FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 9

แม้จะถูกเรอัลมาดริดเด้งตกเก้าอี้หลังจากไม่สามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลล่าสุด แต่คาร์โล อันเชล็อตติก็ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นหนึ่งในโค้ชขวัญใจมหาชน

“ที่มิลาน เราไม่ชนะมากพอจะช่วยให้ผมได้อยู่ต่อ” คาร์โล อันเชล็อตติ เขียนไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ “ต้นคริสตมาสของผม” เมื่อปี 2013

คำพูดนั้นเหมือนจะเป็นข้อสรุปผลงานลาสุดของอันเชล็อตติกับระบบเกมเก่าแก่ 4-3-2-1 ที่กุนซือเฒ่าวัย 56 ปีชื่นชอบและเลือกใช้มาตลอดอาชีพการคุมทีมจนใครๆ เขาก็จับทางได้กันหมดแล้ว

แม้จะคว้าแชมป์ต่อเนื่อง 9 รายการ รวมถึงแชมป์ลีกในประเทศและถ้วยใหญ่ยุโรปยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้อันเชล็อตติรักษาเก้าอี้ที่ 2 ทีมใหญ่ยุโรป ทั้งเชลซีในพรีเมียร์และเรอัลมาดริดใน ลา ลีกาเอาไว้ได้

[ชีวิตมีคุณค่า]

Ancelotti encouraged David Beckham to visit Stefano Borgonovo during his time in Milan, to give him a lesson in how he should prioritise the important things in life

แต่ถึงกระนั้นสำหรับอันเชล็อตติ โลกฟุตบอลไม่ได้อยู่แค่เพียงในสนามหญ้าเท่านั้น และเมื่อมองลึกลงไปในหนังสือของอันเช่ ก็ช่วยให้เราเห็นมิติอื่นของกุนซือผู้มีเอกลักษณ์รายนี้

หนังสือ “เกมงดงามของอัจฉริยะเดินดิน” นำเสนอมุขตลกขำขันเสียดสีชีวิตฟุตบอลของโค้ชชาวอิตาเลียน และเงินที่ได้จากการขายหนังสือก็ไม่ได้เข้ากระเป๋าอันเช่ แต่ถูกส่งผ่านให้กับมูลนิธิที่ก่อตั้งเพื่อเป็นเกียรติให้กับอดีตเพื่อนร่วมทีม สเตฟาโน่ บอร์โกโนโว่  ดาวยิงผู้เคยร่วมเล่นฟุตบอลกับอันเชล็อตติที่มิลานในยุคปลายทศวรรษ 1980 แต่ต้องล้มป่วยด้วยโรค ALS หรือโรค "ลู เกร์ริก" (ที่เคยมีกระแสแช่น้ำแข็ง Ice Bucket Challenge อยู่ช่วงหนึ่ง) และหลังจากป่วยได้เพียง 5 ปี บอร์โกโนโว่ก็เสียชีวิตลง

ครั้งหนึ่งอันเชล็อตติเคยเชิญเดวิด เบ็คแฮมไปพบกับบอร์โกโนโว่ที่เมืองมิลาน เพื่อให้อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษได้เรียนรู้การจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ในชีวิต

Stefano Borgonovo

Former Italy international Borgonovo won the European Cup with Ancelotti in 1990

เบ็คแฮมอาจจะได้เรียนรู้เรื่องราวมากมายในวันนั้น แต่หากเป็นฟลอเรนติโน่ เปเรซ เจ้าของสโมสรเรอัลมาดริด อาจจะตรงกันข้าม เพราะสิ่งเดียวที่เปเรซมองเห็นในตัวโค้ชจอมเก๋าชาวอิตาเลียนคือคำถามว่า “เคยทำอะไรให้ข้าฯ บ้าง”

เพียง 12 เดือนหลังจากนำทัพราชันคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพสมัยที่ 10 สู่ซานเตียโก้ เบอร์นาเบวเมื่อปี 2014 อันเชล็อตติก็ถือหางเสือนำทีมที่มีนักเตะพาเหรดกันเจ็บครึ่งค่อนทีมจนสามารถจบฤดูกาลด้วยการคว้ารองแชมป์ลา ลีกา และผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ราชันชุดขาวร่วงตกรอบจากประตูของอัลวาโร่ โมราต้า ดาวยิงผู้เคยเป็นส่วนเกินของราชันชุดขาว และถูกเปเรซสั่งปล่อยตัวออกจากทีม แต่ความพ่ายแพ้ในช่วงปลายการคุมทีมราชันก็ยังไม่สามารถบดบังรัศมีความสำเร็จของโค้ชผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยสร้างชื่อด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของยุโรปอย่างยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

[ความฝันสู่ยุโรป]

[After a cup defeat] he turned beet red, and sitting next to him was Adriano Galliani, wearing a bright yellow tie. They looked like a rainbow. Two days later, he came and asked us to forgive him, because he could never be mean through and through. He’s a teddy bear, deep down

