FourFourTwo พรีวิว 2015/16: แมนเชสเตอร์ซิตี้

รองแชมป์ฤดูกาลที่แล้ว ปีนี้จะทำผลงานได้ดีแค่ไหนหลังจากกวาดซื้อดาวรุ่งพรสวรรค์ทีมชาติอังกฤษเข้าทีม

ถ้าวัดความสำเร็จจากพาดหัวข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ฤดูกาล 2014/15 ของแมนเชสเตอร์ซิตี้นี่มันหายนะชัดๆ แต่ถ้ามองกันเฉพาะผลงานกันจริงๆ ก็จะเห็นว่าความจริงไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอกนะ 

ในพรีเมียร์ลีก ซิตี้เป็นรองเพียงแค่ทีมแชมป์ เชลซี และแพ้เพียง 2 เกมในช่วงสำคัญของฤดูกาลเท่านั้น ส่วนในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซิตี้ก็แพ้ตกรอบด้วยฝีเท้าของบาร์เซโลนา ทีมแชมป์ยุโรป  แต่สำหรับยุคที่ความสำเร็จของทีมฟุตบอลวัดกันด้วยถ้วยแชมป์ ทำให้แมนเชสเตอร์ซิตี้ถูกมองว่าล้มเหลวทั้งที่เป็นทีมที่มีเงินมหาศาลให้ใช้ซื้อตัวนักเตะ ทำให้ปีนี้ซิตี้ไม่อยากจะพลาดเหมือนเดิมอีกแล้ว

จากใจแฟนเรือใบ

เดวิด มูนีย์ จากรายการวิทยุ Blue Moon Live ในเมืองแมนเชสเตอร์ พูดถึงมุมมองแฟนฟุตบอล

เบื้องหลังความสำเร็จ

นักเตะย้ายทีม

เข้า

  • เอเนส อูนัล (เบอร์ซาสปอร์)
  • เดวิด เฟาปาลา (ล็องส์)
  • ราฮีม สเตอร์ลิง (ลิเวอร์พูล)
  • ฟาเบียน เดลฟ์ (แอสตันวิลลา)
  • แพทริค โรเบิร์ตส์ (ฟูแล่ม)

ออก

  • สก็อต ซินแคลร์ (แอสตันวิลลา)
  • เจมส์ มิลเนอร์ (ลิเวอร์พูล)
  • เดดริค โบยาต้า (เซลติก)
  • อังเจลิโน (สัญญายืมตัวไปนิวยอร์คซิตี้เอฟซี)
  • ไมคาห์ ริชาร์ดส์ (แอสตันวิลลา)
  • คาริม เรคิค (มาร์กเซย์)
 

แม้พรีเมียร์ลีก 2014/15 จะเป็นฤดูกาล "พลาดเป้า" แต่ซิตี้ยังสามารถจบฤดูกาลด้วยการครองตำแหน่งทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีกด้วยการยิงได้มากกว่าทีมแชมป์เชลซีถึง 10 ประตู

และด้วยสปีดและเกมบุกของราฮีม สเตอร์ลิงที่ย้ายเข้ามาร่วมทีม รวมกับวิลฟรีด โบนี่ ที่ถูกวางให้ลงไปยืนคู่กับเซร์คิโอ อเกวโร่ ทำให้น่าเชื่อว่าฤดูกาลนี้เรือใบสีฟ้าน่าจะยิงได้ถล่มทลายมากกว่าปีที่แล้วเสียอีก

เบื้องหลังความล้มเหลว

แต่ในขณะเดียวกัน ตัวเลือกเกมบุกที่มีมากมายก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับซิตี้เช่นกัน 

บางครั้งมานูเอล เปเยกรินี่ ต้องพยายามอย่างหนักที่จะเลือกตัวนักเตะลงสนามพร้อมกับสร้างสมดุลในทีมให้ดี เราเคยได้เห็นเปเยกรินี่เลือกเล่น 4-4-2 ในเกมที่น่าจะต้องเล่นเกมรับอย่างระมัดระวังมากกว่านี้ (ยกตัวอย่างให้ก็ได้ เกมนัดเหย้ากับบาร์เซโลนาในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้าย) และสิ่งที่ทำให้จุดนี้กลายเป็นปัญหาน่ากังวลสำหรับซิตี้ก็คือมิดฟิลด์บางตำแหน่งอย่างเช่น...อะแฮ่ม ยาย่า ตูเร...หรือดาบิด ซิลบา ยังไม่ค่อยจะลงมาช่วยเกมรับได้สักเท่าไหร่ 

เราเคยเห็นในปีที่แล้วว่าเปเยกรินี่ยังไม่สามารถแก้ปัญหานั้นได้ และเรายังไม่เชื่อว่าปีนี้จะแก้ได้อีกเหมือนเดิมนั่นแหละ

คำถามสำคัญ

1) เมื่อไหร่จะได้ใช้เด็กอคาเดมี่บ้าง?

