกว่านั้นอยู่แล้ว) แต่ในที่สุดคล็อปป์ก็รับงานคุมทีมดอร์ทมุนด์เพียงเพราะต้องการที่จะคุมทีมฟุตบอลที่เป็นมากกว่าเกมฟุตบอลและธุรกิจ

และเป็นงานที่สนุกถูกใจ

แม้จะฟังดูเป็นเรื่องไม่เข้าท่า แต่เมื่อแรกรับงานคุมทีม แฟนฟุตบอลดอร์ทมุนด์ยังไม่มั่นใจในตัวโค้ชคนใหม่ แน่ละ คล็อปป์เคยสร้างผลงานอดเยี่ยมกับไมนซ์ ด้วยการพาทีมเล็กๆ เลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกาและเอาตัวรอดอยู่ในลีกสูงสุดได้ถึง 3 ปี แต่ไมนซ์ไม่ใช่ดอร์ทมุนด์

การคุมทีมไมนซ์ต่างกับการคุมทีมดอร์ทมุนด์ เพราะนี่คือทีมเก่าแก่ที่มีแฟนฟุตบอลจำนวนมากมาย นอกจากนี้หลายคนยังมองว่าคล็อปป์เป็นแค่ขวัญใจสื่อที่ได้แค่พูดเรื่องเกมฟุตบอล แฟนฟุตบอลมองว่าคล็อปป์เป็นขวัญใจที่ใครๆ ก็ต้องการตัวเพียงเพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ประกาศทางโทรทัศน์เมื่อตอนที่ยังวิเคราะห์เกมระดับชาติได้สนุกเฮฮาให้คนดูชอบใจ

Jurgen Klopp, Borussia Dortmund

Kloppo just wanted to have fun - and boy, did he at Dortmund

ท้ายที่สุด แฟนฟุตบอลส่วนหนึ่งยังคิดว่าจุดเด่นของคล็อปป์คือการกระตุ้นจิตใจคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคู่นักจัดรายการทางโทรทัศน์ โยฮันเนส บี. เคอร์เมอร์ ซึ่งต่อมาเคอร์เมอร์ออกมายอมรับว่าครั้งหนึ่งก่อนจะจัดรายการร่วมกัน เขาเคยถามคล็อปป์ว่า “ใครๆ ก็บอกว่าคุณสามารถจะกระตุ้นจิตใจคนอื่นได้ดี ถ้าผมเป็นนักเตะของคุณในตอนนี้ คุณจะทำอะไรให้ผมรู้สึกตื่นเต้นฮึกเหิมล่ะ?”

คล็อปป์มองหน้าเคอร์เมอร์ และตบหน้าคู่หูนักจัดรายการเสียเต็มเหนี่ยว

Iในมุมหนึ่งก็ไม่ใช่เรื่องไม่มีมูลเสียเลยทีเดียว เพราะคล็อปป์ก็เป็นเช่นเดียวกับโค้ชยุคใหม่คนอื่นๆ ที่มีเสน่ห์กับเพื่อนมนุษย์และมีความสามารถในการสื่อสารกับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับแฟนฟุตบอล นักเตะ หรือแม้แต่กับสื่อ คล็อปป์มักจะทำให้คู่สนทนารู้สึกว่าตนเองเป็นคนสำคัญที่สุดตลอดระยะเวลาที่ได้พูดคุยกัน

และนั่นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้คล็อปป์เป็นโค้ชที่นักเตะหลายๆ คนอยากจะทำงานให้

ระยะเวลา 2 ปีแรกของการคุมทีมดอร์ทมุนด์ คล็อปป์ต้องสร้างทีมใหม่ด้วยการขายนักเตะดาวดังและจอมเก๋าประสบการณ์สูงหลายตัวและแทนที่ด้วยนักเตะดาวรุ่งพรสวรรค์ตัวความหวัง แต่ถึงอย่างนั้น หนึ่งในนักเตะจอมเก๋าที่คล็อปป์ตัดตัวพ้นทีมก็เคยผอมรับว่า “เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมเสียใจกับการต้องออกจากทีมก็คือผมเชื่อว่าผมจะชอบที่จะได้ทำงานกับโค้ชคนนี้”

Jurgen Klopp, Borussia Dortmund

Borussia Dortmund fans show their appreciation in Klopp's final game

[เป็นไงล่ะ เป๊ป!!] 

