FourFourTwo พรีวิว 2015/16: แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ฤดูร้อนปีนี้ปีศาจแดงควักกระเป๋าจ่ายหนักอีกแล้ว แต่คงต้องรอดูกันว่าหลุยส์ ฟาน ฮาล จะพาลูกทีมไปไกลแค่ไหนทั้งในพรีเมียร์ลีกและถ้วยยุโรป

แม้จะต้องลุ้นกันเหงื่อตก แต่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดก็สามารถเอาตัวรอดผ่านช่วงแรกของการ "กลับมาสุดยอดซะทีสิ (โว้ย)" ที่แฟนๆ เฝ้ารอคอยด้วยการคว้าอันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีกและได้กลับไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้อังเคล ดิ มาเรีย ที่เคยเป็นสุดยอดนักเตะนำเข้าของพรีเมียร์ลีก ก่อนที่จะกลายเป็นสุดแย่ ส่วนหลุยส์ ฟาน ฮาล ก็เป็นผู้บุกเบิก คนเพี้ยน และของเก๊ในคนคนเดียวกัน ที่น่าทึ่งก็คือ มารูยาน เฟลไลนี่ ที่สร้างตำแหน่งใหม่ของตัวเองขึ้นมาได้อย่างหน้าตาเฉย

ทำให้เราเชื่อว่าฤดูกาล 2015/16 จะมีความน่าตื่นเต้นมากมายสำหรับปีศาจแดง ซึ่งส่วนมากจะเป็นเรื่องดีๆ

ที่ตำแหน่งมิดฟิลด์ที่จะได้ร่างฟิวชั่น บาสติแกน ชไวน์เดอร์แลง (เก๋ปะ...คิดตั้งนานนะ) มายืน แต่จะช่วยแก้ปัญหากลางสนามของแมนฯ ยูไนเต็ดได้หรือไม่? แล้วถ้ารูนีย์ไม่ต้องไปยืนต่ำ เจ้าหมูจะยิงได้เกิน 30 ประตูหรือเปล่า? ฟาน ฮาลจะพาลูกทีมทำผลงานยิ่งใหญ่ในยุโรปได้หรือไม่? แต่ถ้าทั้งหมดนั่นทำท่าจะไม่รอด แฟนผีแดงก็คงพอใจที่ได้กลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกล่ะนะ

จากใจแฟนผี

Stuart Davis คอลัมนิสต์จาก Republik Of Mancunia แบ่งปันความเห็นถึงฤดูกาลใหม่ของปีศาจแดง

นักเตะย้ายทีม

เข้า

  • มอร์แกน ชไนเดอร์แลง (เซาท์แธมป์ตัน)
  • บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ (บาเยิร์นมิวนิค)
  • มัตเตโอ ดาร์เมียน (โตริโน่)
  • เมมฟิส เดปาย (พีเอสวี)
  • เซร์คิโอ โรเมโร (ซามพ์โดเรีย)

ออก

  • นานี่ (เฟเนบาร์เช่)
  • โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (เฟเนบาร์เช่)
  • อังเจโล เอ็นริเกซ (ดินาโม ซาเกรบ)
  • ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ (เอฟเวอร์ตัน)
  • เบน เอโมส (โบลตัน)
  • ทอม ธอร์ป (ร็อตเตอร์แฮม)

เบื้องหลังความสำเร็จ

2 ฤดูกาลที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ดจ่ายเงินซื้อตัวนักเตะไปแล้วเฉียดๆ 225 ล้านปอนด์ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะการคว้าตัวนักเตะคุณภาพทำให้ปีศาจแดงยกเครื่องได้ทั้งทีม และเมื่อตัดส่วนเกินทิ้งไปก็ทำให้ปีศาจแดงมีความแข็งแกร่งในทุกตำแหน่งมากกว่าอีกหลายๆ ทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์ แถมยังมีตัวนักเตะที่ยืดหยุ่นเล่นได้หลายตำแหน่ง 