- Paolo Maldini

หลังจากจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ เซเรีย อา 3 สมัยใน 4 ปีกับปาร์มาและยูเวนตุสตามลำดับ อันเชล็อตติก็ย้ายสู่มิลานเมื่อปี 2001 และเพียงฤดูกาลถัดมาก็พาทีมชูถ้วยบิ๊กเอียร์ ครองแชมป์ยุโรป

อันเช่เคยคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ 2 สมัยซ้อนในฐานะนักเตะเมื่อปี 1989 และ 1990 ก่อนจะพาทีมปีศาจแดงดำ เอซีมิลานผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศอีก 2 สมัยในฐานะโค้ช โดยหนึ่งในนั้นคือการพ่ายแพ้ให้กับลิเวอร์พูลที่อิสตันบุล ก่อนที่จะได้ล้างแค้นหงส์แดงที่เอเธนส์ในปี 2007

หลังจากนั้น อันเชล็อตติย้ายไปรับตำแหน่งคุมทีมเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ารับงานก่อนจะถูกปลดในช่วงปลายฤดูกาลที่สองของการคุมทีม และย้ายสู่ปารีสแซงต์แฌร์กแมง และพาทีมเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาลที่สอง พร้อมทั้งแสดงความเหนือชั้นในการคุมทีมใหญ่ยุโรปที่กำลังอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก

ทุกทีมที่เคยผ่านมืออันเชล็อตติ ถูกแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างทีมจากนักเตะที่ผิดฝาผิดตัว เล่นไม่ค่อยเข้ากัน ไม่ว่าจะเป็นการรวมเอาความสามารถของนักเตะอย่าง กาก้า, รุย คอสต้า และแคลเรนซ์ ซีดอร์ฟ ให้กลายเป็นทีมชั้นยอดจนถึงการสร้างฮาเมส โรดริเกซ, โทนี่ โครส และลูก้า โมดริช ให้กลายเป็นเกมบุกแข็งแกร่ง กุนซืออิตาเลียนแสดงถึงความสามารถในการประสานงานกับนักเตะพรสวรรค์ความสามารถสูง “ในโลกนี้ไม่มีทีมไหนที่คาร์โลจัดการไม่ได้” เปาโล มัลดินี่ เคยประกาศหลังจากได้เห็นอดีตโค้ชประสบความสำเร็จกับทีมยักษ์จาก 4 ประเทศยุโรป

Carlo Ancelotti, Milan Liverpool

From despair to joy: Carlo looks on in 2005 before exacting revenge in 2007

ไม่ว่าจะเป็นลีกอังกฤษ สเปน หรืออิตาลี ทีมของอันเชล็อตติเป็นทีมที่ดูแล้วสนุก นักเตะเคลื่อนที่กันอย่างลื่นไหลทั่วสนาม เล่นบอลกับพื้นด้วยการจ่ายบอลสั้นง่ายสบายตา สร้างเกมบุกด้วยสไตล์ที่รวบรวมทักษะ พรสวรรค์และประสิทธิภาพเข้าไว้ด้วยกัน

แม้จะต้องทนดูนักเตะตัวหลักถูกขายออกจากทีมโดยที่ไม่มีสิทธิ์เสียงคัดค้าน และที่ได้รับคืนมาคือนักเตะตัวแทนที่ยากจะเล่นทดแทนตำแหน่งเดิมได้ แต่อันเชล็อตติก็ไม่เคยออกมาโวยวายให้ได้ ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเลือกใช้นักเตะที่มีลงเล่นไปตามมีตามเกิดเพราะเข้าใจเต็มอกว่าบางอย่างก็อยู่นอกเหนืออำนาจการตัดสินใจของตนเอง 

[ขวัญใจนักเตะ]

People say I am a club man. Well, of course: I work for the club, not the players

- Carlo Ancelotti

“ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่าการคุมทีมเรอัลมาดริดส่งผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจมากแค่ไหน”  อันเชล็อตติ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Giornale เมื่อไม่นานมานี้ แต่แม้จะต้องเจอกับความกดดันมหาศาล แต่อันเช่ยังดูสงบและสบายๆ แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและการไม่แบกอีโก้ลงสนามเหมือนโค้ชหรือนักเตะอีกหลายๆ คน “ใครๆ ก็บอกว่าผมเป็นคนของสโมสร” อันเช่กล่าวถึงเสียงวิจารณ์เมื่อปีที่แล้ว “ก็แน่อยู่แล้ว ผมทำงานให้สโมสร ไม่ได้ทำงานให้นักเตะ” 

แต่อันเช่ก็เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ La Gazzetta dello Sport เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา “สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับโค้ชก็คือการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับนักเตะในทีม” และนักเตะหลายๆ คนที่เคยทำงานกับอันเช่ก็ยกย่อง “คาร์เล็ตโต้” ด้วยความนับถือสูงสุด

Carlo Ancelotti, Paolo Maldini

Milan legend Maldini is a big supporter of his old manager

และเมื่อคาร์เล็ตโต้ได้นึกย้อนไปถึงความสำเร็จหลังการพาทีมเรอัลมาดริดคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกสมัยที่ 10 หลังจากที่รอคอยมาเกือบทศวรรษ นักเตะราชันชุดขาวกระโดดโลดเต้นเข้ามาในห้องแถลงข่าวพร้อมกับร้องเพลง “ไม่รักคาร์เล็ตโต้ได้ยังไง??”