I have watched Bayern many times. I don't think they have played so many long balls in three years

- Jurgen Klopp, post-Bayern

แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เยอร์เก้น คล็อปป์ไม่เคยวาดหวังถึงเกมสไตล์สวยหรู แต่คล็อปป์สร้างเกมฟุตบอลสไตล์ใหม่ที่รวมเก่าระบบเพรสซิ่งของบาร์เซโลนาเข้ากับระบบสวนกลับที่ใช้ความเร็ว สปีดต้นและการเคลื่อนที่ที่เฉียบขาดฉับไว กลายเป็นสไตล์การเล่นเฉพาะของคล็อปป์ที่ใครๆ ก็รู้จักในชื่อ “เกเก้นเพรสซิ่ง” หรือ “เพรสซิ่งต่อเนื่อง”

คลาร์ค วิทนีย์ คอลัมนิสต์ชื่อดังเคยกล่าวถึงคล็อปป์ว่า “เทพผู้สร้างแท็คติกเกมระบบใหม่ที่หลายทีมใหญ่ในยุโรปพยายามเลียนเยี่ยงอย่าง” ซึ่งออกจะเกินจริง  แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดก็คือระบบกล้าบ้าบิ่นของดอร์ทมุนด์กลายเป็นภัยคุกคามสำหรับหลายๆ ทีม เมื่อต้องหาวิธีจัดการกับเกมแข็งแกร่งและเอาจริงเอาจังของเสือเหลือง

Dortmund were at times unstoppable in the Bundesliga

เมื่อเป๊ป กวาร์ดิโอลา โค้ชเสือใต้บาเยิร์นมิวนิคเดินทางมาเยือนดอร์ทมุนด์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2013 เป๊ปทำให้แฟนฟุตบอลอึ้งกันไปทั้งสนามเมื่อบาเยิร์นพยายามหลบเลี่ยงฟุตบอลระบบเกเก้นเพรสซิ่ง ของดอร์ทมุนด์จนยอมทิ้งระบบต่อบอลของสั้นของตัวเอง ทำให้นักเตะเสือใต้ต้องหันมาเปิดเกมโยนยาวขึ้นหน้า “ผมดูเกมบาเยิร์นมาหลายเกม” คล็อปป์ กล่าวหลังเกม “ผมไม่เคยเห็นบาเยิร์นเล่นบอลยาวแบบนี้มาตั้งสามปีได้แล้วมั้ง”

สำหรับโค้ชที่ได้รับคำชื่นชมและ....ของยุคนี้อย่างเป๊ป กวาร์ดิโอลา การตัดสินใจทรยศหลักการของตัวเองเพื่อหาทางตอบโต้ระบบแท็กติกของคล็อปป์ จึงนับเป็นการยกย่องในความสามารถทางแท็กติกของคล็อปป์อย่างสูงสุด

มองแท็คติก กับ ไมเคิล ค็อกซ์

"ช่วงเวลาการคุมทีมดอร์ทมุนด์ของเยอร์เก้น คล็อปป์ต้องปิดฉากลงอย่างไม่สวยงามเท่าไหร่นักเมื่อต้องพลาดท่าพ่ายให้กับโวล์ฟสบวร์กในช่วงก่อนปิดฉากฤดูกาลที่ย่ำแย่จนร่วงไปอยู่ปากเหวโซนตกชั้น แต่ผลงานของคล็อปป์กับการพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัยและการผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็เป็นสิ่งที่แฟนฟุตบอลดอร์ทมุนด์จดจำและยกย่อง"

"กุญแจสำคัญของสไตล์การเล่นแบบคล็อปป์ก็คือพลังงานล้นเหลือ ที่จุดพีคในเกม ดอร์ทมุนด์จะสามารถเล่นด้วยสปีดสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นการพลิกเกมรับเป็นรุก หรือเกมรุกเป็นรับ การบุกกดดันขึ้นสูงเพื่อแย่งบอลกลับมา ดอร์ทมุนด์เป็นทีมที่มีการประสานงานกันดีพอที่จะเล่นเกมกระชับและยังสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพไปพร้อมๆ กันทั่วทุกพื้นที่ในสนาม และในจุดนั้นเกมของดอร์ทมุนด์จะสวยงามมาก"

"ระบบการเล่นที่เริ่มต้นด้วยการวางตัวแบบ 4-2-3-1 ต่อมาคล็อปป์เริ่มจะทดลองการเล่นระบบ 4-3-3 และ 4-3-1-2 ก่อนที่จะเริ่มสลับการเล่นเกมรับด้วยกองหลัง 3 ตัวบ้าง 4 ตัวบ้าง แต่บางครั้งคนดูก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าคล็อปป์เปลี่ยนระบบและทดลองระบบมากจนเกินไป นอกจากนี้อาจจะมีคำถามเกี่ยวกับคล็อปป์และการซื้อขายนักเตะ เพราะตั้งแต่ขายโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ออกไป นักเตะที่ซื้อเข้ามาแทนก็ใช้งานได้ไม่ถึงมาตรฐานตัวแทนเลย"

"แต่ในสนามซ้อม คล็อปป์เป็นโค้ชและเป็นเจ้าแท็คติกที่ได้รับการยอมรับทั่วทั้งทวีปยุโรป และถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดโค้ช แต่คำถามสำคัญก็คือระบบและแท็คติกของคล็อปป์จะถูกนำไปใช้กับสโมสรอื่นบ้างหรือไม่"

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • 5 • 4 • 3 • 2 • 1

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015