ถ้า ดาบิด เด เฮอา ตัดสินใจอยู่ต่อก็น่าจะเป็นสุดยอดนายประตูของปีศาจแดงต่อไปอีกปี และสำหรับหลุยส์ ฟาน ฮาล หากดูจากสถิติแล้วจะเห็นว่าทำผลงานได้ดีในปีที่ 2 ของการคุมทีม ในขณะที่ทีมคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซนอลกำลังต้องดิ้นรนภายใต้การคุมทีมของกุนซือที่ผ่านช่วงเวลาสุดยอดมาแล้ว ส่วนโชเซ่ มูรินโญ่ก็กำลังเข้าใกล้ช่วงเบื่อทีมตัวเอง (หรือไม่ก็ช่วงทีมเบื่อโค้ช) ทำให้ในตอนนี้ยูไนเต็ดมีโอกาสลุ้นไล่บี้แย่งแชมป์กับทีมหัวตาราง โดยเฉพาะในช่วงท้ายฤดูกาลที่ตารางแข่งขัน 5 เกมสุดท้ายเป็นใจให้ยูไนเต็ดเจอกับทีมแอสตันวิลลา, เวสต์แฮม, เลสเตอร์, นอริช และบอร์นมัธ ในขณะที่เชลซี อาร์เซนอล และแมนฯ ซิตี้จะต้องมาเจอกันเองในช่วงก่อนปิดฤดูกาล

หวังแชมป์ได้เลยนะนี่

เบื้องหลังความล้มเหลว

ความวางตำแหน่งแบบยืดหยุ่นให้นักเตะเล่นได้หลายตำแหน่งแม้จะเป็นผลดีกับทีมแต่ก็อาจจะเป็นปัญหาได้เหมือนกัน  ดูอย่างการจัดตัวเทพๆ ของฟาน ฮาล ที่ใช้โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ไปเล่นมิดฟิลด์ และจับอังเคล ดิ มาเรีย ไปเล่นหน้าเป้า 

แต่ตอนนี้หลังจากที่มัตเตโอ ดาร์เมียน ย้ายมาร่วมทีมแล้ว อันโตนิโอ วาเลนเซียคงไม่ต้องถูกโยกไปเติมตำแหน่งแบ็คขวาอีกต่อไปแล้ว แต่การที่ฟาน ฮาล ออกมาบอกว่าอาจจะใช้ดาลีย์ บลินด์ลงไปยืนกลางรับนี่ก็ไม่ค่อยได้รับเสียงตอบรับที่ดีสักเท่าไหร่แม้บลินด์วัย 25 ปีน่าจะเล่นได้ดีก็ตาม 

นอกจากนี้ฟาน ฮาลยังคงต้องพยายามแก้ปัญหาฟอร์มการเล่นเกมเยือน (มี 6 ทีมที่ทำผลงานเกมเยือนได้ดีกว่ายูไนเต็ด และมี 8 ทีมที่เก็บชัยชนะเกมเยือนได้มากกว่า) ซึ่งการแก้ปัญหาน่าจะอยู่ที่จะต้องตัดสินใจให้ได้ว่า 1) ใช้ระบบการเล่นแบบไหนจึงจะได้ผล 2) ใช้นักเตะคนไหนลงไปเล่นในระบบนั้น

ยกตัวอย่างเช่น ยูไนเต็ดมีนักเตะ 12 คนที่เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวในได้ แล้วใครจะลงเป็นตัวจริง? 

อีกอย่างหนึ่งก็คือ ฟาน ฮาลจะต้องไม่ตัด ไม่ต่อ ไม่เติมอะไรมากมายสับสนเหมือนปีที่แล้วที่นักเตะยูไนเต็ดต้องเจออาการบาดเจ็บรบกวนไปครึ่งค่อนทีมจนต้องใช้นักเตะ 37 คนลงเล่น 22 เกมแรกในฤดูกาล

คำถามสำคัญ

1) เดปายพร้อมจะเป็นตัวหลักผีแดงหรือยัง?

มีคำตอบ 2 แบบ คือ "พร้อม ถ้า...." กับ "ไม่พร้อม แต่..."