คาร์โล อันเชล็อตติ คืออดีตโค้ชที่สุดยอดดาวดัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้เคยกล่าวถึงว่า “โค้ชผู้ยิ่งใหญ่และชายผู้ยอดเยี่ยม” ถูกแทนที่ด้วยราฟาเอล เบนิเตซ อาจจะถึงเวลาแล้วที่จะต้องย้อนถามฟลอเรนติโ เปเรซ ประธานสโมสรเรอัลมาดริดว่า “ไม่รักคาร์เล็ตโต้ได้ยังไง??”

มองแท็คติก กับ ไมเคิล ค็อกซ์

"หากจะพยายามเข้าใจคาร์โล อันเชล็อตติ ต้องอย่าลืมคิดว่าเขาได้งานคุมทีมมิลานเมื่อปี 2001 มาได้อย่างไร ในตอนนั้นโค้ชมิลาน ฟาติห์ เตริมกำลังเจอปัญหาใหญ่ในการปรับตัวกับความกดดันของยักษ์ใหญ่อิตาเลียน และซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ก็ได้รับเสียงสนับสนุนจากนักเตะรุ่นเก๋าๆ ในทีมมิลานให้ตั้งอันเชล็อตติขึ้นมาคุมทีมแม้ว่าในตอนนั้นผลงานของคาร์เล็ตโต้กับยูเวนตุสจะไม่ค่อยดีก็ตาม"

"และนั่นคือกุญแจสู่ความสำเร็จ อันเชล็อตติเข้ากับนักเตะได้ดี ในฐานะที่เคยเปิดมิดฟิลด์ชั้นยอดเมื่อครั้งยังหนุ่ม อันเชล็อตติดสามารถเข้าใจนักเตะระดับโลกมากกว่าโค้ชคนอื่นๆ และเท่าที่ผ่านมาก็แทบไม่เคยมีการขัดแย้งระหว่างคาร์เล็ตโต้และนักเตะดาวดังประจำทีมให้ได้เห็นกันเลย ซึ่งหากเปรียบเทียบกับเรอัลมาดริดในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่ที่มีข่าวงัดข้อกับดาวดังแทบไม่เว้นวัน นอกจากนี้คาร์เล็ตโต้ยังเป็นที่ชื่นชอบของฝ่ายบริหาร สื่อและแฟนฟุตบอลอีกด้วย"

Carlo Ancelotti, Cristiano Ronaldo

Ronaldo too enjoyed working under Ancelotti

"บางทีบุคลิกที่มีเสน่ห์ของอันเช่ก็ช่วยกลบเกลื่อนผลงานที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอ ในขณะที่ทำผลงานพาทีมประสบความสำเร็จอย่างมากในถ้วยยุโรปและคว้าแชมป์มาแล้วใน 3 ประเทศ แต่อันเชล็อตติยังไม่เคยสร้างผลงานดีๆ กับสโมสรใหญ่ๆ มาก่อนเลย การคว้าแชมป์ลีกเพียงสมัยเดียวใน 7 ฤดูกาลกับมิลานเป็นผลงานที่เรียกได้ว่าไม่ถึงขั้น ส่วน 1 แชมป์กับเชลซีใน 2 ฤดูกาลก็ถือว่ายังกลางๆ พอรับได้ แต่ 1 แชมป์ในการคุมทีมยักษ์ใหญ่อย่างเปแอสเช 1 ฤดูกาลครึ่งเป็นผลงานน่าผิดหวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามองว่าคาร์เล็ตโต้รับช่วงการคุมทีมยิ่งใหญ่อันดับ 1 ของลีกเอิง แต่ยังจบฤดูกาลด้วยอันดับ 2 เท่านั้น ส่วนผลงานกับมาดริด การไม่สามารถคว้าแชมป์ลา ลีกา นับเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง"

"ถ้ามองกันในทางแท็คติกแล้ว อันเชล็อตติมักจะพยายามยัดนักเตะดาวดังลงไปใน 11 ตัวจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางครั้งดาวดังมากมายในทีมก็สามารถจะสร้างเกมบุกสวยงามในสนามได้ แต่ส่วนมากก็จะทำให้ทีมขาดสมดุล ดังนั้นการจัดตัวแบบอิงอยู่กับพื้นฐานความจริงและความสามารถของนักเตะในทีมอาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะให้ช่วยอันเช่กลับมาสร้างความสำเร็จได้อีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับฟุตบอลที่กำลังกลายเป็นการสู้ด้วยแท็คติกของโค้ชอย่างเช่นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา"

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • 5 • 4 • 3 • 2 • 1

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015