สำหรับทีมที่มีอคาเดมีคุณภาพสูงอย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้ ทีมชุดใหญ่ในปัจจุบันกลับเป็นทีมนักเตะที่มีอายุค่อนข้างมาก ฤดูกาลที่แล้วน่าจะเป็นฤดูกาลที่ซิตี้เริ่มขยับดาวรุ่งขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ แต่กลับปรากฎว่าเรือใบสีฟ้าไม่ค่อยอยากจะทำแบบนั้นเท่าไหร่ 

แต่ฤดูกาลนี้อาจจะต่างไป อาจจะถึงเวลาแล้วที่เพลย์เมคเกอร์ดาวรุ่งโปรตุกีสวัย 19 ปี รอนี่ โลเปซ ได้มาโชว์ฝีเท้าที่เอติฮัดสเตเดี้ยม หลังจากทำโชว์ฟอร์มน่าประทับใจระหว่างที่ถูกปล่อยให้ลีลล์ยืมตัวไปใช้งาน

2) โบนี่อยู่ไหน?

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเปเยกรินี่ยังคงกล้าๆ กลัวๆ ที่จะเลิกใช้ระบบ 4-4-2 แต่ถ้ายังใช้ระบบนี้อยู่เราก็มองไม่เห็นเลยว่าจะเอาวิลฟรีด โบนี่ ที่ลงทุนซื้อมาตั้ง 25 ล้านปอนด์ จะเอาลงไปเล่นตรงไหน

ส่วนอัลวาโร เนเกรโด้ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับโบนี่ก็ตัดสินใจย้ายไปบาเลนเซีย แต่ถ้ายังไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแบบนี้ต่อไปก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าซิตี้จะทำให้ดาวยิงไอวอรี่โคสต์แฮปปี้พอที่จะอยู่กับทีมต่อไปได้ยังไง

3) จะผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ลีกได้บ้างมั้ย?

นับตั้งแต่ผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2011 แมนเชสเตอร์ซิตี้ก็ยังไม่สามารถสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันในเวทียุโรปเลยแม้แต่ฤดูกาลเดียว

ซิตี้ลงเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก 28 เกม ชนะ 10 เกมและแพ้ 12 เกม สามารถผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ได้เพียง 2 ครั้งเท่านั้น จากนั้นก็ต้องตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการแพ้ให้กับบาร์เซโลนาทั้งสองครั้ง

เอาเถอะ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นโชคชะตาพาไป จับสลากลูกบอลกลมๆ ทีไรก็ได้เจอบาร์ซ่าทุกที ก็หวังว่าคราวนี้จะผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายบ้างก็แล้วกันนะ

คีย์แมนคนสำคัญ: เซร์คิโอ อเกวโร

ดาวยิงอาร์เจนไตน์ ทะลวงตาข่ายพรีเมียร์ลีก 26 ประตูในฤดูกาลที่แล้วและครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดพรีเมียร์ลีก และต้องไม่ลืมว่าอเกวโรต้องหยุดเล่นไปพักใหญ่ๆ จากอาการบาดเจ็บ 

ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นความจริงอย่างหนึ่งคือ ซิตี้พึ่งพา "เอล กุน" อย่างมากมายในฤดูกาลที่ผ่านมา และแม้จะมีสตาร์ชื่อดังเต็มทีม แต่เกมไหนที่ขาด กุน อเกวโร ในสนามก็ดูเหมือนซิตี้เจอปัญหาใหญ่ ไปไม่เป็นทุกที 

การพยายามรักษาความฟิตของดาวยิงวัย 27 ปีจึงเป็นความหวังของซิตี้ที่จะพยายามสู้กับเชลซีเพื่อแย่งตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกลับมาครองให้ได้

จบฤดูกาลแฟนฟุตบอลจะพูดว่า...?

"ไม่มีเซร์คิโอแล้วจะทำยังไง" แม้จะมีตัวเลือกเกมบุกหลากหลายให้เลือกใช้ แต่เมื่อถึงเวลาต้องลงเล่นเกมสำคัญ ซิตี้ก็มักจะเน้นการส่งเอล กุน ผู้สดใสสบายๆ ลงสนามเกือบทุกครั้ง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่เราได้เห็นอเกวโร่เป็นพระเอกโชว์ฟอร์มนำทัพเรือใบสีฟ้าขยับทำแต้มลุ้นแชมป์ แต่แฟนฟุตบอลก็ยังอดตะหงิดๆ ไม่ได้ว่าฤดูกาลนี้มันคงจะไม่เป็นแบบนั้นน่ะสิ