พร้อม ถ้าได้โอกาสลงเล่นในเกมสำคัญๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งกองหน้าหรือปีกซ้ายในระบบ 4-3-3 

ส่วนคำตอบที่ 2 ไม่พร้อม แต่ก็ไม่จะเป็นต้องเป็นตัวหลัก เพราะปีศาจแดงมีดาวยิงที่ทำผลงานสม่ำเสมอในทีมอยู่แล้ว ทำให้เดปายมีเวลาที่จะปรับตัวให้เข้ากับระบบโดยไม่ต้องเจอกับแรงกดดันตั้งแต่เริ่มเปิดฤดูกาล

2) เฟลไลนี่จะมีบทบาทสำคัญอีกหรือไม่?

ปีนี้ก็ไม่น่าจะต้องแล้วล่ะ ฤดูกาลที่ผ่านมา มิดฟิลด์ตัวเก็บบอลและสร้างสรรค์เกมของยูไนเต็ดแทบไม่ได้ทำงานกันเลยเพราะยูไนเต็ดไปใช้เฟลไลนี่เป็นเป้าบอลโยนตลอดครึ่งฤดูกาลหลัง จนคู่แข่งเริ่มจะจับทางได้ ที่สำคัญคือช่วงที่ผ่านมายูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่ยิงประตูไม่ได้ติดต่อกันยาวนานที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี และแพ้ติดกัน 3 เกมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2001

เปลี่ยนระบบบ้างก็คงดีนะ

3) ตั้งเป้าหมายแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างไร?

ตั้งแต่คว้าโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ ปีศาจแดงทั้งในสนาม ม้านั่งสำรอง แสตนด์เชียร์ไปจนถึงในโลกออนไลน์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลดความคาดหวังในทีม เพราะนี่เป็นการกลับมาเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกเป็นฤดูกาลแรก การผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายนับว่าเสมอตัว แม้ปีที่แล้วจะไม่มีทีมจากอังกฤษผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมเลยก็ตาม

คีย์แมนคนสำคัญ: เวย์น รูนีย์

เวย์น รูนีย์

ต้องอดทนรอนานไม่น้อยกว่าจะสมหวังได้เล่นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าอย่างที่ต้องการ แต่เมื่อฟาน เพอร์ซี่และราดาเมล ฟัลเกา ย้ายออกจากโอลด์แทร็ฟฟอร์ด และชิชาริโต้เพิ่งจะค่อยๆ ฟื้นฟอร์ม ทำให้เวย์น รูนีย์ที่กำลังจะอายุครบ 30 ปีในเดือนตุลาคม น่าจะต้องรับหน้าที่หัวหอกเกมบุกของปศาจแดง ซึ่งก็นับว่าเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งแบบธรรมดาๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับทั้งทีมและนักเตะ เพราะเราต่างก็ได้เห็นแล้วว่ารูนีย์ยิ่งประตูได้ดีน่าประทับใจและนั่นก็ทำให้รูนีย์เหมาะที่จะเล่นหน้า พอๆ กับที่เราได้เห็นว่าอารมณ์และจังหวะจับบอลของรูนีย์ไม่เหมาะกับการเล่นมิดฟิลด์นั่นแหละ

2 ฤดูกาลมาแล้วที่รูนีย์ยิงได้เกิน 25 ประตูในพรีเมียร์ลีก และก็คงไม่น่าแปลกใจเลยถ้ารูนีย์จะยิงแบบนั้นได้อีก

จบฤดูกาลแฟนฟุตบอลจะพูดว่า...?

"ในที่สุดแล้วการตัดสินใจของฟาน ฮาลที่ดันคริส สมอลลิ่งขึ้นสูงในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกมดาร์บี้แม็ตช์เมืองแมนเชสเตอร์ในช่วงเดือนมีนาคมถือเป็นการแก้เกมขั้นเทพที่ช่วยให้ปีศาจแดงเฉือนเอาชนะซิตี้ 2-1 จากประตูชัยของสมอลลิ่ง ช่วยให้ปีศาจแดงแซงหน้าคู่แข่งร่วมเมือง คว้าอันดับ 3 ในตารางพรีเมียร์ลีก แม้อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมาจะหมดลุ้นแชมป์อย่างน่าเสียดายก็ตาม"